ท่ามกลางกระแสข่าวทั้งร้ายและดีรับปีใหม่ ปรากฎมีข่าวหนึ่งขึ้นมาบนหน้าฟีดเฟสบุ้ก พร้อมภาพจากไอจีของ นุสบา ปุณณกันต์ ล้มหมอนนอนเสื่ออยู่บนเตียงในโรงพยาบาล เมื่ออ่านเนื้อข่าวก็ได้ความว่าดาราสาวได้ออกมาอัพเดทอาการป่วยล่าสุดของเธอ ที่ไปติดเชื้อไวรัสโรต้า ซึ่งทำให้มีอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง และมีไข้ ปวดท้อง รวมถึงอาเจียน ร่วมด้วย พร้อมให้ข้อมูลสาเหตุ การติดต่อ และการป้องกันไว้ด้วย แต่ข้อมูลที่ทำให้หลายคนสะพรึงกลัวนั่นคือ การที่เธออ้างอิงจากคำของหมอที่รักษาเธอว่า อาการเจ็บป่วยนี้ ยังไม่มียารักษานั่นเอง


ด้วยเหตุนี้ หนทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันและดูแลสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อไม่ให้ไวรัสตัวร้ายเข้ามาในร่างกายโดยไม่ได้รับเชิญ

จากการหาข้อมูลย้อนหลังของโรคนี้พบว่า การติดเชื้อไวรัสโรต้าในไทย หากเกิดขึ้นกับกลุ่มเสี่ยงซึ่งเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี จะมีอาการรุนแรงกว่าเกิดกับผู้ใหญ่มาโดยตลอด ทว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลับค่อยๆพบผู้ติดเชื้อในวัยผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดย นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า

“ในช่วงนี้พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงในหลายพื้นที่ โดยจะเป็นเด็กและผู้สูงอายุค่อนข้างมาก ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย อาทิ ไวรัสโรตา โนโรไวรัส เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม โรคอุจจาระร่วงสามารถพบได้ในทุกกลุ่มวัย ซึ่งตลอดปี 2560 พบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเกือบ 1 ล้านคน”

และที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปลายปีจนถึงต้นปีนี้ รองอธิบดีกรมควบคุมโรคอัพเดทว่ามีพบผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโรตามากขึ้นในผู้ใหญ่มากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากฝนเป็นหนาว ทำให้ไวรัสเติบโตได้ดี ซึ่งไวรัสโรตาไม่ใช่ไวรัสที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่แต่เกิดมานานแล้ว ซึ่ง นพ.อัษฎางค์ ยืนยันว่ารุนแรงน้อยกว่าอหิวาตกโรค

ด้าน อ.ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล แพทย์และอาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ความรู้เรื่องอาการ วิธีการรักษา และป้องกันไว้ ดังนี้


Q : ไวรัสโรตา คืออะไร ?

A : เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร พบไวรัสนี้ได้ตามพื้นที่สกปรก พื้นสัมผัสรอบกายและอาหารที่ไม่สะอาด


Q : สัญญาณบ่งบอกว่าติดเชื้อไวรัสโรตา คืออะไร

A : มีไข้ มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเหลว และอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อค ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต


Q : หากติดเชื้อไวรัสโรตา จะมีวิธีการรักษาอย่างไร

A : ควรไปพบแพทย์โดยด่วน ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ระหว่างที่ยังมีอาการท้องเสียให้ดื่มน้ำเกลือแร่ทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป หากเป็นเด็กเล็ก อายุ 2-3 เดือน สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตัวนี้ได้


Q : มีวิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรตาอย่างไร

A : ล้างมือให้สะอาดก่อนประกอบอาหาร และหลังการใช้ห้องน้ำ กำจัดขยะและเศษอาหาร เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ซึ่งเป็นพาหะนำโรคค รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ไม่ทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หากในครอบครัวมีเด็กเล็กควรหมั่นทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ของเด็ก และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดจะดีที่สุด


ที่มา :

http://www.riskcomthai.org/2017/detail.php?id=36806

https://www.youtube.com/watch?v=HCvyrN0NO0w

(youtube ช่อง RAMA CHANNEL)


ภาพประกอบจาก : https://newsatjama.jama.com/2014/06/09/high-rotavirus-vaccination-rates-continue-to-pay-off/

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.12/61
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.13/61
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์