Monday, August 31, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.32/61

พาณิชย์ผลิตนักรบเศรษฐกิจ

สร้างเครือข่ายธุรกิจ CLMV

กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดตัวโครงการเย็นดี 4.1 (YEN-D) เพิ่มนักรบเศรษฐกิจรุ่นใหม่ของไทย สร้างเครือข่ายธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ต่อยอดนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสทางการค้ากลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) หลังประสบความสำเร็จในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2558-2560) สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรุ่นใหม่ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว 860 คน เกิดมูลค่าการค้าการลงทุนกว่า 2,800 ล้านบาท

โครงการเย็นดี 4.1 กำหนดผู้เข้าร่วมโครงการ 240 คน แบ่งเป็น 4 รุ่น ประกอบด้วย รุ่นที่ 1 ไทย-กัมพูชา, รุ่นที่ 2ไทย-ลาว, รุ่นที่ 3 ไทย-เมียนมา และรุ่นที่ 4 ไทย-เวียดนาม แต่ละรุ่นจะมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยและเพื่อนบ้านเข้าร่วมฝ่ายละ 30 คน

นายกฯ สั่งตั้ง กนช. ประชุมนัดแรก 2 ก.พ.

วางแผนยุทธศาตร์น้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) มีนายกฯ เป็นประธาน มีรองนายกฯที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน กรรมการประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการจาก 4 กระทรวง คือ เกษตรฯ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมหาดไทย  รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอำนาจหน้าที่ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

เรียกประชุมนัด กนช. นัดแรก 2 กุมภาพันธ์ วางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งแผน แบ่งกลุ่มงบประมาณในแต่ละปี เช่น งบปรับปรุง ซ่อมบำรุง ขยายแหล่งน้ำที่มีอยู่แล้ว และงบสำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น งบหมื่นล้านสำหรับสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร รวมทั้งติดตามการใช้งบประมาณปกติ 5-6 หมื่นล้านบาท ระหว่างปี 2557-2558 และพิจารณารายละเอียดโครงการบริหารจัดการน้ำ 20-30 โครงการ ที่แต่ละภาคเสนอมา

เร่งสร้างคนครัว ป้อนธุรกิจเดินเรือ

ตามมาตรฐานสากล

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน บรรลุเป้าหมายโครงการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน สาขาการจัดการด้านอาหารและโภชนาการบนเรือ รุ่นแรก ในเดือนมกราคม มุ่งส่งเสริมทักษะเพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานการที่กำหนดให้คนครัวบนเรือเดินทะเลระหว่างประเทศ เรือพาณิชย์ เรือท่องเที่ยวขนาดตั้งแต่ 500 ตันกรอสส์ขึ้นไป ต้องผ่านการอบรมการทั้งการจัดเก็บอาหาร การควบคุมห้องจัดเก็บอาหาร การจัดการสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยในการจัดเตรียมอาหาร จากสถาบันที่ผ่านการรับรองตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทะเล 2006 (Maritime Labor Convention: MLC 2006) ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

ทางสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 13 กรุงเทพมหานคร จะฝึกอบรมคนครัวบนเรือรวม 9 รุ่น รุ่นที่ 2 จะฝึกอบรม 19 – 24 กุมภาพันธ์ สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานวิทยาลัยการแรงงาน โทร 0 2245 4317

ตรวจสอบอัตลักษณ์

เปิดซิมการ์ดใหม่ 1 ก.พ.

ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ผู้ที่ซื้อซิมการ์ดใหม่ทั้งแบบรายเดือนและเติมเงิน จะต้องลงทะเบียนด้วยระบบตรวจสอบอัตลักษณ์ ทั้งใบหน้า (Face Recognition) และสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print) ส่งเสริมนโยบายภาครัฐในการดำเนินธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแก่ผู้ใช้

ข้อมูลจะถูกส่งตรงไปยังฐานข้อมูลกลางเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดและจัดเก็บข้อมูล ไม่มีการจัดเก็บไว้ที่จุดบริการ ซึ่งผู้ให้บริการมีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลอย่างเข้มงวดตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ และป้องกันการปลอมแปลงการลงทะเบียนซิมการ์ด

ภาพจาก www.pcma.org

ไทยส่งรายงานสหรัฐฯ

คืบหน้าปราบค้ามนุษย์

กระทรวงการต่างประเทศส่งรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทยไปยังสหรัฐฯ เมื่อ 31 มกราคม เน้นย้ำว่าได้มุ่งดำเนินนโยบายแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและยั่งยืน โดยจัดสรรงบประมาณปี 2561 เพื่อแก้ปัญหาค้ามนุษย์ถึง 3,641.98 ล้านบาท คดีความที่เกี่ยวข้องกับค้ามนุษย์ในภาคแรงงานมีจำนวนลดลง กระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์รวมเร็วมากขึ้น เมื่อปี 2560 ศาลพิพากษาจำคุกเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกระทำผิด 11 คน สั่งให้ออกจากราชการ 10 คน รวมทั้งเพิ่มการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไม่สนับสนุนการค้ามนุษย์

สื่อจับโกหก “ทรัมป์”

แถลงนโยบายเกินจริง

สำนักข่าวในสหรัฐฯ ตรวจสอบถ้อยแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการแถลงนโยบายประจำปี 2561 พบว่าหลายประเด็นไม่ตรงกับความเป็นจริง อาทิ นายทรัมป์ชูนโยบายลดภาษีและปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ แต่ในเป็นความจริงการลดภาษีครั้งใหญ่ที่สุดคือสมัยประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน

นายทรัมป์อ้างความสำเร็จในการสร้างงาน แต่สถิติการสร้างงานอยู่ที่ 169,000 ตำแหน่งต่อเดือน ซึ่งน้อยกว่าช่วง 7 ปี ที่ผ่านมา อัตราการสร้างงานอยู่ที่ 185,000 ตำแหน่งต่อเดือน และอ้างอีกว่าบริษัทแอปเปิลประกาศจะลงทุนในสหรัฐฯ 350,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นตัวเลขที่ถูกต้อง แต่อย่างน้อย 275,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการสานต่อโครงการเดิม ส่วนการลงทุนใหม่มีแค่ประมาณ 37 ล้านดอลลาร์

เมียนมาทุ่มงบ ผุดโรงไฟฟ้า 4 แห่ง

แก้วิกฤตพลังงาน

รัฐบาลเมียนมาเผยว่ามีวางแผนทุ่มงบประมาณ 5.16 พันล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ 4 แห่ง ภายในปี 2534 เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 2 เท่า แก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงาน โดยโรงงานผลิตไฟฟ้าทั้ง 4 แห่ง จะสร้างขึ้นบริเวณตะวันตกของรัฐยะไข่และในเมืองย่างกุ้ง ล่าสสุดได้ลงนามข้อตกลงกับ 6 บริษัท เพื่อเริ่มงานวิศวกรรมเบื้องต้น

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างรัฐบาลเมียนมากับเอกชน เพราะในอดีตทางการเมียนมาเคยประกาศโครงการผลิตกระแสไฟฟ้ามาแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีการลงนามและโรงงานก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้น

ปัจจุบันหลายเมืองของเมียนมาต้องเผชิญกับปัญหาไฟดับ จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มแหล่งจ่ายไฟ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ