บ่อยครั้ง ที่คนรอบข้างจะมาบ่นให้ได้ยินว่า ทำยังไงดี รู้สึกหมดไฟ ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ พาลไม่อยากจะทำงาน ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป หากรู้ตัวอีกทีก็คงอยู่ในสภาพที่เกินเยียวยา สำหรับตัวเอง ผมเชื่อมาตลอดว่า แรงบันดาล ใจอยู่รอบตัวเรา อยู่ได้ในทุกที่ บางครั้งคุณอาจเจอมันได้โดยบังเอิญด้วยซ้ำ แต่เมื่อเราเจอมันแล้ว อยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับมัน และสามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ในการสร้างแรงผลักดันให้ชีวิตเคลื่อนที่ต่อไป ได้อย่างไร และต่อไปนี้คือวิธีที่ผมใช้ในการตามล่าหาแรงบันดาลใจ รวมถึงวิธีเก็บมันเอาไว้ไม่ให้มันจากคุณไปไหน


ใช้ชีวิตอย่างสมดุล

ฟังดูเหมือนคำแนะนำที่เป็นนามธรรม แต่ต้องยืนยันเลยว่าถ้าทุกวันนี้หากคุณไม่ให้ความสำคัญกับสมดุลในชีวิตก็เป็นเรื่องยากที่จะสามารถเจอ ความคิดสร้างสรรค์ และ แรงบันดาลใจ คนจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของร่างกายและจิตใจ ทำงานหนักทุกวันอยู่กับภาวะความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ นั่นเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ดังนั้น ลองหากิจกรรมใหม่ๆที่ไม่เคยทำ หรืออยู่นิ่งๆกับตัวเองดูบ้าง บางครั้งคุณอาจ ค้นพบแรงบันดาลใจ ที่คุณตามหาโดยบังเอิญก็ได้


อย่ามัวแต่คิด เขียนมันลงไปด้วย

การเขียนทุกอย่างที่คุณคิดออก ไม่ว่ามันจะเป็นไอเดียที่ดี ไอเดียห่วย ตลก หรือเจ๋งแบบสุดติ่งกระดิ่งแมว นี่เราคิดได้อย่างไรนะ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการจดความคิดต่างๆของคุณลงไปในสมุดบันทึก จะเป็นเรื่องง่ายในการกลับมาดู และนำมาปรับใช้ในวันหนึ่งที่เหมาะสม บ่อยครั้งที่ผมค้นพบว่าไอเดียที่ดูแย่เมื่อนำไปปรับเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่คุณเจอในอนาคตมันอาจจะประกอบขึ้นมาเป็นไอเดียที่สุดยอดก็ได้ อีกอย่างจงเชื่อมั่นเถอะว่าการเขียนมันเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยฝึกสมองของเราได้ด้วย


ค้นหาแรงบันดาลใจจากหนังสือดีๆ

คนที่ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายคนก็เริ่มจากการอ่านหนังสือ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างในมือของพวกเขาจะมีหนังสือ และหนังสือนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่ที่หนังสือกอซซิปดารา แต่จะเป็นหนังสืออัตชีวประวัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ในการทำธุรกิจ รวมถึงหนังสือที่มีเนื้อหาในลักษณะที่จะเปิดโลกความรู้ สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ซึ่งจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวคุณได้อย่างน่าประหลาด


เปลี่ยนบรรยากาศ ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ๆบ้าง

พื้นที่หรือสถานที่รอบตัวเราบางครั้งมีผลอย่างน่าแปลกใจต่อกระบวนการคิด การสร้างแรงบันดาลใจ บางทีการคิดงานหรือทำงานในสถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นตัว อาจทำให้ได้งานมีประสิทธิภาพอย่างน่าแปลกใจ  นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการทำงานเป็นทีม และขอแนะนำว่าถ้าคุณเป็นคนทำงานฟรีแลนซ์ บางทีการเปลี่ยนไปทำงานที่ Co-working space หรือร้านกาแฟเจ๋งๆ อาจจะช่วยทำให้คุณเกิดไอเดียบรรเจิดมากขึ้นก็ได้นะ


ออกเดินทาง ค้นหาตัวเอง

อันนี้เป็นอะไรที่คลาสสิกมาก ไม่ว่าจะ หนังโฆษณา ภาพยนตร์ หรือ ละครโทรทัศน์ ล้วนพูดถึงการออกเดินทางในเวลาคนเรากำลังรู้สึกหมดไฟและอยากจะ ตามหา แรงบันดาลใจ ซึ่งหลายคนพิสูจน์แล้วว่าการเดินทางเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการ หา แรงบันดาลใจ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะมันจะพาให้คุณออกจากโลกใบเดิม เพื่อไปเห็นสิ่งต่างๆ ผู้คน บรรยากาศใหม่ๆ เริ่มต้นเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ที่บ่อยครั้งมันจะเปิดโอกาสให้คุณได้คิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งถ้าคุณผ่านมันไปได้ จะทำให้คุณรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก


การตั้งคำถามกับกระแสสังคม เพื่อเสนอทางออกสไตล์คุณ

ในแต่ละวัน เกิดเหตุการณ์ กระแสต่างๆขึ้นมากมายหลายด้าน หลายเรื่องก็เป็นที่ถกเถียงและต้องการคำตอบ ลองไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านั้นผ่านไป เก็บประเด็นนั้นมาพูดคุยอย่างสร้างสรรค์กับคนรอบข้างหรือคนในสังคม แล้วนำเสนอไอเดียเกี่ยวกับทางออกของประเด็นนั้นในสไตล์ของคุณเอง ขณะเดียวกัน อย่าลืม ประมวลเรื่องเหล่านั้นมาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนา ต่อยอด ศักยภาพและเสริมสร้างกระบวนการคิดให้เป็นระบบมากขึ้นด้วย


จัดเวลาออกกำลังกายให้ตัวเองบ้าง

เป็นที่รู้กันว่า การออกกำลังกายทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือเอ็นโดฟินส์ (Endophins) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่หลังจากออกกำลังกายคุณจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สมองปรอดโปร่ง คิดอะไรดีๆได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการตั้งใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจในช่วงออกกำลังกาย จะช่วยให้คุณตื่นตัวละมีสมาธิมากขึ้นไม่น้อยเลย


ตัดสิ่งรบกวนออกไปสิ่งที่คุณก็รู้ว่าอะไร

การพาตัวเองออกจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือและโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งหลาย แล้วหาที่สงบๆ ทำสมาธิ เพื่อให้ความคิดของคุณโฟกัสอยู่กับสิ่งที่คุณทำ หากทำได้ ย่อมดีที่สุด บางครั้งการเปิด airplane mode คุณก็ไม่จำเป็นต้องอยู่บนเครื่องบินเสมอไป


ปลดปล่อยตัวเองไปกับเสียงเพลง

การเปิดเพลงดังๆแล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจังหวะของเสียงเพลงที่คุณชอบ ช่วยทำให้สมองตื่นตัวและบางทีอาจจะเกิดความคิดดีๆขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว


เริ่มเปลี่ยนจากการรู้จักตัวคุณเอง

บางทีความคิดสร้างสรรค์หรือแรงบันดาลใจต้องเริ่มจากปัญหาที่ตัวคุณเองเจอ บางครั้งปัญหาที่ทำให้คุณปวดหัว หงุดหงิด รำคาญใจ เหลือเกิน อาจนำมาซึ่งบทเรียนชีวิตว่าคุณจะมีวิธีในการแก้ไขและจัดการกับปัญหาเหล่านั้นให้หมดไปอย่างถาวรได้อย่างไร


อย่านั่งรอความสมบูรณ์แบบ

จำไว้ว่าไม่มีความคิดหรือไอเดียไหนที่สมบูรณ์แบบมาตั้งแต่แรกหรอก ทุกอย่างล้วนผ่านการขัดเกลาและพัฒนาต่อยอด และมันจะเป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมา ไอเดียหรือความคิดที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบก็ยังถูกพัฒนาต่อไปอย่างไม่มีวันจบ ดังนั้น การได้เริ่มต้นทำอะไรสักอย่างถึงแม้มันจะออกมาไม่น่าพึงพอใจอย่างที่หวัง ก็ยังดีกว่าการอยู่เฉยๆแล้วมองหาความสมบูรณ์แบบไปวันๆโดยไม่ลงมือทำอะไร


จงออกไปพบกับความล้มเหลว

สิ่งที่จะบอกต่อจากข้อที่แล้วคือความล้มเหลวนี่ล่ะที่ทำให้เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงที่มีค่ามากกว่าบทเรียนในตำรา เพราะความล้มเหลวเป็นเรื่องปรกติของชีวิต จงเอาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียนและแก้ไขเพื่อจะก้าวต่อไปข้างหน้าโดยไม่ผิดซ้ำในที่เดิม บางทีการล้มที่เจ็บที่สุดของคุณอาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าก็ได้ “คุณต้องรู้จักความพ่ายแพ้ก่อนที่คุณจะเข้าใจคำว่าชัยชนะ”


ค่อยๆ แก้ปัญหาทีละอย่าง อย่าทำอะไรซับซ้อนให้ตัวเองสับสน

บางครั้งการขาดแรงบันดาลใจก็อาจมาจากการทำงานหลายโครงการมากเกินไป หากเจอสถานการณ์แบบนี้ ลองตัดงานที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป จัดลำดับสิ่งที่ต้องทำ ตลอดจนแก้ปัญหาทีละอย่าง นี่คือทางออกที่ดีที่สุด แต่ถ้าคุณไม่สามารถหาทางออกที่สร้างสรรค์กับปัญหาใหญ่ที่กำลังเผชิญ ให้เริ่มต้นด้วยการทำงานและแก้ปัญหาเล็กๆที่รายล้อมอยู่ทีละชิ้นเสียก่อน เมื่อคุณเริ่มทำมันจะมีแรงผลักดันบางอย่างที่ขับเคลื่อนให้คุณพร้อมเผชิญกับพายุลูกใหญ่ได้เอง


อย่าหยุดกลางทาง

เมื่อมีความคิดที่ดีแล้ว คุณต้องมีแนวทางและแผนการทำงานที่ดีด้วย ความสำเร็จถึงจะมาหาคุณ แต่สิ่งสำคัญกว่าทั้งความคิดที่ดี แผนงานที่ดี คือ ความมานะ บากบั่น ไม่ย่อท้อ ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดกลางทาง จนถึงเส้นชัย นี่ต่างหากที่จะส่งให้คุณได้ถึงฝั่งฝันและความสำเร็จที่วางไว้ได้


มาดู บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้กัน

ก้าวผ่าน 5 ความจริง ที่ฉุดรั้งคุณไว้ไม่ให้เติบโต ข้ามสายงาน

10 เหตุผล ทำไมถึงต้องก้าวออกมาเป็นนายตัวเอง

ส้ราง แรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจ ตามหา แรงบันดาลใจ