เป็นปรากฎการณ์ที่สร้างความแปลกใจให้ผู้บริหาร บุคลากรผู้สอน ของมหาวิทยาลัยเยล ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่น้อย ที่จู่ๆ จะมียอดนักศึกษาแห่มาลงทะเบียนเรียนในวิชา Psychology and the Good Life หรือ วิชาจิตวิทยาและการมีชีวิตที่ดี เพิ่มขึ้นจาก 300 คน เป็น 1,200 คน แค่ภายใน 3 วันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียน


วิชานี้สอนโดย ศาสตราจารย์ลอร์รี ซานโตส อาจารย์ด้านจิตวิทยาและหัวหน้าวิทยาลัยในสังกัดมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งเนื้อหาการสอนมุ่งชี้แนะวิธีการทำให้นักศึกษาหาสมดุลชีวิตและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข

“นักศึกษาที่มาลงเรียนในวิชานี้ส่วนใหญ่ต้องการหาคำตอบให้กับชีวิต เพื่อนำไปปรับเปลี่ยน ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขในชีววิตวัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเยลนี่เอง”

ดร.ซานโตส เชื่อมั่นว่า หากมี 1 ใน 4 ของผู้เรียนในวิชานี้ ที่สามารถปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัย ให้มีจิตสำนึกของความกตัญญูมากขึ้น การผลัดวันประกันพรุ่งที่น้อยลง ติดต่อสื่อสารกับสังคมมากขึ้นได้ หากเกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้นจริง จะเกิดผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยให้เดินสู่เส้นทางของมหาวิทยาลัยแห่งความสุขได้ไม่ยาก    

เมื่อถามถึงเหตุผลเบื้องหลังที่มีนักศึกษามาลงเรียนวิชานี้จำนวนมาก ดร.ซานโตสวิเคราะห์ว่า เพราะก่อนหน้าที่ผู้เรียนจะสามารถสอบเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเยล พวกเขาได้ผ่านช่วงเวลาแห่งความเคร่งเครียดและกดดัน ต้องอ่านหนังสืออย่างหนัก จนหลายคนต้องประสบปัญหาเจ็บป่วยทางจิต เพื่อให้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ได้ เมื่อความฝันของพวกเขาเป็นจริง สามารถเข้ามาเรียนในคณะ สาขาวิชาที่ต้องการได้ พวกเขาจึงอยากมีความผ่อนคลาย และเริ่มใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยนี้อย่างมีความสุข

เนื้อหาหลักที่บรรจุอยู่ในวิชานี้คือการมองโลกในแง่บวก การชี้ให้เห็นแง่งามในการดำรงชีวิต รวมถึงวิธีการปรับเปลี่ยนลักษณะนิสัยที่ไม่ดีของตนเพื่อมุ่งไปสู่เส้นทางในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และวิธีการวัดผลของวิชานี้นอกจากการสอบมิดเทอม การสอบปลายภาค แล้ว ยังเป็นการทำโครงงานที่ ดร.ซานโตสนิยามไว้ว่าเป็นโครงงาน Hack Yo’Self Project หรือโครงการที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเพื่อการมีชีวิตที่ดีกว่าของผู้เรียนนั่นเอง

เมื่อมาฟังเสียงตอบรับจากผู้เรียน ริรีย์ ริชมอนด์ นักศึกษา วัย 22 ปี บอกว่า จริงๆแล้ว เขารู้วว่ามีการเปิดสอนวิชานี้จากสิ่งที่พวกเพื่อนๆเขาพูดถึงกัน และมองว่าน่าจะเป็นวิชาเรียนที่เรียนได้อย่างไม่มีความกดดัน และอาจจะได้เรียนรู้วิธีในการบริหารจัดการอารมณ์ ความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาได้ จึงตัดสินใจเรียนวิชานี้

ที่สุดแล้ว ดร.ซานโตส สื่อว่า สิ่งที่เธออยากเห็นภายหลัง ว่าที่บัณฑิต มหาวิทยาลัยเยล ได้ลงเรียนวิชาการมีชีวิตดีคือ การค่อยๆปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ฝังอยู่ในหัวของบัณฑิตมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ที่มักเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การเรียนจบไปแล้วมีหน้าที่การงานที่ดี มีชีวิตที่ไฮโซหรูหรา มีอันจะกิน ไปเป็น การมีชีวิตที่มีสมดุล มีความพอเพียง ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข


ที่มา : https://www.nytimes.com/2018/01/26/nyregion/at-yale-class-on-happiness-draws-huge-crowd-laurie-santos.html