3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง กำลังจะเป็นไข่แดงของไทย ในการขับเคลื่อนโครงการ EEC เพื่อพัฒนาประเทศ หัวใจสำคัญที่จะสร้างความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนคือการกำหนดทิศทางการศึกษาให้ตอบโจทย์การพัฒนา ซึ่ง ม.บูรพา จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ
ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ในประเด็นการพิจารณางบประมาณการศึกษาให้สอดคล้องกับการสร้างความร่วมมือเพื่อผลิตบุคคลกร ให้ตอบสนองตลาดแรงงานโดยเฉพาะในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)


ดร.คณิศ หยิบยกหลักการ “สัตหีบโมเดล” นำเสนอต่อที่ประชุม มี 5 ขั้นตอนสำคัญในการผลิตบุคคลากรที่มีคุณภาพ คือ
- สถาบันการศึกษาสร้างความร่วมมือกับเอกชน
- การจัดการรับเด็กเข้าศึกษาร่วมกัน
- เอกชนสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนแก่ผู้เรียน
- การศึกษามีการฝึกงานครึ่งเวลาเรียน
- การันตีการทำงานกับทุกคนที่จบการศึกษา
ข้อปฏิบัติทั้ง 5 ข้อดังกล่าว จะต้องตั้งอยู่แนวทางหลักคือการจัดการศึกษาตามความต้องการ (Demand Driven) ซึ่งจะลดการสูญเปล่าทางการศึกษาได้จริง
เลขาธิการ EEC สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาไทยในปัจจุบัน สร้างสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือเรียกง่ายๆ ว่า “หนี้เสีย” เพิ่มสูงขึ้นจนน่าวิตก เพราะทุกครอบครัวต่างก็อยากให้ลูกหลานได้เรียนดี ๆ เรียนสูงๆ ตามค่านิยม โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษา นำไปสู่การกู้หนี้ยืมสินในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะกองทุนเพื่อการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กว่า 30% ของเด็กที่เรียนจบปริญญาตรี ประสบภาวะตกงานหรือต้องทำงานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าวุฒิที่เรียนจบมา โดยปัจจุบันมีบัณฑิตปริญญาตรีว่างงานกว่า 3 แสนคน นำไปสู่การเบี้ยวหนี้ กยศ. กลายเป็นหนี้เสีย ส่งผลกระทบต่อเด็กรุ่นหลัง

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่บัณฑิตปริญญาตรีตกงานเป็นจำนวนมาก เพราะสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการผู้จบอาชีวศึกษา 70% ส่วนปริญญาตรีต้องการแค่ 30%

เห็นได้ชัดจากโครงการ EEC ที่ต้องการแรงงานฝีมือรายได้สูงกว่าแสนตำแหน่ง และในอนาคตอันใกล้ การจ้างงานในพื้นที่ EEC จะขยายใหญ่ราว 2 ล้านตำแหน่ง ทั้งใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเดิม และ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ดังนั้นระบบการศึกษาจำเป็นจะต้องปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยต้องให้ความสนใจความต้องการของตลาดแรงงาน (Demand side) ให้มากขึ้น
มหาวิทยาลัยบูรพานอกจากจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของภูมิภาคตะวันออก ยังตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ EEC มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคคลากรที่มีคุณภาพเพื่อป้อนให้กับ EEC การประชุมครั้งนี้ จึงน่าจะมีผลต่อการปรับทิศทางของมหาวิทยาลัยบูรพา ให้สอดรับกับการขับเคลื่อน EEC ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาประเทศ

เลขาธิการ EEC ทิ้งท้ายด้วยการเน้นย้ำเรื่องการสนับสนุนท้องถิ่นให้เติบโตควบคู่ไปกับภาคเศรษฐกิจ โดยที่มหาวิทยาลัยบูรพาจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาคตะวันออก ด้วยการบูรณาการการศึกษากับทุกภาคส่วน เพื่อให้ท้องถิ่นก้าวหน้าอย่างยั่งยืน











