ลงแขกอุ้มธุรกิจบุกโลกดิจิตอล

454

3 กระทรวงประสานพลังผลักดันธุรกิจกลาง-จิ๋ว ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด เข้าสู่โลกธุรกิจยุคดิจิตอล

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการ กองบริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง กล่าวในวงเสวนาเรื่อง “SMEs ต้องรู้ : การเตรียมตัวเข้าสู่การทำธุรกิจดิจิทัล” ในระหว่างงานไทยแลนด์ซอฟท์แวร์แฟร์ 2017 เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยชี้แจงว่ากรมสรรพากรได้พัฒนาการให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการทำธุรกิจบนโลกดิจิตอลได้อย่างคล่องตัว และตอบสนองต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล

“บรรดาบริการที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้น มีทั้ง E-Filing ซึ่งให้ความสะดวกแก่บุคคลธรรมดาที่เป็น SMEs สามารถยื่นชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ก็มี E-Tax, E-Payment และ E-Receipt  เพื่อความสะดวกคล่องตัวในการออกใบกำกับภาษี ตลอดจนการขอคืนภาษีที่รวดเร็วขึ้น”

นายวินิจ กล่าวด้วยว่ากลไกเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหา ช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการขอใบกำกับภาษี ต่อไปช่วงช้อปช่วยชาติก็ไม่ต้องต่อคิวกันยาวเพื่อขอใบกำกับภาษีกันอีกแล้ว เพราะผู้ประกอบการสามารถออกใบกำกับภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ซื้อรายย่อยได้เลย

จากซ้ายไปขวา : นายอภิรักษ์ เชียงเจริญ – นายกฤษฎา ไกรพานนท์ – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ

โอกาสเดียวกันนี้ นายกฤษฎา ไกรพานนท์ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าตอนนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ให้บริการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการบนโลกออนไลน์ เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแล ตลอดจนให้การส่งเสริมสนับสนุน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ โดยผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานคร สามารถขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานเขต ส่วนผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค สามารถไปติดต่อขึ้นทะเบียนได้ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต.ในพื้นที่

นายอภิรักษ์ เชียงเจริญ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์ไทย สะท้อนมุมมองว่าผู้ประกอบการ SMEs หรือ ผู้ประกอบการเกิดใหม่ ที่ต้องปรับเปลี่ยนการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ มาสู่ แบบออนไลน์ ในยุคดิจิตอล มักจะมีข้อยุ่งยากในเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนการขนส่งและจัดเก็บสินค้า รวมทั้งผู้ประกอบการจำนวนมาก พิจารณาเลือกใช้ชอฟท์แวร์ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน

ทางด้านสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจดิจิตอล ด้วยการผลักดันชุดมาตรการสนับสนุนรวม 4 มาตรการ


มาตรการแรก คือสนับสนุนให้ Digital Start up และกลุ่มผู้ประกอบการนวัตกรรมและเทคโนโลยี เข้าถึงการจดแจ้งลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาในแต่ละปีไม่น้อยกว่า 200 ราย โดยได้ศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศสมาชิกกลุ่ม AEC เพื่อนำเสนอข้อมูลปัญหาและอุปสรรคทางด้านกฎหมายที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาของกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล พร้อมทั้งเตรียมนำเสนอแนวทางการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้ในทางธุรกิจให้กับสถาบันการเงินด้วย


มาตรการที่ 2 กำหนดมาตรการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยการร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งมีการอนุมัติโครงการค้ำประกันผู้ประกอบการในวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ Digital Startup และกลุ่มผู้ประกอบการ นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยรวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 20 แห่ง ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล


มาตรการที่ 3 ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มอบสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่หลากหลายมากขึ้นให้กับคลัสเตอร์ธุรกิจ


มาตรการที่ 4 ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและยืนยันการมีตัวตน ซึ่งตอนนี้มีผู้ผ่านการรับรองการขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้นจำนวน 70 ราย และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจำนวน 310 ราย แล้ว