“เป็นการไปที่คุ้มค่ามาก ขึ้นไปอยู่ในอวกาศเพียง 1 ชั่วโมงได้เห็นเปลือกโลกด้วยตาตัวเอง….” เสียงเล็กๆ จากผู้หญิงไทยหนึ่งเดียวที่มีโอกาสไปตามล่าคว้าฝันไกลถึงห้วงอวกาศ…มิ้ง-พิรดา เตชะวิจิตร์
เธอคือใคร?..เธอมาจากไหน?…ทำไมเธอได้รับโอกาสให้ไปพิชิตอวกาศ?????
“พิรดา” คือสาวราศีสิงห์ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา วัย 34 ปี มาจากครอบครัวที่ทำโรงงานเซรามิคอยู่เมืองรถม้าลำปาง สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากนั้นได้รับทุนการศึกษาภายใต้ Thos Operation Training Program (TOTP) ของโครงการพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทย หรือดาวเทียมไทยโชติ เดินทางไปศึกษาต่อทางด้านดาวเทียม ณ ประเทศฝรั่งเศส จนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมอวกาศ จากสถาบัน ISAE

เธอหอบวุฒิการศึกษาปริญญามหาบัณฑิต ด้านวิศวกรรมอวกาศ จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของฝรั่งเศส ข้ามน้ำข้ามทะเลกลับสู่อ้อมกอดแผ่นดินเกิด ไปสมัครทำงานในตำแหน่งวิศวกร ฝ่ายควบคุมดาวเทียม ศูนย์ปฏิบัติการดาวเทียมธีออส (ในขณะนั้น)
หน้าที่การงานของเธอ เจริญก้าวหน้าโดยลำดับ กระทั่งปัจจุบันรับผิดชอบงานในตำแหน่งนักพัฒนานวัตกรรม สำนักพัฒนาอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ฝันไกล..ได้ไปถึงซึ่งอวกาศ
“มิ้ง” หรือ “พิรดา” มีรสนิยมชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับแกแลคซี่มาแต่ไหนแต่ไร และเคยใฝ่ฝันว่าสักวันถ้ามีโอกาส อยากไปตะลุยอวกาศดูซักตั้ง
ยิ่งไปกว่านั้น เธอ ยังมี ยี โซฮยอน นักบินอวกาศคนแรกของเกาหลีใต้ ช่วยจุดประกายความฝันและเป็นแรงบันดาลใจให้เธอมาตลอด กระทั่งเคยบอกกับตัวเองเสมอว่า “ฉันอยากเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกบ้าง เพราะมันเท่ห์และเจ๋งมากๆ”
ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่และแสนยาวไกลของผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่าง พิรดา ค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นทีละเล็กทีละน้อย หลังจากที่เธอ ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในวัยละอ่อน อายุเพียง 29 ปี ได้ลงมือตามล่าคว้าฝัน ด้วยการสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ”แอ็กซ์อพอลโล” เพื่อเข้ากระบวนการคัดสรรบุคคลที่ใช่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียวในการได้สิทธิให้ไปท่องอวกาศ
ในที่สุดบุญนำพาวาสนาเสริมส่ง ประกอบกับความแกร่ง ผสมผสานกับสติปัญญาของเธอ ทำให้เธอคือหนึ่งเดียวที่ได้สิทธิไปตะลุยอวกาศ…สมปรารถนาตามความฝันและความมุ่งมั่นตั้งใจ
สติ-ปัญญา-ทรหดอดทน..ทอฝันให้เป็นจริง
“หัวใจหลักของการไปท่องอวกาศต้องมีคือ ความแข็งแกร่งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝึกซ้อมเตรียมร่างกายให้พร้อม มีการตรวจสมรรถภาพร่างกายเหมือนนักบิน ทดสอบจิตวิทยาเพื่อทดสอบสภาพจิตใจว่ารับแรงกดดันได้มากแค่ไหนหากเจอภาวะเครียด”
เธอเล่าว่าประสบการณ์ฝึกด่านหินที่สถานีฝึกนักบินอวกาศ (Space Camp) ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อขับเคี่ยวกันในโค้งสุดท้ายด้วยการร่วมทำภารกิจฝึกฝนตนเองให้พร้อมสู่การก้าวขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ถือเป็นภารกิจที่หนักและกดดันมาก มีผู้ผ่านเข้ารอบไปเข้าร่วมอบรมทั้งหมด 107 คน จาก 62 ประเทศทั่วโลก แต่มีผู้หญิงเพียง 4 คนเท่านั้นคือจากไทย นอร์เวย์ ญี่ปุ่น และ มาเลเซีย ที่ได้รับโอกาสนี้
ภายในแคมป์ฝึกต้องเจอกับภารกิจหลักถึง 3 ด่านสำคัญ คือ Air combat หรือ ภารกิจ “G Centrifuge” เป็นการฝึกนั่งเครื่องบินในห้องนักบินในสภาวะการขับขี่ยานขึ้นสู่อวกาศจริงแบบซิมูเลเตอร์เพื่อทดสอบสภาวะร่างกายและลองเปิดรับประสบการณ์จริงภายใต้แรงดันสูงสุดถึง 4.5 จี ทดสอบบินจริงบนเครื่องบินความเร็วมากกว่าความเร็วเสียงพร้อมกลับหัวกลางอากาศ
ภารกิจสภาวะไร้น้ำหนัก หรือ Zero G Flight ไฟต์บินโค้งพาราโบลา ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่สามารถทำได้บนพื้นโลกปกติ เป็นหนึ่งในบททดสอบของผู้ชนะการแข่งขัน EXE Apollo เฟ้นหาคนไทยไปอวกาศ เพื่อฝึกซ้อมร่างกายและจิตใจให้พร้อมก่อนเดินทางไปสัมผัสสภาวะไร้น้ำหนักในห้วงอวกาศ ภารกิจดังกล่าวนี้เข้มข้นและยากมากๆ และภารกิจสุดท้ายฝึกในเครื่อง G Force คือฝึกให้อยู่ในเครื่องให้ลองอยู่ในสภาพแรงเหวี่ยง

“กิจกรรมที่ท้อที่สุดคือการทดสอบร่างกายที่ฟลอริดา แม้ว่าการทดสอบสมรรถภาพร่างกายและจิตใจจะมีความยากและความกดดันได้มากแค่ไหน แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่ และแรงบันดาลใจที่ต้องการทำฝัน คือหัวใจของความสำเร็จครั้งนี้”
นอกจากผ่านการฝึกภารกิจโหดทั้ง 3 ภารกิจแล้ว อีกหัวใจหลักของการฝึกในครั้งนี้ก็คือ การทำงานเป็นทีมเวิร์ก ไม่ถ่วงเพื่อนรวมถึงสภาวะการเป็นผู้นำที่ทุกคนต้องมี
“พิรดา” บอกว่าสิ่งที่หนักหนาสาหัสที่สุดก็คือ Astronaut Assault Course การฝึกความแข็งแกร่งของร่างกายเสมือนหนึ่งการฝีกในค่ายทหาร เช่น ปีนผาจำลอง วิดพื้น 50 ครั้ง ซิตอัพ 50ครั้ง กระโดดข้ามรั้ว กระโดดเชือก ซึ่งเป็นภารกิจที่ถือว่าหนักมากสำหรับผู้หญิง ถึงกับเป็นลมหลายครั้งแต่ก็ต้องอดทนสู้
“ต้องให้กำลังใจตัวเองว่าเราทำทุกอย่างแล้วเหลืออีกนิดเดียวคือใจสู้มากๆ เพราะมีทั้งความกดดันทางร่างกาย ซึ่งเราทำเลยขีดจำกัดของร่างกายมากๆ จึงต้องมีแรงผลักจริงๆ”
ทั้งนี้เกณฑ์ในการตัดสินถูกวางไว้ 3 เกณฑ์หลักได้แก่การทำงานเป็นทีมเวิร์ค ความกระตือรือร้น และความกล้าหาญ จึงต้องพยายามโชว์แรงขับในตัว พลังความตั้งใจทุกอย่างว่าฉันอยากไปจริงๆ เมื่อประกาศผลว่าผ่านมีโอกาสได้ไปท่องโลกอวกาศจริงๆ วันนั้นเหมือนเป็นวันที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกอย่าง ความฝัน สิ่งที่พยายามไฟต์มันสัมฤทธิ์ผลแล้ว
ทุกวันนี้ชื่อของ “พิรดา เตชะวิจิตร์” ได้ถูกบันทึกในฐานะนักบินอวกาศคนแรกของไทยที่ทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศด้วยความเร็ว 3,552 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนยาน LYNX MARK II

ผู้เขียน : นรัชต์ชัย ธนะสุธีรัชต์ // ภาพประกอบจาก www.gistda.or.th, facebook.com/pirada techavijit











