Sunday, August 9, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.42/61

คมนาคมปฏิเสธข่าว ญี่ปุ่นล้มรถไฟเร็วสูง

กทม.-พิษณุโลก

กระทรวงคมนาคมออกเอกสารชี้แจงผ่านเวบไซต์กระทรวง กรณีปรากฏข่าวในสื่อต่างประเทศและสื่อโซเชียลมีเดียบางแห่ง ว่าญี่ปุ่นไม่สนใจจะลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ช่วง กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระบุว่าการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทย กับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เป็นเพียงการรายงานผลการศึกษาโครงการ ยังไม่ถึงขั้นตอนเจรจาเรื่องการลงทุนก่อนสร้าง

ยืนยันว่าฝ่ายญี่ปุ่นไม่ได้ยกเลิกโครงการความร่วมมือหรือตอบปฏิเสธการร่วมลงทุนแต่อย่างใด อีกทั้งรับที่จะไปพิจารณาจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อเป็นภาระการลงทุนของรัฐบาลไทยให้น้อยที่สุด

** คำชี้แจงกระทรวงคมนาคม https://eservice.mot.go.th/MotHotNews/Home/News/16730

รัฐไม่รีบขุดคอคอดกระ

ต้องศึกษาผลดี-เสีย

ภาพจาก www.thaigov.go.th

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับว่ารัฐบาลยังไม่ใช่นโยบายจะขุดคลองไทยหรือคอคอดกระทางภาคใต้ในตอนนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาผลดีผลเสีย ทั้งความมั่นคงและงบประมาณที่ต้องใช้ซึ่งสูงมาก อีกทั้งในพื้นที่ยังมีปัญหาด้านอื่นที่ต้องแก้ไขจึงต้องจัดลำดับความสำคัญ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร และอย่าเคลื่อนไหวจนเรื่องบานปลาย

การชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีบุคคลบางกลุ่มพยายามปลุกกระแสสนับสนุนการขุดคอคอดกระ เคลื่อนไหวทั้งในโซเชียลมีเดียและในพื้นที่ภาคใต้ 

อนุญาตต่างชาติ 22 ราย

ลงทุน 735 ล้าน ช่วงมกราฯ

ช่วงเดือนมกราคม คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อนุญาตให้ผู้ประกอบการต่างชาติ 22 ราย ประกอบธุรกิจในไทย ส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น เยอรมนี และจีน นำเงินเข้ามาลงทุนรวมกว่า 735 ล้านบาท เกิดการจ้างงานคนไทยราว 400 คน รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่เฉพาะด้านโดยตรงจากประกอบการ

สำหรับประเภทธุรกิจที่ชาวต่างชาติเข้ามาลงุทน ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาคเอกชน และธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีก/ค้าส่ง

ขณะที่ตลอดทั้งปี 2560 มีนักลงทุนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย  270 ราย มีเงินลงทุนรวม 7,302 ล้านบาท

ฝุ่นละอองยังน่าห่วง

เร่งทำฝนหลวงบรรเทา

ยังต้องจับตาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษวัดค่าได้เกินมาตรฐานปกติที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หลายวันติดต่อกัน แม้ว่าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ จะลดลงมาอยู่ที่ 38-49 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระดับมาตรฐาน แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีลงหนาวอีกระลอง ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการสะสมของฝุ่นละออง

ขณะที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ โดยใช้เครื่องบินแบบคาราวาน 2 ลำ ขึ้นบินปฏิบัติงาน เส้นทางการบินบริเวณเขตปริมณฑล ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศ

ภัยเงียบสื่อออนไลน์

ประถมเสี่ยงถูกคุกคาม

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในเยาวชนไทย พบว่าเด็กในวัยประถมศึกษามีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะถูกคุกคามผ่านทางสื่อออนไลน์ จากการดาวน์โหลดโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่แฝงมัลแวร์ และเด็กวัยมัธยมศึกษามีความเสี่ยงถูกกลั่นแกล้งผ่านทางสังคมออนไลน์ ส่วนผู้ใหญ่ที่เกิดในยุคเบบี้บูมเมอร์ (อายุ 55 ปีขึ้นไป) มีความเสี่ยงที่จะถูกล่อลวงด้านข้อมูลข่าวสาร

ETDA ตระหนักถึงภัยจากสื่อออนไลน์ จึงตั้ง School Camp เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการใช้สื่อออนไลน์ผ่านทางภาพยนตร์ การ์ตูน และการทำกิจกรรมในโรงเรียน จะเร่งขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ภายในปี 2561

เครื่องบินรัสเซียตก

71 ชีวิต โอกาสริบหรี่

สื่อท้องถิ่นของรัสเซียรายงานว่า เครื่องบินอันโตนอฟ เอเอ็น-148 (Antonov An-148) ของสายการบินซาราตอฟ แอร์ไลน์ส (Saratov Airlines) สายการบินท้องถิ่นของรัสเซีย พร้อมผู้โดยสาร 65 คน และลูกเรือ 6 คน หายไปจากเรดาร์บริเวณชานกรุงมอสโก ของรัสเซีย หลังขึ้นบินเพียง 2 นาที จากสนามบินโดโมเดโดโม (Domodedovo) ในเมืองโดโมเดโดโม อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร ของกรุงมอสโก

มีรายงานว่ามีประชาชนในพื้นที่เห็นเครื่องบินลุกไหม้กำลังร่วงลงจากท้องฟ้า ท่ามกลางทัศนวิสัยเลวร้ายของหิมะ ขณะที่หน่วยฉุกเฉินของรัสเซียแถลงยอมรับว่าแทบไม่มีโอกาสที่จะมีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจจุดที่เครื่องบินตก

เวียดนามเนื้อหอม ดาวเด่นอสังหาฯ

ต่างชาติรุมตอม

ภาพจาก english.vietnamnet.vn

ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ชี้ว่าวงการอสังหาฯ ของเวียดนามกำลังค่อยๆ ฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008 และกำลังเป็นดาวเด่นด้านนี้ ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนจากอพาร์ตเมนต์ระดับไฮเอนด์ อาคารพาณิชย์ และที่ดิน ในฮานอยและโฮจิมินห์ปรับราคาสูงขึ้น เป็นเป้าหมายของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากต่างประเทศที่เข้าไปซื้อกิจการ เพื่อหลีกเลี่ยงขั้นตอนการขอใบอนุญาตก่อสร้างที่ต้องใช้เวลานาน ประกอบกับกฎหมายของเวียดนามเอื้ออำนวยแก่นักลงทุนอสังหาฯ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลงทุนต่างชาติสนใจเวียดนาม เพราะติดกลุ่มประเทศที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ คือตั้งแต่ปี 2543-2560 เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตประมาณ 6.8% ซึ่งสูงกว่าที่ธนาคารโลกระบุว่าอัตราการเติบโตที่มั่นคงคือเฉลี่ยอยู่ที่ 6.46% ต่อปี