กลุ่ม EEC Watch เข้าพบผู้บริหารสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ยื่นข้อเสนอเรื่องการพัฒนาเพื่อให้นำไปประกอบการพิจารณาขับเคลื่อน EEC ภายใต้แนวคิด “วิถีไทสร้างสรรค์ตะวันออก”

กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC Watch) นำเสนอแนวทางภายใต้ร่างแนวคิด “วิถีไทสร้างสรรค์ตะวันออก” เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่าควรจะมองอย่างรอบด้านมากขึ้น ทั้งปัญหาที่มีอยู่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ การเป็นแหล่งผลิตอาหารชั้นดีของโลก ฯลฯ และควรจะมองให้ไกลยิ่งขึ้น จากที่รัฐมีเป้าหมายระยะ 1-5-10 ปี ขยับไปเป็น ระยะ 5-10-20-50 ปี
จัดให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เพื่อสร้างทางเลือกทางนโยบายที่เหมาะสมกับภาคตะวันออกและจัดทําแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างมีส่วนร่วม ประกอบด้วย
– แผนภาพรวมเพื่อการพัฒนา
– แผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในภาพรวม
– แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค
– แผนการดําเนินงาน
จัดกระบวนการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีส่วนร่วม โดยมีการประเมินผลกระทบตามมาตรฐานสากล และยึดหลักการสําคัญ ในการสร้างสมดุลการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ประเด็นการใช้พื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นฐานเริ่มต้น และใช้กลยุทธประกาศพื้นที่เล็กๆ เป็น “เขตส่งเสริมพิเศษ” ทางกลุ่ม EEC Watch เสนอเพิ่มเติมว่าจะต้องผนึกภูมิภาคตะวันออกบนฐานความสัมพันธ์เชิงนิเวศวัฒนธรรม และสร้างแรงจูงใจให้เกิดขั้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างสร้างสรรค์
กลุ่ม EEC Watch เสนอให้ทบทวนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10+1 โดยยึด 4 แนวทาง คือ
– ให้อยู่บนฐานทรัพยากรและความรู้ความสามารถของเรา
– ให้ต่อยอด/สร้างคุณค่าหรือมูลค่าเพิ่ม ให้กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
– ให้เป็นการสร้างนวัตกรรมของเราเอง
– โดยคํานึงถึงผลกระทบอย่างรอบด้าน
กลุ่ม EEC Watch ยังแสดงจุดยืน สนับสนุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่องานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ ต้องใช้กําลังมาก และต้องทําซํ้าซาก แต่ไม่ควรนำหุ่นยนต์มาทดแทนแรงงานทั่วไป ขณะเดียวกัน ไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมจากฟอสซิลหรือปิโตรเคมี เพื่อมุ่งสู่สังคมปลอดเชื้อเชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่สนับสนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

กลุ่ม EEC Watch มีข้อเสนอเกี่ยวกับโครงการพัฒนาด้านต่างๆ ดังนี้
- ด้านอาหารและการเกษตร
– สนับสนุนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และการเป็นศูนย์กลางอาหารปลอดภัย
- ฟื้นฟูและพัฒนาชุมชน/เมืองดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองใหม่ โดยยึดหลัก
– สังคมคาร์บอนตํ่า
– เมืองที่มีการออกแบบเพื่อส่วนรวม
- การคมนาคม/ขนส่ง
– วางระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม เชื่อมโยงกัน และทุกคนสามารถเข้าถึงได้
– เพิ่มทางเลือกที่สะดวกสบาย ทั้งเดิน จักรยาน รถเมล์ เรือ และบูรณาการโหมดการคมนาคม เพื่อจูงใจให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และรถยนต์ขนส่งสินค้า
– นอกจากสร้างการคมนาคมขนส่งระหว่างจังหวัดแล้ว ต้องให้ความสําคัญกับการคมนาคมขนส่งระหว่างเมืองและภายในเมืองด้วย
– พัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน
– ออกแบบรถไฟความเร็วสูงไม่ให้มีผลต่อความสัมพันธ์และการจราจรของชุมชน 2 ฝั่งเส้นทาง
– พิจารณาขยายรถไฟสายตะวันออก จากบ้านพลูตาหลวง-ตราด
- การท่องเที่ยว
– ให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน
– ต้องคํานึงถึงจํานวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสม และการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ ได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมหรือธรรมชาติ
- การแพทย์ครบวงจร
– เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลรัฐที่มีอยู่
– ให้ความสําคัญกับการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย เท่าเทียมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งเป็นจุดแข็งสําคัญของภาคตะวันออก
- สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางด้านกิจการเพื่อสังคม และเขตการค้าที่เป็นธรรม
ซึ่งทุกโครงการจะต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนในพื้นที่อย่างมีความหมาย และให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมตัดสินใจเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา

สำหรับเป้าหมายการลงทุนของรัฐใน EEC ช่วง 5 ปีแรก วงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท เป็นงบของรัฐ 20% และเอกชน 80% ทางกลุ่ม EEC Watch มีข้อเสนอแนะว่า จะต้องลงทุนจากภาคส่วนต่างๆ อย่างเหมาะสม และจัดลําดับความสําคัญให้ดี โดยจะต้อง
- การจัดการปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน
- การเพิ่มประสิทธิภาพ ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการที่มีอยู่
- การพัฒนาโครงการใหม่
กลุ่ม EEC Watch เสนอว่ารัฐไม่ควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดความก้าวหน้าเพียงแค่มิติของ GDP และตัวเลขการลงทุนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญในมิติอื่นด้วย เช่น
– ริเริ่มนําแนวคิด “เศรษฐกิจโดนัท” มาใช้ ซึ่งคํานึงถึงรากฐานทางสังคมและเพดานของสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
– ประยุกต์ตัวชี้วัดความสุขมวลรวมประชาชาติ มาใช้

กลุ่ม EEC Watch เห็นว่าควรเพิ่มเงื่อนไขความสําเร็จของโครงการ EEC อีก 2 ด้าน คือ
– การพัฒนาโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เน้นสร้างสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน
– ภาคส่วนต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกมากขึ้น คือ ได้ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติ ร่วมควบคุม/ติดตาม/ประเมิน และร่วมลงทุน ซึ่งจะเป็นหัวใจที่จะทําให้เกิดการพัฒนาอย่างเหมาะสมกับสภาพและศักยภาพของพื้นที่อย่างแท้จริง

น.ส.ทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสายงานปฏิบัติการเชิงพื้นที่ สกรศ. เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร รับฟังข้อเสนอแนะจากกลุ่ม EEC Watch เห็นว่าหลายประเด็นมีประโยชน์ และรับปากว่าจะนำไปพิจารณาประกอบการขับเคลื่อนโครงการ EEC ต่อไป











