
จีนรุกอาร์กติก
บุกเบิกขนส่งทางเรือ
เชื่อม เอเชีย-ยุโรป

สภาข่าวสารแห่งชาติจีนเผยแพร่แผนพัฒนา “เส้นทางสายไหมขั้วโลก” บุกเบิกเส้นทางเดินเรือใหม่เพื่อขนส่งสินค้าในทะเลเหนือแถบอาร์กติก หรือ หลังโลกร้อนจนน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้การสัญจรระหว่างเอเชียกับยุโรปทางทะเลสะดวกขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt One Road) โดยหวังจะร่วมมือกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัสเซียและประเทศในแถบอาร์กติก
รัฐบาลปักกิ่งแสดงความสนใจในทรัพยากรธรรมชาติแถบอาร์กติก เช่น น้ำมัน แร่ธาตุ ก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งประมง รมช.ต่างประเทศจีน ยืนยันว่าไม่ใช่การเข้าไปกอบโกยทรัพยากรธรรมชาติและทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะจีนมีนโยบายที่จะพัฒนาร่วมกันเพื่อการเติมโตของภูมิภาคอาร์กติก
ภาพจาก oceanunite.org

กำชับทูตพาณิชย์ทั่วโลก
เร่งส่งเสริมสตาร์ทอัพ
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำชับทูตพาณิชย์ไทยที่ประจำอยู่ทั่วโลกหามาตรการส่งเสริมกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพให้เปิดตัวสู่ตลาดโลกให้มากขึ้น เช่นการทำแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสนิยมสินค้าอัจฉริยะซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกของไทย
จากข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการที่ผลิตแอพพลิเคชั่นมียอดขายดีมาก เช่น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หรือออกแบบตกแต่งภายในมีแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าเลือกผลิตภัณฑ์ตกแต่งห้องได้เอง ถ้าผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นจับมือกับผู้ผลิตสินค้าจะทำให้สินค้าน่าสนใจ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ส่งผลให้การส่งออกขยายตัวอีกมาก

สถาบัน IOT ใกล้คลอด
ยักษ์ใหญ่สนใจเข้าร่วม
ที่ประชุม ครม. วันที่ 30 มกราคม มีวาระหารือเรื่องการจัดตั้งสถาบัน IoT (Internet of Things) บนพื้นที่ไทยแลนด์ ดิจิทัล พาร์ค ในโครงการ EEC อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เผยว่าการออกแบบโครงสร้างอาคารเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบด้วย 6 อาคาร การก่อสร้างแบ่งเป็น 3 เฟส งบประมาณรวม 1,600 ล้านบาท
DEPA ตั้งเป้าจะสร้างสตาร์ทอัพ 100,000 ราย และผู้ประกอบการ SMEs 500,000 ราย เพื่อปรับเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ล่าสุดมีบริษัทด้าน IOT กว่า 10 ราย สนใจเข้าร่วมในสถาบันนี้ อาทิ IBMGoogle Microsoft AIS และ True บางรายต้องการร่วมลงทุน บางรายต้องการสร้างแพลตฟอร์ม อยู่ระหว่างการหารือ นัดประชุมอีกครั้งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

คลังกำชับ ธ.ออมสิน
ส่งหมอประชารัฐฯ
เก็บข้อมูลคนจน
กระทรวงการคลังกำชับธนาคารออมสินเร่งเตรียมความพร้อมสรรหาผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (Account Officer: AO) หรือหมอประชารัฐสุขใจ เพื่อทำหน้าที่สำรวจสภาพข้อเท็จจริง สอบถามความประสงค์ และให้คำแนะนำแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมแก่ผู้มีรายได้น้อย จะต้องเริ่มลงพื้นที่สำรวจข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเป็นรายคนในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม เพื่อบรรจุใข้อมูลเข้าระบบภายใน 3 เดือน ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการทำงานในปีนี้ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับตัวชี้วัดการทำงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

แผนบริหารน้ำปี 61
รับมือน้ำเค็ม–ภัยแล้ง

กรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการน้ำในปี 2561 เตรียมใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำทางตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง เช่น อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ่างเก็บน้ำคลองระบม อ่างเก็บน้ำพระปรง อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล รวมถึงอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา เป็นน้ำต้นทุนระบายลงมาเจือจางความเค็มในแม่น้ำบางปะกงช่วงฤดูแล้ง เพื่อป้องกันปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำแหล่งน้าจืดในพื้นที่ชุมชนของจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำทั้งด้านการเกษตรและใช้ประโยชน์ทั่วไปเหมือนปีที่ผ่านๆ มา
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา ช่วงนี้ระบายน้ำรวมกัน 61 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่ากับระบายน้ำตามแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2560/61 ไปแล้ว 3,449 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 45 % ของแผนจัดสรรน้ำ
ภาพจาก thai.tourismthailand.org

กทม.ทุ่ม 240 ล้าน
พัฒนาระบบ
เตือนฝุ่นละออง
กรุงเทพมหานครเตรียมใช้งบประมาณกว่า 240 ล้านบาท พัฒนาระบบแจ้งเตือนค่าฝุ่นละอองที่ติดตั้งไว้แล้ว 46 สถานี ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ส่วนมาตรการเฉพาะหน้าได้สั่งการทุกสำนักงานเขตจัดกิจกรรม “บิ๊กคลีนนิ่ง” ทำความสะอาดครั้งใหญ่ และประสานไปยังภาคเอกชนให้ร่วมความสะอาดพื้นที่ของตนเอง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เกินกว่าค่ามาตรฐาน ที่กำลังเป็นปัญหาในพื้นที่ กทม.
ส่วนหนึ่งเกิดจากการก่อสร้างอาคารซึ่งมีมากถึง 200 อาคาร ทั่ว กทม. รวมถึงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ซึ่ง กทม. ได้สั่งการไปแล้ว ให้ทั้ง 50 เขต ควบคุมการก่อสร้างทุกแห่งให้มีระบบป้องกันฝุ่นตามข้อกำหนดของกฎหมาย

ผลิตอุปกรณ์จิ๋ว
วินิจฉัยแก๊สในท้อง
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย RMIT และมหาวิทยาลัย Monash ในออสเตรเลีย ประดิษฐ์อุปกรณ์ตรวจจับการผายลม และหาสาเหตุกับจุดกำเนิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ เพื่อวิจัยหาสาเหตุของโรคหรืออาการที่เกิดจากระบบการย่อยอาหาร
อุปกรณ์ดังกล่าวประกอบด้วยตัวส่งสัญญาณไร้สาย เสาอากาศ แบตเตอร์รี บรรจุอยู่ในแคปซูลขนาดเล็กที่คนป่วยสามารถกลืนลงท้องได้ ไม่ต้องใช้วิธีส่องกล้องสวนทวารหนักอีกต่อไป หลังจากทดลองกับหมูซึ่งมีระบบย่อยอาหารใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุดแล้ว ได้เปิดรับอาสาสมัครให้กลืนอุปกรณ์ดังกล่าวแล้วให้กินอาหารตามที่กำหนด เชื่อว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะพัฒนาเป็นประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างมาก














