
“สมคิด” ปลื้ม EEC หลายชาติรุมตอม
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี แสดงความมั่นใจว่านักลงทุนกำลังจับตาให้ความสนใจไทยมากขึ้น จากการเกิดขึ้นของโครงการ EEC หลังจากที่การลงทุนในไทยลดลงในช่วง 10 ปี เช่น จีนพร้อมจะมาลงทุนอย่างแน่นอน ส่วนอังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส ในช่วง 2 ปี ไม่คบไทยด้วยเหตุผลว่าไม่มีประชาธิปไตย แต่ล่าสุดอ้าแขนอยากให้ไทยส่งตัวแทนไปเยือน ส่วนสหรัฐฯถ้าไม่มองไทยก็คงต้องตกขบวน
พร้อมฝากภาคเอกชนตอบแบบสำรวจของธนาคารโลกเรื่องการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ ขอให้สะท้อนภาพว่ารัฐบาลไทยทำอะไรไปถึงไหนแล้วบ้าง ซึ่งมีควาสำคัญต่ออนาคตของไทย

ภาครัฐเร่งพัฒนา เพิ่มความสะดวกเอกชน
ตั้งเป้าอันดับ 2 อาเซียน

ในที่ประชุมยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) หารือถึงการเร่งพัฒนาคุณภาพการทำงานของภาครัฐ ทั้งการแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ และพัฒนาการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผลการทำงานที่ผ่านมา ส่งผลให้ธนาคารโลกขยับอันดับของไทยในเรื่องความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ดีขึ้นจากอันดับ 46 เป็นอันดับ 26 จากทั้งหมด 190 ประเทศ และเป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน
จึงตั้งเป้าว่าในปี 2561 จะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของภาครัฐ เพื่อให้ไทยได้ขยับอันดับขึ้นเป็นที่ 2 ของอาเซียน โดยจะเร่งพัฒนาอย่างครอบคลุม อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดให้ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ดินโดยไม่ต้องใช้เลขที่โฉนด

เสนอระงับใช้ “พาราควอต” ใน 2 ปี
หาสารกำจัดศัตรูพืชอื่นทดแทน
ที่ประชุมร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันตามมติเดิมของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ว่าควรระงับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช “พาราควอต” ภายใน 2 ปี พร้อมทั้งให้หาสารอื่นมาทดแทน เตรียมรายงานสรุปเสนอต่อยังคณะอนุกรรมกรรมการเฉพาะกิจ กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาในเดือนมีนาคม
กรมวิชาการเกษตรกำลังเร่งศึกษาเพื่อหาสารอื่นมาทดแทน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายชัดเจนเรื่องเกษตรปลอดภัย จะต้องทำให้เป็นรูปธรรม 65% ภายในปี 2565 และผลักดันการทำเกษตรอินทรีย์ให้ได้อย่างน้อย 35% ในปี 2570

ดัชนีคอร์รัปชันพุ่งรอบ 3 ปี
แต่ยังผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทย พบว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐและรัฐวิสาหกิจยอมรับว่าอาจจะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ 1-15% ของงบประมาณ หรือ 66,271 – 198,814 ล้านบาท เพื่อให้ได้สัญญาโครงการขนาดใหญ่ที่เริ่มทยอยเปิดประมูล
จากการสำรวจเมื่อธันวาคม 2560 พบว่าดัชนีคอร์รัปชันอยู่ที่ระดับ 52 แม้จะรุนแรงสุดในรอบ 3 ปี แต่ก็ยังดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานคือระดับ 50 และรุนแรงน้อยกว่าในอดีตอย่างมาก หากดัชนีต่ำกว่า 50 จึงจะถือว่าน่าเป็นห่วง
รูปแบบการทุจริตที่เกิดขึ้นบ่อย เช่น ขู่เข็ญหรือกรรโชก ทำลายระบบตรวจสอบและความเป็นอิสระขององค์กร เอื้อประโยชน์แก่ญาติและพรรคพวก วิ่งเต้นขอตำแหน่งและโยกย้าย ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายแสวงหาประโยชน์ จ่ายเงินเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ภายหลัง ใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก และให้สินบน ของกำนัล หรือรางวัลต่างๆ

สกอ. เชิญอุดมศึกษาหารือ
เก็บข้อมูลหลักสูตรไม่ผ่านเกณฑ์
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เตรียมเชิญมหาวิทยาลัยที่ยังเปิดสอนในหลักสูตรปริญญาตรี โท และเอก ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานของ สกอ. มาร่วมหารือ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนมากกว่า 3 หลักสูตร เพื่อรวบรวมข้อมูลล่าสุดและรายงานต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เพื่อพิจารณาดำเนินการและป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรที่ไม่มีคุณภาพ
ในการประกาศล่าสุดของ สกอ. ปรากฎว่ามีสถาบันอุดมศึกษาทั้งรัฐและเอกชนรวม 40 สถาบัน มีหลักสูตรที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน (IQA) ติดต่อกัน 2 ปี (2558 และ 2559) จำนวนถึง 182 หลักสูตร ทำให้หลายสถาบันออกมาตอบโต้ว่าการประเมินมีความคลาดเคลื่อน ไม่สะท้อนสภาพล่าสุดของการเรียนการสอน ทาง สกอ. จึงตรวจสอบหลักสูตรอีกครั้งเพื่อความชัดเจน

หนุ่ม 19 ปี กราดยิง 17 ศพ ใน รร.มัธยม รัฐฟลอริดา
พบประวัติรักษาทางจิต
นายนิโคลาส ครูซ อายุ 19 ปี ก่อเหตุกราดยิงกราดยิงในโรงเรียนมัธยม มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของนายครูซ แต่ถูกไล่ออก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน บาดเจ็บประมาณ 14 คน หลังก่อเหตุ นายครูซเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมของกลางเป็นปืนไรเฟิลและกระสุนปืนจำนวนมาก
หน่วยงานท้องถิ่นอ้างว่า มีข้อูมลว่านายครูซมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการทางจิตที่คลิกนิกแห่งหนึ่ง แต่การรักษาไม่ต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปี
เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุกราดยิงในสถานศึกษาในสหรัฐฯ ครั้งที่ 18 ในรอบ 1 เดือนครึ่ง ของปี 2561 และมียอดสูญเสียเลวร้ายติดอันดับ 1 ใน 10 จากเหตุกราดยิงในประวัติศาตร์ยุคใหม่ของสหรัฐ จากการจัดอันดับของสำนักข่าว CNN

ICAO ชี้นักบินถูกลดจำนวน
สวนทางธุรกิจการบินขยายตัว

นายหลิ่ว ฟาง เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เตือนว่าจำนวนนักบินและแรงงานอื่นๆ ของธุรกิจการบินกำลังลดลงต่อเนื่อง จากการลดจำนวนพนักงานของบางสายการบิน สวนทางกับแนวโน้มของจำนวนเที่ยวบินพานิชย์และจำนวนผู้โดยสาร ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวในระยะ 15 ปี
จากการประเมินของ ICAO จำเป็นต้องมีนักบินอย่างน้อย 620,000 คน ภายในปี 2579 เพื่อขับเครื่องบินพานิชย์ขนาด 100 ที่นั่งขึ้นไป เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการขนส่งในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ที่โตอย่างรวดเร็ว













