ปีนี้มีแพลนเที่ยวกันหรือยัง ?”

ถ้ามีเพื่อนหรือคนข้างตัวมาถามคำถามนี้ แล้วยังคิดไม่ออกว่าปีนี้จะวางแผนไปเที่ยวที่ไหนดี วันนี้เรามีไอเดียดีๆ จาก Lonely Planet มานำเสนอ กับ 10 ประเทศน่าออกเดินทางไปเที่ยวตลอดปี 2018 ซึ่งบางประเทศก็เป็นที่รู้จักและเป็น Dream Destination หรือจุดหมายในฝันของเหล่านักเดินทางมานาน ขณะที่ อีกหลายประเทศ เชื่อว่าหลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ ทว่า ทั้ง 10 ประเทศ มีจุดเกาะเกี่ยวที่เหมือนกัน คือ สวยขนาดที่จะทำให้คุณทนไม่ไหว ต้องรีบเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วออกเดินทางได้ไม่ยากทีเดียว


1. ชิลี

แน่นอนว่า ชิลี ไม่ใช่เพิ่งมาเป็นที่รู้จักของ เหล่านักเดินทาง เพราะเพชรเม็ดงามแห่งทวีปอเมริกาใต้เม็ดนี้เปล่งประกายเข้าตาชาวโลกมานานแล้ว ด้วยชัยภูมิที่ตั้งอยู่ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคด้านตะวันตก โอบล้อมด้วยเทือกเขาแอนดิส (Andes) แถมยังมีภูมิประเทศที่เป็นทะเลทราย Atacama ทางตอนเหนือ และภูมิประเทศอันหลากหลายนี้เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายัง ซานเตียโก (Santiago) เมืองหลวงของชิลีเพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ

ไปเกาะอีสเตอร์ เพื่อชมรูปปั้นหินซึ่งมีรูปร่างคล้ายมนุษย์และส่วนศีรษะมีขนาดใหญ่เด่นชัดซึ่งเรียกว่า “โมไอ” กว่า 887 ตัว หรือไปพักผ่อนสบายๆที่ เมืองปูกอน เมืองรีสอร์ททิวทัศน์สวยงามเหมือนเมืองในฝันริมแนวชายฝั่งทะเลสาบวิลลาร์ริกา โดยในปี 2018 นี้เอง จะมีการเฉลิมฉลองใหญ่ระดับประเทศในโอกาสครบรอบ 200 ปีของการประกาศอิสรภาพของประเทศชิลีด้วย นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรพลาดเดินทางไปชิลีด้วยประการทั้งปวง

ภาพจาก : http://chile.travel/en

 

2. เกาหลีใต้

เชื่อแน่ว่าชาวไทยหลายคนเคยเดินทางไปกันมากกว่าหนึ่งครั้งแน่นอน ทว่า แล้วทำไม Lonely Planet ถึงแนะนำให้ไปในปีหน้าล่ะ… คำตอบคือ ปี 2018 ที่จะถึงนี้เกาหลีใต้กำลังจะเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับโลกอย่าง โอลิมปิกฤดูหนาว หรือ พย็องชัง 2018 (Pyeongchang 2018)

หกรรมกีฬาฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2018 ซึ่งปรากฎการณ์นี้จะเปลี่ยนประเทศเกาหลีใต้ที่เคยทันสมัย สะดวกสบาย อยู่แล้ว ให้น่าเที่ยวยิ่งขึ้นไปอีก เพราะคุณจะได้นั่งรถไฟบนรางแบบไฮสปีดที่เชื่อมทุกเมืองในประเทศสู่เมืองที่จัดโอลิมปิกเกม และตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสีจัดเต็มที่จะเติมสีสันให้ไนท์ไลฟ์ของคุณสนุกกว่าเคย

ภาพจาก : http://conceptnewscentral.com/index.php/2017/12/24/korea-hikes-visa-fee/

 

3. โปรตุเกส

แม้ว่า ประเทศโปรตุเกส จะเป็นเพื่อนบ้านแนบแน่นกับประเทศท่องเที่ยวอย่าง สเปน แต่ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวอาจมองผ่านประเทศนี้ไปเพราะไปโฟกัสอยู่แต่กับสเปน ทว่า หากลองฉายสปอตไลท์ส่องไปยังประเทศที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป ก็จะพบแง่งามที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือน อย่าง ความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรรม ศิลปะอันทรงคุณค่า และเสน่ห์ด้านอาหารการกินที่ไม่เหมือนใคร ที่

ในปี 2017 มีร้านอาหารโปรตุเกสถึง 7 ร้านที่ได้รับ มิชลินสตาร์ และจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ นั้นคืออีกเหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ขอแนะนำให้บรรจุประเทศโปรตุเกสเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของการท่องเที่ยวในปีหน้า เพื่อไปกิน ไปฟิน ไปดื่มด่ำกับศิลปะวัฒนธรรมสไตล์โปรตุกีสกัน

ภาพจาก : http://www.telegraph.co.uk/travel/tours/food-tour-of-porto-portugal/

 

4. จิบูตี

พอได้ยินชื่อ เชื่อว่าหลายคนคงกำลังงงอยู่ว่าประเทศนี้อยู่ที่ไหนบนแผนที่โลก ? หากจะทำความเข้าใจง่ายๆ คือ จิบูตี ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดเอริเทรีย ทิศตะวันตก และใต้ติดเอธิโอเปีย ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดโซมาเลีย ส่วนทิศตะวันออกติดอ่าว Aden และทะเลแดง มีเมืองหลวงชื่อเดียวกับประเทศ คือ กรุงจิบูตี (Djibouti)

หากใครอยากไปผจญภัยที่เอธิโอเปียก็มักจะไปเที่ยวรับความสดชื่นกันที่ จิบูตีกันก่อน เพราะที่นี่มีภูมิประเทศหลากหลายที่สวยงามให้ชม ตั้งแต่ ทะเลสาบน้ำเค็มไปจนถึงภูเขาไฟที่สงบแล้ว และยังเป็นสวรรค์สำหรับคนรักกิจกรรมเอาท์ดอร์ อย่าง ปีนเขา หรือถ้าชอบความตื่นเต้นขอแนะนำให้ไปดำน้ำชมฉลามวาฬ ก็รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ภาพจาก : http://www.bbc.com/travel/story/20151118-is-africa-getting-a-dubai

 

5. นิวซีแลนด์

ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ คงต้องบอกว่าเปรียบไปแล้ว นิวซีแลนด์ ก็เหมือน one stop service แค่เดินทางไปถึง ก็สามารถเลือกเที่ยวได้ตามใจชอบ เพราะที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวทุกรูปแบบให้ได้เสพ หากอยากสัมผัสกับความรุ่มรวยทางธรรมชาติของที่นี่ก็ทำได้ง่ายๆด้วยการขับรถเที่ยว ชมทิวทัศน์ข้างทางที่สวยงามเหมือนภาพวาด และบางช่วงยังมีทะเลสาบที่มีน้ำใสราวกระจกให้แวะถ่ายรูป หรือจะเดินเที่ยวชมอาสนวิหาร โบสถ์ ในเมืองหลวงของนิวซีแลนด์อย่าง ไครสต์เชิร์ช ก็เพลินจนลืมเวลา

ในปี 2018 นี้ จะเป็นปีแห่งการโปรโมตชายฝั่งทะเลในเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ ซึ่งในโอกาสนี้นิวซีแลนด์จะเปิดเส้นทางปีนเขา 4 เส้นทางใหม่ให้นักปีนเขาได้ทดลองปีนกัน บอกได้คำเดียวว่า ใครชอบแนวนี้ ต้องอย่าพลาดกันเลย

 

6. มอลต้า

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่หลายคนไม่คุ้นชื่อ ทว่าประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของยุโรปนาม มอลต้า แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในโลกที่ได้ชื่อว่ามีสภาพอากาศดีที่สุดในโลก เพราะแม้จะอยู่ในทวีปยุโรป ก็มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียสในเวลากลางวันตลอดทั้งปี มีแสงแดดเฉลี่ยวันละ 5.2 ช.ม.

ขณะที่หลายประเทศทั่วยุโรปหิมะกำลังตกหนักในเดือนธันวาคม แต่มอลตากลับแทบไม่เคยทนทรมานจากอากาศหนาวเหน็บช่วงหิมมะตกเลย ซึ่งตามสถิติ มีถึง 300 วันในหนึ่งปี ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับแสงแดดสดใสที่นี่ และในปีหน้านี้เองยังมีการจัดงานที่คนรักหนังต้องไม่พลาดอย่างเทศกาลหนังนานาชาติขึ้นที่นี่ด้วย

ภาพจาก : http://www.telegraph.co.uk/travel/destinations/europe/malta/

 

7. จอร์เจีย

“งดงามแบบเมืองเก่าสไตล์ยุโรปอายุกว่า 2,500 ปี เป็นแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รัสเซีย ยุโรป และเอเชีย” นี่คือนิยามที่นักเดินทางมอบให้ประเทศจอร์เจียเมื่อได้มาสัมผัส นอกจากนั้น ความโดดเด่นอีกเรื่องที่ทำให้ Lonely Planet จัดอันดับให้ประเทศจอร์เจียเป็นอีกหนึ่งจุดหมายของนักเดินทางในปี 2018 คือ

เสน่ห์ของชาวจอร์เจียที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ไม่ว่าเมืองจะมีความทันสมัยและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่พวกเขายังคงรักษาวัฒนธรรม ประเพณี ที่แสดงถึงตัวตนชาวจอร์เจียไว้ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

ส่วนหนึ่งแสดงออกผ่านหลากหลายเมนูอาหาร ดังนั้น หากมีโอกาสได้ไปเที่ยวจอร์เจียแล้ว ต้องไม่พลาดลิ้มรสอาหารจอร์เจียรสชาติดั้งเดิมและไวน์จอร์เจียรสนุ่มละมุนลิ้นอันโด่งดังไปทั่วโลกกันด้วย

ภาพจาก : http://www.georgiaoakpartners.com/

 

8. มอริเชียส

เชื่อว่ายังมีน้อยคนที่เคยได้ไปสัมผัสกับไข่มุกเม็ดงามใจกลางมหาสมุทรอินเดียตะวันตกเฉียงใต้แห่งนี้ เพราะมอริเชียสได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งหาดทรายขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ธรรมชาติป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ และด้วยบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบนี้นี่เองที่ทำให้มอริเชียสเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับคู่รักทั่วโลก

ในปัจจุบันรัฐบาลมอริเชียส ได้ประกาศให้เกาะมอริเชียสเป็นศูนย์กลางของการบินไปยังอีกหลายจุดหมายในแอฟริกา ทำให้มีหลายสายการบินที่บินตรงมายังมอริเชียสมากขึ้น ในจำนวนนี้มีทั้งสายการบินประจำชาติอย่าง Air Mauritius และล่าสุดยังมีสายการบินระดับโลกอย่าง KLM ที่เปิดเส้นทางบินจากเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ มายังมอริเชียสแล้ว  ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีสายการบินที่บินตรงมายังมอริเชียสมากขึ้นแน่นอน

ภาพจาก : https://www.tourism-mauritius.mu/en-int/3-fantastic-beaches

 

9. จีน

หลายคนอาจแปลกใจว่าทำไมปีนี้ จีน ติดโผ 10 ประเทศน่าเที่ยวที่ Lonely Planet แนะนำด้วยหรือ ? จริงๆ แล้วไม่น่าแปลกใจเลยเพราะด้วยขนาดประเทศอันมหึมานี่เอง ทำให้จีนยังคงมีแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวและรอให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกไปเยี่ยมเยือนอีกมากมาย

ในปี 2016 ที่นโยบายพัฒนาประเทศจีนเดินหน้าขยายเส้นทางคมนาคมทางรางให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ก็ยิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างเมืองมากขึ้น ขณะที่ ที่ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ก็ถูกพัฒนาให้มีสีสันและทันสมัยมากขึ้น อย่างพระราชวังต้องห้ามที่เมืองปักกิ่ง ก็ได้เปิดอีกสี่ส่วนในพระราชวังฯ ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมความงามเพิ่มขึ้นด้วย

ภาพจาก : https://www.unnax.com/china-worlds-new-fintech-leader/

 

10. แอฟริกาใต้

ชายหาดที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาซึ่งโอบล้อมด้วยภูเขา ระบบนิเวศน์ที่ยังอุดมสมบูรณ์เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ไปจนถึงอาหารพื้นเมืองและไวน์รสเลิศ นี่เป็นแค่เสน่ห์ส่วนหนึ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางมายังประเทศแอฟริกาใต้ และในปี 2018 นี้ แอฟริกาใต้จะจัดอีเวนท์ใหญ่ในรอบทศวรรษ Nelson Mandela Centenary 2018: Be the Legacy

ยิ่งทำให้ประเทศแอฟริกาใต้ควรค่าแก่การเดินทางไปเยี่ยมเยือน เพราะจะมีการจัดกิจกรรมหลากหลายตลอดปี ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันกีฬา แนะแนวการศึกษา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมอีกมากมาย เพื่อระลึกและเป็นเกียรติให้กับ เนลสัน แมนเดลา ผู้นำตลอดกาลของประเทศฯ นั่นเอง

ภาพจาก : https://www.worldtravelguide.net/guides/africa/south-africa/

ที่มา : https://www.lonelyplanet.com/best-in-travel/countries

Previous articleสาลิกาสมาคม-EP.12/2560
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.111/60
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์