
ดันแหลมฉบังเฟส 3 เข้า EEC Fast Track
คาดเปิดใช้ปี 68

การท่าเรือแห่งประเทศไทยเร่งเดินหน้าขยายท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของไทย เนื้อที่รวม 6,340 ไร่ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ EEC จะมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการขนถ่ายสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออกระหว่างประเทศ โดยเตรียมจะเชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เช่น ระบบไอที และการบริหารจัดการด้านอื่นๆ
โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 มูลค่าการลงทุน 1.4 แสนล้านบาท ผ่านการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) เสร็จเรียบร้อย อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดว่าใช้เวลาราว 6 เดือน จะเข้าสู่การพิจารณาภายใต้โครงการ EEC Fast Track ไม่เกินต้นปี 2562 จะได้ตัวผู้ประกอบการ จากนั้นจึงประมูลหาผู้ก่อสร้างและเริ่มก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้าง 4-5 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2568

เอกชนปลื้มธุรกิจเหล็กพุ่ง
อานิสงค์ EEC – รถไฟฟ้า

นายบุญชัย จิระพงษ์ตระกูล ผู้บริหาร บ.เดอะ สตีล ผู้ค้าเหล็กรายใหญ่ มั่นใจว่าจะทำยอดขายเหล็กในปี 2561 ได้ถึง 1 ล้านตัน และคาดว่าราคาเหล็กจะทรงตัวในระดับสูง ทำให้มียอดขายราว 15,000-16,000 ล้านบาท ปัจจัยสำคัญมาจากการเดินหน้าโครงการ EEC ซึ่งล่าสุดมีความชัดเจนเมื่อ สนช. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. EEC จะกระตุ้นความต้องการใช้เหล็กในการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการสร้างรถไฟฟ้า ทั้งสายสีชมพู ส้ม เหลือง น้ำเงินส่วนต่อขยาย และสายสีเขียวส่วนต่อขยาย จะส่งผลให้เกิดโครงการอสังาหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องใช้เหล็กเป็นจำนวนมาก


เตรียมสร้างรถไฟไทย-จีน
เดินหน้าเฟสแรก 3.5 กม.
ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟไทยจีนช่วงที่ 1 (กลางดง – ปางอโศก) ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ล่าสุดจัดเตรียมพื้นที่เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงให้การรถไฟแห่งประเทศไทยย้ายระบบอาณัติสัญญาณรถไฟสายเดิม ขณะที่การรถไฟฯ เตรียมจ่ายงบประมาณการก่อสร้างงวดแรกแก่กรมทางหลวง 112 ล้านบาท ภายในวันที่ 15 มีนาคม จากงบก่อสร้างทั้งหมด 425 ล้านบาท
หลังจากที่ได้รับเงินงวดแรก กรมทางหลวงจะเร่งจัดหาผู้รับจ้างและวัสดุก่อสร้าง โดยเน้นการใช้วัสดุภายในประเทศให้มากที่สุด เบื้องต้นต้องสร้างคันทางรถไฟตลอดระยะทาง 3.5 กิโลเมตร คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม ส่วนการวางรางรถไฟ ทางการรถไฟฯ จะเป็นผู้ดำเนินการ

ไทยจับมือบังกลาเทศ สร้างหุ้นส่วนเศรษฐกิจ
ไม่ต้องรอ FTA
ไทยและบังกลาเทศเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นในการสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน เพื่อเป็นกลไกขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสนใจร่วมกัน อาทิ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ท่องเที่ยวและโรงแรม ก่อสร้างและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพร้อมจะเดินหน้าได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA)
บังกลาเทศมีนโยบายมุ่งเน้นตะวันออก กระชับความสัมพันธ์กับจีนและกลุ่มประเทศอาเซียนรวมถึงไทย ผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนในบังคลาเทศสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ที่บังกลาเทศได้รับจากสหภาพยุโรป (EU)

กรมการค้าภายในฟันนายทุน
โกงตาชั่งรับซื้อยางพารา

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ จ.นครพนม และ จ.ตราด ตรวจสอบกรณีชาวสวนยางร้องเรียนว่าถูกผู้ประกอบการรับซื้อยางพาราด้วยวิธีเอารัดเอาเปรียบ พบพฤติกรรมผู้ประกอบการใช้เครื่องชั่งสปริงพิกัด 60 กิโลกรัม ที่ผ่านการดัดแปลงเครื่องชั่งเพื่อเอาเปรียบเกษตรกร จึงจับกุมดำเนินคดี พร้อมเตือนไปยังผู้รับซื้อยางพาราที่คิดจะโกงตาชั่ง ว่ามีโทษหนัก จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 120,000 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่เกษตรกรควรชั่งน้ำหนักสินค้าของตัวเองไว้ก่อน เมื่อเอาไปชั่งด้วยเครื่องของผู้รับซื้อก็ให้สังเกตป้ายเครื่องหมายโครงการเครื่องชั่งกลางของกรมการค้าภายใน ถ้าพบเอาเปรียบให้แจ้งศูนย์ชั่งตวงวัดและสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ หรือแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569

อินเดียแซงจีน
เศรษฐกิจโต 7.2% ลดแรงกดดันนายกฯ
เศรษฐกิจอินเดียขยายตัวถึง 7.2% ในไตรมาส 4 ของปี 2560 โตกว่าเศรษฐกิจจีนที่ขยายตัว 6.8% ในช่วงเดียวกัน หลังจากเคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อช่วงปลายปี 2559 ปัจจัยสำคัญมาจากอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการ ล่าสุดอินเดียปรับคาดการณ์ GDP ของปี 2560 จาก 6.5 % เป็น 6.6% และปรับคาดการณ์ในเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน จาก 6.3 % เป็น 6.9%
คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะช่วยสร้างคะแนนนิยมให้กับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากปัญหาหนี้เสียเพิ่มสูงในธนาคารรัฐ และการทุจริต 1,770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในธนาคารแห่งชาติสาขารัฐปันจาบ ที่เป็นการทุจริตครั้งใหญ่สุดในวงการธนาคารของอินเดีย

“ทรัมป์” ชิงโนเบลสันติภาพ
กก.ไม่เชื่อ แจ้ง ตร. ตรวจสอบ

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แจ้งความต่อสำนักงานตำรวจกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ขอให้ตรวจสอบเอกสารเสนอชื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สู่ขั้นตอนพิจารณารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพราะสงสัยว่าอาจเป็นเอกสารปลอม แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด
ชื่อของนายทรัมป์ปรากฎเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน แต่คณะกรรมการมองว่าอาจเป็นข้อมูลปลอม ส่วนรายชื่ออื่นๆ ที่ถูกเปิดเผยออกมา อาทิ นายฌัก ชีรัก อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส, นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองของ CIA ที่เปิดเผยข้อมูลลับของสหรัฐฯ, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เป็นต้น














