Saturday, August 8, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.41/61

“อุตตม” เริ่มเดินสาย มี.ค.

โรดโชว์ดึงนักลงทุนลง EEC

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เผยว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกเดินสายโรดโชว์ตั้งแต่เดือนมีนาคมเพื่อดึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้มาลงทุนในโครงการ EECโดยจะโฟกัสไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ชัดเจนและเข้มข้นยิ่งขึ้น ตั้งเป้าให้มีการขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI อย่างต่ำ 300,000 ล้านบาท ในปี2561

พร้อมทั้งเร่งผลักดัน 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ให้ประกาศร่างประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ภายในปี 2561 และก่อสร้างเสร็จสิ้นภายใน 5 ปี ตามแผนที่กำหนดไว้

เร่งพัฒนาท่าเรือสัตหีบ

สู่โลจิสติกส์ฮับ รับ EEC

ภาพจาก www.eeco.or.th

ท่าเรือสัตหีบเร่งขับเคลื่อนการลงทุนใน 13 โครงการ วงเงิน 1,900 ล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์ “ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ-กองทัพเรือ พ.ศ.2561–2565” เพื่อพัฒนาสู่การเป็นโลจิสติกส์ฮับ รองรับการโดยสารและการขนส่งสินค้าทางทะเลบริเวณชายฝั่งตะวันออนในพื้นที่ EEC เชื่อมโยงไปยังกัมพูชาและเวียดนาม

มีทั้งเส้นทางที่พาดผ่านนิคมอุตสาหกรรม เอื้ออำนวยต่อการขนส่งสินค้าระหว่าง คลองใหญ่-เกาะกง-สีหนุวิลล์-กำปอด-ฮาเตียน และเส้นทางท่องเที่ยวระหว่าง คลองใหญ่-สีหนุวิลล์-เกาะฟูก๊วก รวมทั้งเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงและสนามบินอู่ตะเภา

เมื่อบรรลุตามแผนคาดว่าจะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว เม็ดเงินสะพัดทั้งใน EEC และพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งเพิ่งช่องทางการขนส่งสินค้าทางทะเล ซึ่งต้นทุนต่ำกว่ากว่าทางบก

ภาพจาก facebook.com/sattahipcommercialport

“สมคิด” ควง ททท. เดินสาย

ดึง “คิวชู” ขยายฐานท่องเที่ยว

ภาพจาก www.tatnews.org

ผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคคิวชู (Kyushu Tourism Promotion Organization) ลงนามร่วมกันในบันทึกแสดงเจตนารมณ์ (Letter of Intent : LOI) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยาน สาระสำคัญคือส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างกันให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ลงนาม 

นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพราะมีศักยภาพสูง สร้างรายได้เข้าประเทศไทยจำนวนมาก ในปี 2560มีนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นเดินทางมาไทยสูงถึง 1.54 ล้านคน สูงที่สุดกว่าทุกปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้ไทยประมาณ 67,512 ล้านบาท

ในปี 2561 ททท. ยังคงมุ่งเน้นการท่องเที่ยววิถีไทยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น เสริมด้วยการขยายไปยังเมืองรองนอกเหนือจากเมืองหลักที่ชาวญี่ปุ่นให้ความนิยมอยู่แล้ว

ภาพจาก www.tatnews.org

https://www.tatnews.org/tat-kyushu-promote-tourism-thailand-kyushu-region/

ทุเรียนไทยครองแชมป์

ยอดซื้อออนไลน์ในจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ของจีน ว่าจากการเข้าร่วม “โต๊ะอาหารของ Tmall 2018” ซึ่งเป็นงานประกาศประเภทสินค้าอาหารสดของต่างชาติที่ขายดี บนเว็บไซต์ขายสินค้าต่างชาติ Tmall Global อาหารสดจากไทยได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับ 1 คือ ผลไม้สด โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และลำไย รองลงมาคือมะม่วง ชมพู่ เงาะ ส้มโอ กล้วยไข่ และมะขามหวาน

เวบไซต์ Tmall Global เปรียบได้กับโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ของชาวจีน ปัจจุบันมีอาหารสดให้เลือกซื้อออนไลน์มากกว่า 13,000 รายการ จาก 150 ประเทศ ทั้งอาหาร ผลไม้สด อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เป็นต้น และมีแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเริ่มมีชาวจีนหันมานิยมอาหารมังสวิรัติเพิ่มมากขึ้น เป็นช่องทางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการชาวไทย

เล็งขึ้นทะเบียน Grab – Uber

ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ส่งผลศึกษาระบบร่วมเดินทาง (Ride Sharing) เช่นกรณีของ Grab และ Uber ให้กรมการขนส่งทางบก โดยพิจารณาเปรียบเทียบกับหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย สรุปออกมาเป็น 4 แนวทาง คือ

1. ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นจะต้องขึ้นทะเบียนกับภาครัฐ เพื่อให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น อัตราค่าโดยสาร การจัดการเมื่อมีข้อร้องเรียน

2. ผู้ให้บริการต้องมีใบขับขี่สาธารณะ

3. รถที่ให้บริการต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งฯ และต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มจากภาษีปกติราว 500-1,000 บาทต่อปี

4. เพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น ทำประกันภัยความเสี่ยงจากการเดินทาง เพิ่มปุ่มฉุกเฉินคล้ายกับโครงการรถแท็กซี่โอเคของกรมการขนส่งฯ

ขั้นตอนจากนี้ รอการพิจารณาจากกรมการขนส่งฯ จากนั้นจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม คาดว่าใช้เวลา 2-3 เดือน

สตรีต้องคิดหนัก

รักษามะเร็งเต้านม อาจเป็นโรคหัวใจ

กลายเป็นภัยแทรกซ้อนเมื่อสมาคมโรคหัวใจสหรัฐฯ รายงานความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจเชื่อมโยงกับการรักษาโรคมะเร็งเต้านม สอดคล้องกับคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจในสตรีของมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ ที่ระบุว่าสตรีที่เป็นมะเร็งเต้านมควรพิจารณาเสี่ยงในการรักษามะเร็งที่ส่งผลร้ายข้างเคียงต่อหัวใจ

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากพบว่าสตรีในสหรัฐฯ รอดชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมมากกว่า 3 ล้านราย แต่กลับมีสตรีเกือบ 48 ล้านคน ป่วยด้วยโรคหัวใจ สาเหตุยังไม่แน่ชัด นักวิจัยสันนิษฐานว่าอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น จากยารักษามะเร็งบางชนิดที่มีส่วนทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ บางกรณีเกิดขึ้นเพียงชั่วคราย แต่ก็อาจกลายเป็นโรคหัวใจแบบถาวร รวมถึงการฉายรังสีที่อาจส่งผลต่อเส้นเลือดแดง เกิดการหดตัวหรืออุดตันจนมีอาการเจ็บหน้าอกและเสี่ยงหัวใจวาย

ชาวโลกลุ้นกระทึก

ดาวเคราะห์น้อยพุ่งเฉียด ไม่เกิดอันตราย

ภาพจาก renfrewshireastro.co.uk

ช่วงเช้ามืด 10 กุมภาพันธ์ ดาวเคราะห์น้อยที่ถูกตั้งชื่อว่า “2018 CB” ขนาดประมาณ 15-40 เมตร หรือเท่ากับวาฬในทะเล พุ่งเฉียดผ่านโลกในระยะประชิด คือ ใกล้กว่า 1 ใน 5 ของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ หรือราว 69,700 กิโลเมตรจากพื้นโลก เป็นระดับความสูงสองเท่าเหนือดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรค้างฟ้า โดยไม่เกิดอันตรายใดๆ กับโลก นักดาราศาสตร์บอกว่าเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดขึ้นปีละ 1-2 ครั้ง

ดาวเคราะห์น้อยดังกล่าวถูกจับตาโดยโครงการสำรวจท้องฟ้าคาตาลินา (Catalina Sky Survey) ในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากองค์การนาซา เพื่อให้เฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อยที่อาจเป็นอันตรายต่อโลก