ความผิดพลาดในอดีตจากโครงการของรัฐ ยังคงตามมาหลอกหลอนชาวระยอง การขับเคลื่อนโครงการ EEC จึงต้องมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้คนในพื้นที่เกิดความเชื่อมั่น ร่วมทั้งเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา
กลุ่มผู้นำท้องถิ่นใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ร่วมตัวกันที่ห้องประชุมเทศบาล ต.บ้านฉาง แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีนายอภิชาต ทองอยู่ ที่ปรึกษาเลขาธิการ EEC ร่วมรับฟัง
วงสนทนาพูดคุยกันอย่างกว้างขว้างในหลากหลายมิติ หัวใจสำคัญอยู่ที่ประเด็นการจัดทำผังเมืองใหม่ และการเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา มีเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นภาพจำจากอดีตที่ยังตามมาสร้างความวิตกกังวลต่อชาวระยองจนถึงทุกวันนี้
แนวทางการพัฒนาพื้นที่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย อาทิ เทศบาล ต.พลา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินอู่ตะเภาและพื้นที่ข้างเคียง ที่รัฐบาลมีแผนจะยกระดับขึ้นเป็นท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่ 3 ของไทย ต่อจากดอนเมือง และสุวรรณภูมิ จะต้องมีแผนพัฒนาสำนักการค้า ศูนย์กลางสินค้า คลังสินค้า และโรงแรม ซึ่งคนในพื้นที่ควรจะมีส่วนกำหนดทิศทาง

ส่วนพื้นที่เทศบาล ต.บ้านฉาง เทศบาล ต.สำนักท้อน เทศบาลเมืองบ้านฉาง และ อบต.สำนักท้อน กำหนดให้เป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า เมืองที่อยู่อาศัย ศูนย์ขนส่งสินค้าปลีก ผลิตสินค้าครบวงจร รวมทั้งเป็นศูนย์แสดงสินค้าระดับโลก ศูนย์การประชุม และโรงแรม
จุดที่ต้องให้ความสำคัญคือบริเวณทางเข้าออกของสนามบินอู่ตะเภา ด้านที่ติดกับ ต.พลา เหมาะจะวางยุทธศาสตร์การพัฒนา เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่าง อ.บ้านฉาง กับสนามบินอู่ตะเภา โดยการพัฒนาเป็นศูนย์เขตปลอดภาษี อาคารสำนักงานเขตปลอดภาษี และส่งเสริมการท่องเที่ยว
กลุ่มฝ่ายปกครองท้องที่ อ.บ้านฉาง เสนอให้พิจารณาความต้องการของประชาชน ให้ยกเลิกพื้นที่กรมป่าไม้ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้าม พ.ศ. 2492 จำนวน 62,125 ไร่ เพื่อให้ประประชาชน ต.ห้วยโป่ง และ ต.สำนักท้อน มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ และต้องการให้การจัดทำผังเมืองใหม่ยกระดับโครงการบ้านฉางโมเดล เสนอต่อหน่วยงานรัฐให้กำหนดเป็นเมือง Smart City บนพื้นที่ 1,800 ไร่ ที่เทศบาลบ้านฉางได้ศึกษาไว้แล้ว

อีกประเด็นคือขอให้พัฒนาถนนสาย 3376 เชื่อมมอเตอร์เวย์จาก อ.บ้านฉาง ผ่าน ต.สำนักท้อน ต.มะขามคู่ เชื่อมถนนสาย 36 เพื่อจัดการแก้ปัญหาการจราจร รองรับการขยายตัวของเมืองที่จะเกิดขึ้นตามแผนพัฒนา EEC
หลังประมวลผลการพูดคุยและรับฟังความเห็นในครั้งนี้ ที่ปรึกษาเลขาธิการ EEC จะนำไปเสนอต่อสำนักงานระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามเหมาะสม













