“พี่ตูน” ทำได้ “ความดี เพื่อดี ด้วยหัวใจใสสะอาด”…”พี่ตูน” ได้ทุ่มเททำให้เห็นเป็นประจักษ์แจ่มชัดไปแล้ว ผ่านโครงการ “ก้าวคนละก้าว”…ที่ก้าวทะลุหมุดหมายทั้งระยะทาง และยอดเงินบริจาคด้วยความงามสง่า น่ายกย่องชื่นชมยินดีเป็นที่ยิ่ง
แต่ละบาท..แต่ละสตางค์ จากมือคนไทยที่หยิบยื่นสมทบให้โครงการก้าวคนละก้าว ล้วนถูกเหนี่ยวนำด้วยอานุภาพความมุ่งมั่นทำความดี ที่สะอาดบริสุทธิ์ของ ”พี่ตูน” เพื่อยังประโยชน์สุขแก่ผู้ต้องทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย ซึ่งจะแผ่อานิสงฆ์ความดีให้ขยายวงไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ ให้เหนื่อยน้อยลง…เครียดน้อยลง


ปรากฏการณ์ ”หอมความดี” และ ยกย่องเชิดชูคนทำดี จากกรณี ”พี่ตูน” คือประจักษ์พยานยืนยันชัดเจนว่าพลเมืองไทย มีสติปัญญาดีเพียงพอที่จะรับรู้ถึงการทำความดีที่บริสุทธิ์สะอาด ปราศจากการปนเปื้อนเคลือบแคลงด้วยเจตนาซ่อนเร้นใดๆ และพร้อมที่จะแสดงออกถึงแรงเลื่อมใสศรัทธา เพื่อเสริมส่งพลังการทำความดีให้กล้าแกร่ง กว้างไกลไพศาล
ตลอดระยะทางกว่า 2.000 กิโลเมตร จากดินแดนใต้สุด ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ถึงดินแดนเหนือสุด ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และตลอดระยะเวลานับตั้งแต่จุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึงวันสุดท้าย 25 ธันวาคม 2560 “พี่ตูน” ได้แสดงธรรมท่ามกลางมหาชนในทุกจังหวะของการก้าวย่าง ทั้งที่ไม่ได้เป็นนักบวช



ธรรมะที่แสดงผ่านก้าวคนละก้าวของ ”พี่ตูน” ซึ่งสัมผัสรับรู้ผ่าน กายกรรม หรือ วจีกรรม มีมากมายหลายหลาก ไม่ว่าจะเป็นการเสียสละ…การพึ่งพาตัวเอง…การเอื้อเฟื้อเกื้อกูล…ความสุภาพนอบน้อม…ความมีสัมมาคารวะ…ความมีน้ำใจ….กตัญญูกตเวทิตา…ความรักความสามัคคี…เรื่อยไปกระทั่งถึงการให้อภัย
วรรคทองจากวจีกรรมของ ”พี่ตูน” ซึ่งบ่งบอกถึงการแสดงธรรม ตลอดช่วงเวลา และระยะทางของการก้าวคนละก้าว พอจะประมวลมาไว้เป็นหลักฐานได้พอประมาณ…
“ผมไม่เสียดายชีวิต…ผมแค่คิดว่าทุกคนต้องตาย แต่สุดท้ายผมคิดว่า ถ้าผมต้องเสียชีวิตจากการทำอะไรแบบนี้ ก็แค่ไม่เป็นไร….ปลายทางถ้ามันจะช่วยชีวิตเด็กน้อยที่ต้องการเครื่องมือฉุกเฉิน หัวหน้าครอบครัวได้มีชีวิตต่อ แล้วไปเลี้ยงลูกอย่างมีคุณภาพ ผมว่ามันคุ้ม”



“ทำดีเอาหน้า…ผมกลัวคำๆนี้มาตลอด แต่เราต้องก้าวข้ามความกลัว และมองที่ผลลัพธ์ปลายทาง”
“10 บาทที่ทุกคนคิดว่ามันจะไปช่วยชีวิตใครได้ ลองเอามากองรวมกัน มันช่วยได้เป็นพันเป็นหมื่นชีวิตเลย”
“ถ้าทุกคนช่วยกันทำดีในส่วนเล็กๆที่แต่ละคนทำได้ มันจะสมทบกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่”
“ชีวิตนี้อีกไม่นานก็ต้องตายจากกันแล้ว คิดดี ทำดีให้กันเข้าไว้ สนุกจะตาย”
“คุณจะเดินไปสู่จุดหมายได้อย่างไร ถ้ามัวแต่ปาก้อนหินใส่หมาที่เห่าตลอดทาง”




“พี่ตูน” ไม่เพียงแสดงธรรมะแบกะดิน…ธรรมะข้างถนนฉบับชาวบ้าน ผ่านการพูด ผ่านการกระทำ แต่ ”พี่ตูน” จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที ได้เจริญรอยตามปรัชญาแห่งความพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรอย่างลึกซึ้ง…
ตรงไหน..ยังไง ??
รูปธรรมสะท้อนการก้าวตามรอยเบื้องยุคลบาทล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ซึ่ง “พี่ตูน” ได้กระทำในโครงการก้าวคนละก้าว คือ การรู้จักประมาณตน…รู้จักประมาณการกำหนดเป้าหมายการระดมเงินบริจาค ให้เหมาะควร…รู้จักประมาณการระยะทางการวิ่ง แต่ละช่วงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถ และกระทำการตลอดการวิ่งอย่างมีเหตุมีผลตามหลักวิชา ตั้งมั่นอยู่บนความไม่ประมาท…
ทั้งหมดที่ ”พี่ตูน” กระทำในโครงการก้าวคนละก้าว คือการกระทำที่สูงส่งเทียมฟ้า..หนักแน่นดุจขุนเขา..กว้างใหญ่ไพศาล ดุจห้วงมหาสมุทร ของคนไทยตัวเล็กๆ ที่มีหัวใจพระโพธิสัตว์




บัดนี้ “พี่ตูน” ได้สื่อสารผ่านการกระทำให้ทุกคนรู้แจ้งเห็นชัดถึงนิยามการดำรงอยู่ของตัวเขาเองระหว่าง “อยู่เพื่อตัวเอง อยู่แค่มีลมหายใจ” กับ “อยู่เพื่อคนทั่วไป อยู่ชั่วฟ้าดินสลาย”...”พี่ตูน”เลือกอะไร ?
ความดี…”พี่ตูน”ทำได้….ใครๆก็ทำได้ ขอแค่ลงมือทำ ด้วยสติปัญญาที่คิดดี-ด้วยหัวจิตหัวใจที่มุ่งดี เท่านั้นเอง….ง่ายออก !!!

ภาพจาก facebook.com/kaokonlakao










