
ลุ้นอังคารหน้า
ค่าจ้างขั้นต่ำเข้า ครม.
เอกชน-แรงงาน เห็นต่าง

การประชุม ครม. วันที่ 23 มกราคม ยังไม่พิจารณารับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ คาดว่าจะนำเข้าหารือ 30 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุม ว่าแม้จะดูปรับขึ้นไม่มากนัก แต่จะทำให้มีเงินในระบบเพิ่มมากขึ้นหลังจากไม่ได้ปรับขึ้นมา 3 ปี ขอให้แรงงานเข้าใจ และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือในระยะแรก พร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้ควบคุมราคาสินค้า อย่าให้มีผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล
ขณะที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ขอให้รัฐบาลทบทวนมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของคณะกรรมการค่าจ้าง เพราะเกรงว่าจะกระทบกับSMEs และเกษตรกร แล้วให้ยึดตามมติของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่
ด้านคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ( คสรท.) เรียกร้องถึงนายกฯ ขอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้เท่ากันทั้งประเทศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
ภาพจาก www.thaigov.go.th

ปี 60 ส่งเสริมลงทุน
เกินเป้า 6 แสนล้าน
เป้าปี 61 เพิ่ม 12.1%
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานต่อ ครม. ว่ามูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2560 เท่ากับ 641,978 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 600,000 ล้านบาท เป็นมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่โครงการ EEC ถึง 296,889 ล้านบาท หรือ 46% ของมูลค่าทั้งหมด และขอรับการส่งเสริมการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ถึง 61% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด
ส่วนประเทศที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2560 มูลค่าสูงสุดคือ ญี่ปุ่น รองลงไปได้แก่ สิงคโปร์ จีน สหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ปี 2561 BOIตั้งเป้าหมายว่าจะมีมูลค่าส่งเสริมการลงทุน 720,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.1% จากปี 2560

ผู้ว่าฯ ธปท. ยืนยัน
ดูแลแต่ไม่แทรกแซง
เงินบาทแข็งค่า
นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงเงินบาทที่แข็งค่าว่าเป็นผลจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคถือเป็นเรื่องปกติ ยืนยันว่าจะดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่จะไม่เข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการค้าของไทย จึงไม่ต้องกังวลกรณีที่สหรัฐจับตามองไทยเป็น 1 ใน 16 ประเทศที่เกินดุลการค้าสูงกับสหรัฐฯ
ส่วนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 5 – 22 บาท ผู้ว่าฯแบงค์ชาติระบุว่ามีความเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อน้อยมากเพราะปรับขึ้นไม่เท่ากันทั่วประเทศ

ปปง.อายัดทรัพย์ “เสี่ยเปี๋ยง”
เพิ่มอีก 581 ล้านบาท
คณะกรรมการธุรกรรม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้อายัดทรัพย์สินเพิ่มจากกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) คือ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง กับพวก มีทรัพย์สินถูกอายัดครั้งนี้ 180 รายการ มูลค่า 518,803,421 บาท พร้อมดอกผลนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการธุรกรรมมีมติ
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของนายอภิชาติ กับพวก ไปแล้ว 10 คำสั่ง รวมทรัพย์สิน 2,323 รายการ มูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท

ม้าน้ำเสียบไม้ 150 บาท
โผล่ตลาดน้ำพัทยา
จี้รัฐใส่บัญชีคุ้มครอง
นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ม้าน้ำอยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครอง ห้ามจับ ห้ามซื้อขาย และห้ามครอบครอง หลังพบว่าร้านอาหารในตลาดน้ำสี่ภาค เมืองพัทยา นำม้าน้ำมาเสียบไม้วางขาย ไม้ละ 150 บาท ซึ่งผู้ขายไม่มีความผิดเพราะม้าน้ำไม่ใช่สัตว์คุ้มครอง ถ้ายังปล่อยไว้ม้าน้ำจะถูกล่ามากขึ้น กระทบต่อจำนวนม้าน้ำจนอาจสูญพันธ์
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เผยว่าส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบแล้ว ส่วนการเอาผิดต้องดูข้อกฎหมายจากกรมประมง
ม้าน้ำเป็นสัตว์ในบัญชี 2 ของอนุสัญญาไซเตส ห้ามเฉพาะการนำเข้าและส่งออกไปยังต่างประเทศเท่านั้น ทำให้ม้าน้ำถูกจับมาอบแห้งขายในราคาแพง อ้างสรรพคุณทางเพศ

ภาพจาก www.siamsouth.com, prd.go.th, wikipedia.org

แผ่นดินไหว 2 แห่ง
อลาสก้า 8.2 – เกาะชวา 6.1
สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) แจ้งว่าเมื่อเวลา 00.31 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 23 มกราคม เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.2 บริเวณอ่าวอลาสกา ศูนย์กลางลึกลงไป 10 กิโลเมตร
ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิในมหาสมุทรแปซิฟิกแจ้งเตือนภัยสึนามิในหลายพื้นที่ของรัฐอลาสกาและรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งเฝ้าระวังสึนามิตลอดชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐและเกาะฮาวาย เช่นเดียวกับสำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นที่จับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ไม่ได้แจ้งเตือนภัยสึนามิ
ส่วนที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 6.1 จุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปในทะเลประมาณ 43 กิโลเมตร ไม่มีประกาศเตือนภัยสึนามิ และไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ

“สุรเกียรติ์” หารือ “ซูจี”
ยุติปัญหารัฐยะไข่
นางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมา หารือร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาว่าด้วยรัฐยะไข่ ที่กรุงเนปีดอ ภายใต้การนำของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษาต่างประเทศต่อกรณีรายงานคำแนะนำของนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ กรณีปัญหาในรัฐยะไข่ของเมียนมา เพื่อติดตามความคืบหน้าการนำข้อเสนอแนะของนายอันนัน ไปดำเนินการโดยกระทรวงสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์ และการตั้งถิ่นฐาน ของเมียนมาเพื่อแก้ปัญหาในรัฐยะไข่
ส่วนความคืบหน้าในการรับชาวโรฮิงญาที่อพยพข้ามไปบังกลาเทศ 2 ระลอก รวมกว่า 800,000 คน กลับมายังเมียนมา ไม่ราบรื่นตามขอตกลงระหว่าง 2ประเทศ โดยนายกอ ติน รัฐมนตรีความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเมียนมา ระบุว่าฝ่ายบังคลาเทศไม่มีความพร้อมและไม่แจ้งให้เมียนมาทราบอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดความล่าช้ากว่ากำหนด














