NGOs ย่อมาจาก Non-Governmental Organisation แปลตรงตัวคือ “องค์กรนอกภาครัฐ” แต่ในไทยจะรู้จักกันในชื่อ “องค์กรพัฒนาเอกชน” ประกาศตัวว่าเป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ดำเนินงานเพื่ออุดมการณ์ ปกป้องประโยชน์ของประชาชน แต่พร้อมจะรับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชน
บ่อยครั้งที่มีผู้ตั้งคำถามด้วยความเคลือบแคลงสงสัยถึงแหล่งที่มาของท่อน้ำเลี้ยง และการออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการพัฒนาในด้านต่างๆ ว่าเพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน หรือมีวาระซ่อนเร้นที่เกี่ยวโยงกับแหล่งเงินทุนกันแน่
คนหนึ่งที่ตั้งคำถามแรงๆ ใส่บรรดา NGOs มาโดยตลอด ก็คือ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหารศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส และล่าสุดออกแถลงการณ์ในชื่อ “NGOs จอมบ่อนทำลายชาติไทย” ปล่อยหมัดตรงเข้าเป้า


สาระสำคัญของแถลงการณ์ คือ เมื่อ 15 ธ.ค. 2560 ดร.โสภณเดินทางไปบรรยายด้านอสังหาริมทรัพย์ที่กรุงพนมเปญ ของกัมพูชา ระหว่างนั่งเครื่องบินแอร์เอเซียได้อ่านวารสารของเครื่อง แล้วไปสะดุดตาเข้ากับโฆษณาสองชิ้น เป็นโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ 2 โครงการในมาเลเซีย


จุดที่น่าสนใจคือ โครงการแรกเป็นการก่อสร้างรีสอร์ทหรูขนาดใหญ่ทอดยาวจากชายฝั่งลงไปในทะเล ฝั่งเดียวกับเกาะภูเก็ตและ จ.กระบี่ ของไทย ถอดรูปทรงมาจาก “บุหงารายอ” ดอกไม้ประจำชาติของมาเลเซีย หรือพู่ระหง หรือชบาแดง ของไทย ทำให้เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามแปลกตา

ภาพจาก www.lexishibiscuspd.com
แต่ถ้ามองด้วยสายตาของ NGOs ในไทย ดร.โสภณฟันธงว่า รีสอร์ทดังกล่าวจะต้องถูกคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากสร้างยื่นลงไปในทะเล รับรองว่าต้องถูกปลุกกระแสว่าทำลายสภาพแวดล้อมทางทะเล แต่ทำไมในมาเลเซียสามารถก่อสร้างได้ อีกทั้งเป็นรีสอร์ทแห่งที่สองแล้ว ที่ก่อสร้างในลักษณะใกล้เคียงกันนี้
อีกโครงการคือการก่อสร้างโรงแรมห้าดาวในป่าดิบชื้นในพื้นที่ชุ่มน้ำที่พึ่งได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด ดร.โสภณก็ฟันธงอีกว่า ไม่มีทางได้เห็นโครงการลักษณะนี้ในไทย เพราะเหล่า NGOs จะต้องร้องแรกแหกกระเชอว่าเป็นการทำลายป่าและสิ่งแวดล้อม แต่ก็น่าแปลกใจที่มาเลเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงกว่าไทยประมาณ 80% มีระดับการศึกษาไม่น้อยไปกว่าคนไทย กลับไม่มีเสียงคัดค้าน สามารถเดินหน้าก่อสร้างจนสำเร็จ


ดร.โสภณชี้ว่า การนำผืนป่าและชายหาดมาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าโครงการเหล่านี้สามารถจะอยู่ร่วมและมีส่วนปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันได้ ไม่ได้มีแต่มุมของการทำลายล้างตามที่ NGOs มักจะโพนทะนาถึงภยันตรายต่างๆ ที่ไม่อาจพิสูจน์ได้มาข่มขู่เพื่อหยุดยั้งการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้การพัฒนาประเทศต้องล่าช้า หรือถึงขั้นถอยหลังลงคลอง บั่นทอนเสถียรภาพของชาติโดยแท้



ภาพจาก mulupark.com
ดร.โสภณอธิบายว่า ที่ดินสาธารณะไม่ว่าจะเป็นทะเลหรือป่าเขา ล้วนสามารถนำมาดัดแปลงพัฒนาในเชิงพาณิชย์เพื่อนำเงินที่ได้ไปมาพัฒนาประเทศ เพื่อรับใช้คนส่วนใหญ่ แต่กลับมีคนเพียงบางกลุ่มพยายามป้ายสีว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงจะมีการโกงกิน ทำให้การพัฒนาประเทศอยู่ในภาวะ “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” จะเดินไปทางไหนก็ไม่สำเร็จ จนเกิดคำถามว่าคนเหล่านี้ถูกว่าจ้างโดยต่างชาติให้มาถ่วงความเจริญของไทยหรือไม่
“อินเดียจับกุม NGOs เข้าคุกกันไปบ้างแล้ว ฐานบ่อนทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ทำตัวเป็นนายหน้าขายความจน เป็นขอทานสากล ประเทศไทยก็ต้องระวังกันไว้ให้ดี” ดร.โสภณ ทิ้งท้าย













