ไม่มีใครอยากก้าวเข้าสู่ยุคที่ เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นิยามว่าเป็นยุคแห่งความเหงา อ้างว้าง อันเป็นความจริงอันน่าเศร้าของชีวิตยุคใหม่ หรือ “the sad reality of modern life” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าความเหงา โดดเดี่ยว อ้างว้าง นั้นกำลังคุกคามคนทั่วโลก ซึ่งหากปล่อยไว้ ไม่มีใครคิดทำอะไรให้ดีขึ้น ย่อมเกิดผลเสียตั้งแต่ในระดับบุคคล ไปจนถึงประเทศชาติแน่นอน


ด้วยความตระหนักนี้ สหราชอาณาจักร จึงเดินหน้า ตั้งกระทรวงดูแลคนเหงา หรือ Ministry of Loneliness อย่างเร่งด่วน หลังจากที่รัฐบาลได้ทราบสถิติล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว สำรวจโดย the Jo Cox Commission on Loneliness พบว่ามีประชากรชาวเมืองผู้ดีกว่า 9 ล้านคน ที่พบว่ามีความรู้สึก เหงา เปล่าเปลี่ยว ซึ่งนี่เป็นเหมือนสัญญาณ SOS ที่แสดงว่าคนเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคจิตเวช อย่างโรคซึมเศร้า ได้ในอนาคตนั่นเอง นอกจากนั้น ยังพบข้อเท็จจริงต่อไปนี้ ร่วมด้วย


  • ในจำนวน 9 ล้านคนนี้ มีถึง 200,000 คน ที่เป็นผู้สูงอายุที่ซึ่งไม่ได้คุยกับเพื่อนและญาติมานานกว่า 1 เดือน
  • มีคนอายุมากกว่า 75 ปี ประมาณ 2 ล้านคนในอังกฤษที่ใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย ไม่ได้พบปะผู้คน
  • ผู้พิการวัยหนุ่มสาว (อายุ 18 – 34 ปี) กว่า 85 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกเหงา อ้างว้าง และไม่มีใครเข้าใจ

ข้อเท็จจริงนี้ ถึงกับทำให้ เทเรซา เมย์ ออกมาประกาศสงครามกับ “ความเหงา” และกำหนดให้ภารกิจการลดจำนวนคนเหงาทั่วประเทศอังกฤษให้เป็นวาระแห่งชาติ

“ฉันต้องการให้ประเทศเราเผชิญหน้าและต่อสู้กับภัยคุกคามจากความซึมเศร้า ความเหงา และโดดเดี่ยวของผู้คน โดยกำหนดเรื่องนี้ให้เป็นหนึ่งในภารกิจของรัฐบาล ที่จะมุ่งลดจำนวนคนซึ่งอยู่ในภาวะนี้ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นทั้ง ผู้สูงอายุ ผู้ที่ต้องสูญเสียคนที่รัก และใครก็ตามที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีใครให้พูด ให้คุยด้วย”

หลังจากหัวเรือใหญ่ของประเทศออกมาเคลื่อนไหวว่าจะจริงจังกับการแก้ปัญหาสุขภาพจิตของประชาชนแล้ว ก็มีทั้งแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ ออกมายืนยันถึงอันตรายของความเหงา จุดเริ่มต้นของโรคทางกายและทางใจอีกหลายโรค ซึ่งมาจากทั้งงานวิจัยและประสบการณ์ในวิชาชีพของพวกเขา

เริ่มจาก ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษ ดร.วิเวค เมอร์ที ได้ออกมายืนยันว่า ควรมีการรณรงค์เพื่อแก้ปัญหาความเครียดในที่ทำงาน เพราะความเครียดนี้เองที่ทำให้ผู้นั้นเกิดความรู้สึกเศร้าซึม เหงา และโดดเดี่ยว นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ โรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะสมองเสื่อม ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ซึ่งที่สุดแล้วอาจนำมาซึ่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

และเราคงต้องเปลี่ยนความคิดกันแล้วว่าความเศร้าซึม ความเหงา โดดเดี่ยว ระบาดกันไม่ได้ เพราะงานวิจัยของ ศาสตราจารย์จูเลียน โฮท-ลันสแตด ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Brigham Young University ใน มลรัฐ Utah ฟันธงแล้วว่า ความเหงาระบาดได้ เพราะขณะนี้ โลกของเราก็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ความเหงาที่ระบาดอยู่ทุกหย่อมหญ้า (loneliness epidemic)

มิหนำซ้ำ มาร์ค โรบินสัน ผู้บริหารของ Age UK Barnet องกรค์การกุศลในอังกฤษ ยังเปรียบเทียบให้เห็นว่า “ความเหงาฆ่าคนได้” เพราะมันสามารถทำร้ายสุขภาพได้มากกว่าการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวันเสียอีก

ที่สุดแล้ว จากความตั้งใจของรัฐบาล เทเรซา เมย์ มีการคาดการณ์ว่า เทรซี่ เคลาซ์ รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาและสังคมพลเรือนคนปัจจุบัน จะเป็นผู้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงดูแลคนเหงา โดยจะทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการ ภาคธุรกิจ และองค์กรการกุศลในอังกฤษเพื่อกำกับดูแลความเหงาของประชาชนชาวอังกฤษ

หากปฏิบัติการนี้บังเกิดผลลัพธ์ตามคาด คือ ลดจำนวนผู้มีภาวะเศร้าซึม เหงา ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ โมเดลของการจัดตั้งกระทรวงดูแลคนเหงานี้คงจะเป็นประโยชน์กับทุกประเทศในโลก อย่างน้อยก็สามารถกระตุ้นให้ภาครัฐหันมามองว่าปัญหาความเหงา ความเศร้า ของผู้คน ไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคลที่พวกเขาต้องแก้กันเองอีกต่อไป


ที่มา : http://time.com/5107252/minister-for-loneliness-uk/