จับตา “อมตะ” ขยับตัวครั้งใหญ่ ปรับวิสัยทัศน์ เปลี่ยนเป้าหมาย ขยายอาณาจักร ยกระดับจากเจ้าแห่งนิคมอุตสาหกรรม ก้าวสู่การเป็นผู้นำ Smart City ระดับโลก ร่วมขับเคลื่อน EEC ตอบโจทย์การพัฒนายุค 4.0
“แผนดำเนินงานระยะ 5 ปีจากนี้ เราจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ระดับโลก โดยปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ให้สอดรับกับการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต พร้อมก้าวสู่ยุค 4.0 ที่จะพัฒนาเมืองอัจฉริยะและศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาค เพื่อเป็นพื้นที่การลงทุนที่สมบูรณ์แบบในระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)”


นั่นคือวิสัยทัศน์ของนายใหญ่เครืออมตะ นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน ประกาศในงาน AMATA BEYOND 2018 ภายใต้แนวคิด “Towards Smart City” ที่ Amata Castle จ.ชลบุรี เบื้องต้นได้เปลี่ยนชื่อจากอมตะนครเป็น “อมตะ ซิตี้ ชลบุรี” และอมตะ ซิตี้ เป็น “อมตะ ซิตี้ ระยอง”
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ จะต่อยอดจากการเป็นผู้นำการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมระดับโลก ก้าวไปสู่การสร้างและพัฒนาเมืองที่สมบูรณ์แบบ (Perfect City) มุ่งสู่ความเป็นสากลและทันสมัย สอดรับเป้าหมายการทิศทางการพัฒนาประเทศในยุค 4.0 และการเปลี่ยนแปลงเทรนด์อุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะระดับโลกในอนาคต

ต่อยอดนิคมอุตฯ ยกระดับสู่ Smart City
อมตะเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านนิคมอุตสาหกรรมของไทย ดำเนินธุรกิจมากว่าสี่ทศวรรษ แม้ปัจจุบันจะมีเครือข่ายกว่า 30 บริษัท ประกอบธุรกิจด้านสาธารณูปโภค เช่น ประปา และโรงไฟฟ้า แต่ธุรกิจหลักคือนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง คือ อมตะซิตี้ จ.ระยอง (6,000 ไร่) และ อมตะซิตี้ จ.ชลบุรี (4,000 ไร่) สร้างรายได้รวมกันกว่า 75% ยังไม่นับรวมการลงทุนที่ขยายไปยังเวียดนาม และมีแผนเตียมจะไปลงทุนที่เมียนมา
บนพื้นที่กว่าหมื่นไร่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง มีโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 1,300 แห่ง มีพื้นที่ครอบครองอยู่ในปัจจุบัน 100 ตร.กม. จะขยายเพิ่มเป็น 800 ตร.กม. มีประชากร 300,000 คน และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะถึง 1,000,000 คน ส่วน GDP ของอมตะอยู่ที่ 40,000 ล้านบาท และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 800,000 ล้านบาท
ประเดิมปี 2561 อมตะเตรียมทุ่มงบ 5,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในไทยและเวียดนาม ตั้งเป้าขายที่ดินทั้งรวม 925 ไร่ คาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 10-20%

จับมือพันธมิตร ดึงโมเดลต่างประเทศ สร้าง Smart City
จากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากขึ้น และเทรนด์อุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป ประกอบกับการประเมินราคาที่ดินและค่าแรง การเดินหน้าของอมตะในระยะ 5 ปีข้างหน้า จึงต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาที่ดินเพื่อขายพื้นที่ในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต ไปสู่การรวมบางธุรกิจภาคบริการเข้าด้วยกัน และร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้าง Smart City ในพื้นที่ EEC รวมถึงขยายการลงทุนไปประเทศกลุ่ม CLMV
เมืองโยโกฮามา ของญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะที่อมตะใช้เป็นโมเดลต้นแบบ พัฒนานิคมอุสาหกรรมที่มีทั้งโรงเรียน โรงแรม และสถานพยาบาล โดยความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะหน่วยงานในญี่ปุ่นที่มีส่วนผลักดันโยโกฮามาเป็นเมืองอัจฉริยะสำเร็จมาแล้ว


ส่วนพันธมิตรภาคเอกชนที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ บริษัท อินชอน สมาร์ทชิตี้ คอร์ปอเรชั่น จากเกาหลี ที่มีประสบการณ์ระบบคมนาคมสร้างเมืองเชื่อมกับสนามบิน และบริษัท Saab ABจากสวีเดน ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอากาศยานและนวัตกรรมอากาศยานชั้นนำของโลก จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองอากาศยาน ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอากาศยานในเอเซีย และระดับโลก
อมตะ ซิตี้ ชลบุรี จะถูกยกเป็นเมืองต้นแบบในกลุ่มอมตะทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการบริหารจัดการพลังงานทางเลือกอย่างชาญฉลาด ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยการ จัดการทรัพยากรด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ให้บรรลุตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ อาทิ โครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ (AMATA Science City) และโครงการเมืองการศึกษา (Edu Town) เพื่อสนับสนุนไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาและการพัฒนาด้านต่างๆ เพิ่มศักยภาพแข่งขันกับนานาประเทศ











