สถาบันการเงินชั้นนำแถวหน้าของโลก พร้อมใจกันประกาศห้ามใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายเงินดิจิตอลทุกตระกูล หลีกเลี่ยงปัญหาหนี้ไม่ก่อเกิดรายได้ ที่อาจส่งผลกระทบต่อฐานะความมั่นคงขององค์กร


แบงก์ออฟอเมริกา-ซิตี้คอร์ป-เจพีมอร์แกนเชสแอนด์โก ซึ่งเป็นสถาบันการเงินสัญชาติอเมริกัน ออกประกาศระงับการใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายเงินดิจิตอลทั้งหมด ซึ่งครอบคลุมถึง ”บิทคอยน์” ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. 2561 เป็นต้นมา

ทำนองเดียวกันลอยด์แบงก์ และแบงก์ออฟสก๊อตแลนด์ในยุโรป ก็ประกาศห้ามใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายเงินดิจิตอล ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. 2561 เป็นต้นไป

เหตุผลสำคัญที่สถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกพร้อมใจกันตั้งข้อรังเกียจการซื้อขายเงินสกุลดิจิตอล เป็นเพราะการเหวี่ยงตัวที่รุนแรงของสกุลเงินดิจิตอล โดยสังเกตเห็นชัดเจนจากความวูบวาบของสกุลเงินดิจิตอล ”บิทคอยน์” ที่เคยพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 19,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บิทคอยน์ เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา แต่กลับทรุดตัวดิ่งลงอย่างรวดเร็วมาเหลือต่ำกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 บิทคอยน์ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ซี่งทำให้ผู้บริหารสถาบันการเงินเหล่านั้นเกิดขึ้นกังวลจะต้องแบกรับภาระหนี้เสีย หากผู้ถือบัตรเครดิต ใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมซื้อขายเงินดิจิตอลแล้วไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้

ทางด้านผู้บริหารเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นสื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมของกลุ่มทำมาหากินกับการค้าเงินดิจิตอล ในการใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อชักจูงให้เกิดการทำธุรกรรมซื้อขายเงินดิจิตอล ก็สั่งห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการค้าเงินดิจิตอลในเฟซบุ๊กไปแล้ว

ทุกวันนี้ในโลกของเงินดิจิตอล หรือ ”cryptocurrency” มีสกุลเงินที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดถึงกว่า 1,500 สกุล โดยมี “บิทคอยน์” เงินดิจิตอลสกุลแรกที่แจ้งเกิดเมื่อปี 2551 หรือเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจังหวะเวลาเดียวกันกับเกิดวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา

ภาพจาก bitcoin-realestate.com

ราคาแจ้งเกิดของบิทคอยน์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อยู่แค่ไม่กี่เซ็นต์ แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งขึ้นไปแตะระดับเฉียด 20,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปลายปี 2560 แล้วหัวทิ่มหัวตำดำดิ่งลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน มาเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงนี้ และมีแนวโน้มที่จะอ่อนปวกเปียกป้อแป้หนักข้อมากขึ้น เมื่อช่องทางการซื้อขายเก็งกำไรปั่นราคาที่เคยทำได้ง่ายๆ ตีบตันลง

ในตลาดเงินดิจิตอลกว่า 1,500 สกุล ซึ่งมีมูลค่ารวมของตลาด ณ ต้นเดือนก.พ. 2561 อยู่ที่ประมาณ 377,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ที่โดดเด่นเป็นขวัญใจนักเสี่ยงโชคทั่วโลก มีอยู่เพียงแค่ 3 สกุล โดยที่บิทคอยน์ เป็นสกุลเงินที่โดดเด่นที่สุด รองลงมาคือ ”อีธีเรียม” และ “ริปเปิล”

ภาพจาก steemit.com

อาการแกว่งตัวหวือหวาวูบวาบของความเคลื่อนไหวราคาเงินดิจิตอล ไม่เพียงทำเอาบรรดานายแบงก์ชั้นนำของโลกพากันหวาดหวั่นขวัญผวา แต่ยังกระตุกให้ผู้นำรัฐบาลหลายประเทศตื่นตัวจัดระเบียบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

น่าแปลกที่ผู้นำรัฐบาลไทย…ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งผู้อำนวยการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และ Bank for International Settlement (BIS) ยังเงอะงะงัวเงียงุ่มง่าม…

น่ากลัวว่ากว่าถั่วจะสุก งาน่าจะไหม้ดำเป็นตอตะโกไปทั้งโลกซะก่อนแล้ว


เรื่อง : ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค