โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เมกะโปรเจกต์งบลงทุน 200,000 ล้านบาท โครงการจะเสร็จสิ้นปี 2566 เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและลอจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือEEC อยู่ในขั้นตอนการความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่

การประชุมใหญ่การมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ 2 (สรุปผลการศึกษาโครงการ) ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย จัดขึ้นที่โรงแรมเอเชียพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อ 17 ต.ค. มีการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นเจ้าภาพ เพื่อนำเสนอผลสรุปการศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน เป็นมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถานศึกษา สื่อมวลชน และประชาชนใน จ.ชลบุรี และระยอง

ขอความชัดเจนเวนคืนที่ดิน หวั่นเสียงดัง การระบายน้ำ ถนนเสียหาย

จากเสียงสะท้อนจากชาวชลบุรีและระยอง พบว่ายังมีหลายประเด็นที่คนในพื้นที่ต้องการความชัดเจน โดยเฉพาะการเวนคืนพื้นที่ และมีความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบ ทั้งมลพิษทางเสียง และการระบายน้ำ

  1. ประชาชนในบางพื้นที่ยังไม่ทราบความชัดเจนเรื่องการเวนคืนที่ดินในแนวสร้างเส้นทางรถไฟ อาทิ พื้นที่ ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
  2. ความไม่ชัดเจนเรื่องการเวนคืนที่ดิน ทำให้ต้องเสียโอกาสในการปลูกสร้างอาคารบ้านพัก และการขายที่
  3. บางพื้นที่ถูกทางรถไฟผ่ากลางที่ดิน ทำให้เสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเต็มที่
  4. ชาว อ.ศรีราชา กังวลเรื่องการระบายน้ำในจุดที่ทางรถไฟพาดผ่าน เพราะบางจุดประสบปัญหาน้ำท่วมขังอยู่แล้ว อาจกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน
  5. ควรประชาสัมพันธ์เรื่องการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับรู้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการประกาศจุดก่อสร้างให้ชัดเจน
  6. กังวลเรื่องมลพิษทางเสียง ทั้งจากการก่อสร้าง และเมื่อรถไฟวิ่งผ่าน
  7. การก่อสร้างจะทำให้ถนนรอบข้างชำรุดเสียหาย เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นจากการสร้างมอเตอร์เวย์
  8. เสนอให้ขยับเส้นทางรถไฟไปติดกับทางรถไฟเดิมได้หรือไม่
  9. ถ้าสนามบินอู่ตะเภา ไม่อนุญาตให้สร้างทางรถไฟเชื่อมต่อเข้าไปถึงสนามบิน จะใช้แผน2 คือ สร้างสถานีรถไฟบริเวณด้านหน้าทางเข้าสนามบินหรือไม่
  10. ต้องการทราบว่า การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ใคร ใช่นายกรัฐมนตรีหรือไม่

สำหรับข้อสงสัยและปัญหาต่างๆ เหล่านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งแก้ไข และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่

ผลสรุปโครงการที่นำเสนอต่อที่ประชุม

จะใช้แนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชนทางรางของโครงการเดิม ได้แก่

1. โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมืองหรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว

2.โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนต่อขยาย ช่วงพญาไท-ดอนเมือง (ARLEX)

3.โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ-ระยอง (HSR) ซึ่งออกแบบเพิ่มเติมบริเวณเชื่อมต่อเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ (ขาออก) และสนามบินอู่ตะเภา (ขาเข้า-ขาออก) ผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ระยะทางรวมทั้งหมด 260 กิโลเมตร

ตลอดเส้นทางมี 10 สถานี เป็นสถานียกระดับ 8 สถานี คือ ดอนเมือง บางซื่อ มักกะสัน ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และระยอง ส่วนอีก 2 แห่งเป็นสถานีใต้ดิน คือ สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา

เป็นรถไฟขนาดทางมาตรฐาน 1.435 เมตร (Standard Gauge) สองทางวิ่ง ส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างทางยกระดับ (Elevated) มีเพียงบางช่วงที่เป็นโครงสร้างระดับดิน (At–Grade) และโครงสร้างใต้ดิน (Tunnel) งบประมาณก่อสร้างประมาณ 200,000 ล้านบาท

ที่ประชุมยังนำเสนอมาตรการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน เช่น การฉีดพรมน้ำเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละอองอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งกำแพงกันเสียงชั่วคราว และดำเนินการขุดเจาะในช่วงกลางวัน เพื่อลดผลกระทบจากการสั่นสะเทือน

การรถไฟแห่งประเทศไทยจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมประชุม มารวมรวบประกอบรายงานสรุปผลการศึกษาโครงการฯ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย EEC เพื่อพิจารณา