
ไทยแชมป์โลก
เหมาะเริ่มต้นธุรกิจ
สื่อ USA จัดอันดับ
สำนักข่าวยูเอสนิวส์ แอนด์เวิลด์รีพอร์ต (usnews.com) ในสหรัฐฯ เผยแพร่ผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในด้านต่างๆ ประจำปี 61 ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 1 จาก 80 ประเทศ ในหัวข้อประเทศที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มธุรกิจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ส่วนอันดับ 2-10 ประกอบด้วย มาเลเซีย เม็กซิโก อินโดนีเซีย สิงคโปร์ จีน สวิตเซอร์แลนด์ แคนาดา อินเดีย และสหรัฐราชอาณาจักร


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่าเป็นผลมาจากการลดขั้นตอนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในไทย และลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ
ไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับ 8 ของประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน อันดับ 5 ของประเทศที่ดีที่สุดสำหรับการศึกษาต่อ อันดับ 9 ของประเทศที่ดีที่สำหรับเที่ยวคนเดียว และได้คะแนนร่วมประเทศที่ดีที่สุดอันดับ 27 จาก 80 ประเทศ ส่วนประเทศที่ได้คะแนนรวมในฐานะประเทศที่ดีที่สุดในทุกด้าน คือ สวิตเซอร์แลนด์ รองลงมาคือ แคนาดา เยอรมนี สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ตามลำดับ
https://www.usnews.com/news/best-countries/best-start-a-business?slide=5

พัฒนาขนส่งทางน้ำ
เพิ่มปริมาณ-ลดต้นทุน
สอดรับ EEC
ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท เอ็น พีมารีน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขนส่งสินค้าและตู้สินค้าทางน้ำภายในประเทศ ครอบคลุมเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือระนอง ท่าเรือสุราษฎร์ธานี และท่าเรือสงขลา สนับสนุนงานด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลความรู้ และเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการท่าเรือ
จะส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางน้ำได้ปริมาณมากขึ้น ช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงการ EEC และโครงการส่งเสริมคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ไทย-อินเดีย กระชับสัมพันธ์
ดิจิทัล ความมั่นคง ท่องเที่ยว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับนายนเรนทร โมที นายกรัฐมนตรีอินเดีย เห็นพ้องร่วมกันในการส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัล ความมั่นคง และการท่องเที่ยว อาทิ นโยบาย Smart Cities และ Digital India ของอินเดีย สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ทั้งโครงการ EEC และการผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve Industry)
ความร่วมือด้านความมั่นคง อินเดียให้ความสำคัญไทยในฐานะเพื่อนบ้านทางทะเล จะแสวงหาความร่วมมือใหม่ๆ ด้านความมั่นคงทางทะเล การสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้าย การทหาร และการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ให้ใกล้ชิดและเข้มแข็งกว่าเดิม
ความร่วมือด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศจะสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมต่อประชาชน (People to People Contact) รวมทั้งจะมีความร่วมมือด้านน้ำมันปาล์มและยางธรรมชาติ
ภาพจาก www.thaigov.go.th

พาณิชย์ถกตัวแทนส่งออก
มั่นใจส่งออกปี 61 แตะ 6%
ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์หารือกับตัวแทนผู้ส่ง ถึงสถานการณ์การส่งออกปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวระดับ 6% มูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ (7.9 ล้านล้านบาท) กลุ่มสินค้าที่ส่งออกได้ดี อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และน้ำมันสำเร็จรูป ส่วนเรื่องที่เอกชนกังวลมากที่สุดคือเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชี้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศผู้นำ จะส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2561 มีแนวโน้มในทางที่ดี เตรียมจะสรุปเป้าหมายการส่งออกปี 2561 อย่างเป็นทางการ ในการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ วันที่ 19 กุมภาพันธ์

ชักชวนลงทุนเงินดิจิทัล
มีความผิด จับ-ปรับ
กระทรวงการคลังออกประกาศเตือนผู้ที่ประกาศชักชวนคนให้ทำธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในไทย อาจเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่กำหนดไว้ว่า ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยที่มีพฤติกรรมโฆษณาหรือประกาศเชิญชวนให้ลงทุนใด ๆ ที่มีพฤติกรรมจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูง โดยไม่มีกิจการใดที่ถูกต้องตามกฎหมายรองรับ อาจมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย
มีบทลงโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,00-1,000,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาแนวทางกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลให้มีความรัดกุม

“ทรัมป์” เพิ่มโควต้าสัญชาติ
แลกสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโก
นายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านนโยบายประจำทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดร่างแผนยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปกฎหมายผู้อพยพ ประเด็นสำคัญคือเสนอโอกาสได้รับสัญชาติอเมริกันแก่เยาวชนจากครอบครัวผู้เข้าเมืองผิดกฏหมาย (DACA) หรือกลุ่มดรีมเมอร์ส มากถึง 1,800,000 คน เพิ่มจากเดิมประมาณ 300,000 คน โดยผู้ที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมและทำงานเป็นหลักแหล่ง จะสามารถยื่นคำร้องขอเป็นพลเมืองสหรัฐฯได้ภายใน 10-12 ปี
ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการประนีประนอมครั้งใหญ่ของรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสภาคองเกรส ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ว่าจะตัดสินใจอย่างไรในการพิจารณาช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ คาดว่าการที่นายทรัมป์ ยอมอ่อนข้อดังกล่าวเพื่อแลกเปลี่ยนกับการจัดตั้งกองทุน 25,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 785,000 ล้านบาท) เพื่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯกับเม็กซิโก

ยักษ์ใหญ่ปรับกลยุทธ์
ลดพนักงาน-ปิดสาขา

การแข่งขันทางธุรกิจที่ดุเดือดส่งผลให้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในยุโรปและสหรัฐฯ พากันปิดสาขาและลดคนงานนับหมื่นอัตราในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกอบด้วย Toys“R”Us บริษัทของเล่นรายใหญ่ในสหรัฐฯ จะทยอยปิดสาขาทั่วประเทศ 182 แห่ง หรือ 1 ใน 5 เป็นส่วนหนึ่งของแผนการฟื้นฟูกิจการ

Kimberly – Clark ผู้ผลิตกระดาษทิชชู่ชื่อดัง ประกาศลดพนักงานทั่วโลก 5,000-5,500 อัตรา หรือราว 13% ปิดโรงงานหลายแห่งเพื่อสู้กับสงครามราคา และยอดขายสินค้าสำหรับเด็กอ่อนที่ลดลงตามจำนวนประชากรเกิดใหม่
คาร์ฟูร์ ห้างค้าปลีกยุโรปรายใหญ่ ประกาศลดพนักงาน 2,400 อัตราในฝรั่งเศส เพื่อหันไปลงทุนในตลาดออนไลน์ และเปิดเอาต์เลตใหม่อย่างน้อย 2,000 แห่ง
เช่นเดียวกับ เทสโก้ ประกาศลดพนักงาน 1,700 อัตรา ตามห้างและสาขาย่อยในอังกฤษ แต่จะสร้างงานใหม่ในตำแหน่งอื่น 900 อัตรา เพื่อปรับยุทธศาสตร์การแข่งขัน














