โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา มีความยืดเยื้อเรื้อรังมาหลายปี ขณะที่เครือข่ายชาวบ้านก็ต้องอยู่กับความวิตกกังวลว่าโครงการนี้จะได้รับ ”ไฟเขียว” ให้สร้าง หรือโดน “ใบแดง” ถูกสั่งยกเลิกโครงการ


ในความรู้สึกนึกคิดทั่วไปของชาวบ้าน เมื่อเอ่ยถึงโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยส่วนใหญ่จะรู้สึกหวาดกลัว และตามมาด้วยปฏิกิริยาต่อต้านคัดค้าน ซึ่งเป็นสิทธิของชาวบ้าน แต่ปัญหาที่มากไปกว่านั้นคือ เราจะเอาแหล่งพลังงานมาจากไหนที่สะอาดและประหยัดในการสนับสนุนและการประกันการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว?

ฝ่ายสนับสนุนให้เดินหน้าโครงการ ได้หยิบยกเรื่องเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ มาเป็นเหตุผลอธิบาย แต่ในทางตรงกันข้ามกลับปรากฏข้อมูลย้อนแย้งข้อมูลที่ฝ่ายสนับสนุนนำมากล่าวอ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มการลดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลงทั้งในเยอรมนี  โปแลนด์ หรือแม้กระทั่งในประเทศจีน เนื่องจากยังไม่มีหลักประกันใดๆ ในเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสำหรับการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดจนสารพิษจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน


สรุปก็คือถ่านหินสะอาดไม่มี แต่จะมีก็แค่ถ่านหินที่มีมลพิษที่น้อยลง


อีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจะพิจารณา คือแหล่งพลังงานทางเลือก และก๊าซธรรมชาติ น่าจะถูกพิจารณาใช้เป็นพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมมากกว่าถ่านหิน เนื่องจากปัจจุบันก๊าซธรรมชาติ คือเชื้อเพลิง ที่ถือว่ามีความสะอาดและประหยัดมากที่สุดที่จะพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปอีกอย่างน้อย 20 ปี

ความจริงธุรกิจด้านพลังงานทั้งปวง ต้องพึงตระหนักในบทบาทหน้าที่หลัก ในการมุ่งสนับสนุน และประกันการเติบโตเศรษฐกิจระยะยาว โดยมีอัตราผลตอบแทนในรูปของผลกำไรที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดการลงทุนในการทำธุรกิจตัวอื่นๆ

ดังนั้นการแสวงหาความมั่งคั่งจากการขายและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มีแต่จะทำให้ฐานะสินทรัพย์ความเป็นอยู่ของประชาชนลำบากมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นต้นทุนของสังคมซึ่งบ้านเรานั้นไม่ได้ถูกนำเอามาใช้ในการตัดสินใจ

หากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นแบบแผนการพัฒนาแบบเดิมๆ คือจมอยู่กับปัญหาโดยไม่แสวงหาวิธีการตอบคำถามแบบใหม่ ทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งกดดันให้ภาคใต้ตอนล่างต้องกลายเป็นพื้นที่ห้ามพัฒนาต่อไปอีกหลายปี


เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย    เรียบเรียง : ตะวันฉาย