คณะกรรมการเครือข่ายท้องถิ่นพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัดและเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น แสดงทัศนะต่อปฏิกิริยาความเคลื่อนไหวคัดค้านการดำเนินโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก โดยระบุว่ากระแสการคัดค้านโครงการ “ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก” หรือ อีอีซี ของรัฐบาลที่กำลังเร่งขับเคลื่อนอยู่อย่างทุ่มเทวันนี้ มีข้อน่าสงสัยในเจตนาเคลือบแคลงแอบแฝงที่มีแรงขับมาจากนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดติดกัน ที่กำลังช่วงชิงความเป็นผู้นำเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนกับประเทศไทย


ประเทศเหล่านั้นตระหนักดีว่าการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ที่รัฐบาลไทยพยายามผลักดัน จะเป็นการยกระดับการพัฒนาให้ก้าวข้ามปัญหากับดักประเทศรายได้ปานกลาง และจะผงาดเป็นผู้นำอาเซียนที่น่าเกรงขามทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในการระดมการลงทุนจากต่างประเทศจากความได้เปรียบของจุดทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์!

ความพยายามทำให้เกิดความชะงักงันในการก่อร่างสร้างอีอีซีของไทย จะเป็นผลให้ความพยายามยกระดับการพัฒนาสู่ความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต้องพลอยสะดุดลง

การดึงอาลีบาบาไปตั้งโลจิสติกส์ฮับของมาเลเซียถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนการแข่งขันช่วงชิงดังกล่าวได้อย่างดี ขณะที่โลกตะวันตกอย่างอเมริกาก็อยากให้ไทยคงติดอยู่ในกับดักเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาอยู่ใต้บงการอเมริกาอย่างที่เป็นมาตลอด

การเกิดขึ้นของ อีอีซี ไม่เป็นผลดีต่ออเมริกา โดยเฉพาะการขยับห่างจากอเมริกาของไทยไปใกล้ชิดจีน รัสเซีย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ญี่ปุ่นจึงเป็นตัวกลางที่จะมาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวจากความได้เปรียบทางเทคโนโลยี การมีฐานการผลิตที่ดีเยี่ยม ซึ่งกลุ่มประเทศดังกล่าวนี้ได้สร้างแรงต้านจากภายนอก ที่ได้ส่งผ่านการสนับสนุนการต่อต้านสู่ภายในที่น่าติดตามยิ่ง!

การต่อต้านจากกลุ่มขบวนการภายในประเทศ เกิดจากการสนับสนุนหลายรูปแบบ และมักกล่าวอ้างความเคลื่อนไหวของคนท้องถิ่น ทั้งที่คนท้องถิ่นหรือกลุ่มที่เข้าร่วมจะเป็นกลุ่มที่ถูกจัดตั้ง ถูกเชื้อเชิญเข้ามาโดยบริสุทธิ์ ไม่รู้ถึงความเคลื่อนไหวตระเตรียมการต่อต้านคัดค้านที่มีการจัดการเชื่อมโยงกับสื่อบางคน-บางกลุ่มเพื่อสร้างข่าวตีปี๊บไว้แล้ว!

นี่คือการดิ้นรนเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นวันนี้ แต่คนส่วนใหญ่ในพื้นที่ จากการสำรวจของเครือข่ายท้องถิ่นฯ 3 จังหวัดพื้นที่อีอีซี ร้อยละกว่า 90 เห็นด้วย ต้องการความเจริญก้าวหน้าใหม่ อุตสาหกรรมสะอาด และการมีอนาคตทางเกษตรกรรมยุคใหม่ รวมถึงการคมนาคมและการพัฒนาเมืองใหม่ ซึ่งความคิดของคนท้องถิ่นเปิดกว้างเข้าใจดีมีวิสัยทัศน์ไกลกว่ากลุ่มเคลื่อนไหวจากนอกพื้นที่มาก และเห็นว่าการใช้ ม.44 ในพื้นที่เป็นการขจัดปัญหาอุปสรรค์ที่หยุมหยิมแบบราชการ บนหลักเกณฑ์หลักการที่ถูกต้อง ไม่ได้มองเป็นลบไปสร้างประเด็นค้าน เพื่อหาประโยชน์ใส่ตัวเหมือนนักเคลื่อนไหวบางกลุ่ม-บางเครือข่ายแต่อย่างใด นี่คือการมีส่วนร่วมที่แท้จริงของคนในท้องถิ่นแท้ๆ ที่เป็นจริงในวันนี้!


ศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้แจงกรณีที่มีข้อห่วงใยต่อการใช้ม.44 ในพื้นที่ อีอีซี โดยกล่าวว่าการใช้ม.44 ในพื้นที่อีอีซี เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าแก่การดำเนินโครงการฯ แต่ทุกอย่างไม่ไช่ปล่อยให้ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เนื่องจากมีกรอบแนวทางที่ถูกต้องกำกับอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here