ภาพของเด็กวัยกำลังซนที่ก้มหน้าก้มตาดูคลิปหรือละเลงนิ้วมือเล่นเกมบนแท็บเล็ต ขณะที่พ่อและแม่นั่งอยู่ข้างๆ ดูจะเป็นภาพชินตาไปแล้วที่แสดงให้เห็นถึงวิถีการเลี้ยงลูกของพ่อแม่รุ่นใหม่ โดยหารู้ไม่ว่านั่นคือการส่งมอบพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพลูกโดยไม่รู้ตัว


อย่างที่ อัลเลน อดัมสัน ได้รายงานไว้ในเว็บข่าว Tech Times เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า การใช้อุปกรณ์ประเภทแท็บเล็ต เช่น ไอแพด มากเกินไปจะทำลายความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือของเด็ก ส่งผลให้กล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่สามารถจับดินสอได้อย่างถูกต้องเมื่อเข้าโรงเรียน

แซลลี่ เพนน์ หัวหน้ากุมารเวชศาสตร์บำบัดแห่ง Heart of England NHS Foundation Trust อธิบายข้อเท็จจริงนี้ว่า

“พ่อแม่สมัยนี้มักจะยื่นไอแพดให้กับเด็ก เพราะมันง่ายกว่าการชวนลูกทำกิจกรรมที่สร้างกล้ามเนื้อเช่นการตัด แปะติด ก่อบล็อค ดึงลากของเล่น และเมื่อเด็กไม่ได้ทำกิจกรรมประเภทนี้ ย่อมทำให้กล้ามเนื้อไหล่ ข้อมือ และข้อศอก ซึ่งจำเป็นสำหรับการเขียนไม่มีโอกาสพัฒนาอย่างเต็มที่ จนครูบางคนถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า เด็กบางคนไม่รู้แม้แต่วิธีรับพู่กันหรือดินสอจากครู ผลของการที่เด็กไม่สามารถจับดินสอได้อย่างถูกต้อง”

แซลลี่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านั่นเป็นเพราะมือของเด็กๆในวัยที่กำลังจะเข้าเรียน หากเคยชินกับการจับแต่แท็บเล็ต ก็จะไม่มีกำลังในการจับดินสอและเคลื่อนที่ดินสอนั้นอย่างถูกต้องเหมือนเด็กเมื่อ 10 ปีก่อน เนื่องจากการจับดินสอและเคลื่อนดินสอนั้นตัวเด็กต้องควบคุมกล้ามเนื้อละเอียดอ่อนที่นิ้วให้ได้

ผลร้ายต่อสุขภาพเด็กนี้ยังสะท้อนออกมาจากปากครูใหญ่ โรงเรียน Millfield Prep School เชอร์ลี เชเลอร์ ว่า

“เด็กๆยุคนี้ถ้าไม่เคยมีประสบการณ์ด้านศิลปะหรือลองทำงานที่ต้องอาศัยทักษะการเคลื่อนที่มือ มักจะมีปัญหาในการคัดลายมือ และลายมือไม่ดีก็มีส่งผลต่อการเรียน การอ่าน การเขียน เพราะลายมือเป็นทักษะที่คงอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ดังนั้น การเรียนคัดลายมือจึงสอนเราได้มากกว่าที่คิด”

จริงๆ แล้ว ในบทความ ปี ค.ศ. 2013 ได้มีผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนถึงผลของเทคโนโลยีต่อความสามารถของเด็กกับการใช้ดินสอและปากกา ขณะเดียวกัน ครูที่ประเทศออสเตรเลียยังเตือนว่า เด็กๆที่ได้คะแนนต่ำในการสอบวัดผลระดับชาติด้านภาษาและคณิตศาสตร์อาจเป็นผลมาจากการพึ่งพิงเทคโนโลยีมากและการใช้ชีวิตแบบไม่แอคทีฟ ซึ่งทำให้กำลังแขนและทักษะการเขียนไม่ดีพอในการเขียนคำตอบอย่างรวดเร็วและกระชับ

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เขียนข่าวนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่าการใช้ไอแพดยังส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก เพราะมีงานวิจัยที่พบว่าการให้อุปกรณ์นี้แก่เด็กที่กำลังโกรธ แผลงฤทธิ์ หรือโยเย โดยหวังว่าจะทำให้เด็กสงบลง หากทำเช่นนี้บ่อยๆ อาจมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กที่จะเป็นไปในทางที่แย่ลงได้ด้วย

นอกจากนี้ งานวิจัยใน ค.ศ. 2017 ยังพบว่า เด็กในวัยทารกและวัยหัดเดินมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าอาจเป็นผลมาจากการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับโทรศัพท์มือถือ โดยงานวิจัยระบุว่า “ทารกที่มีเวลาอยู่ใกล้จอมือถือมาก มักมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะมีพัฒนาการการแสดงออกทางภาษาล่าช้า”

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ชาวไทยก็อย่านอนใจ ควรเก็บโทรศัพท์มือถือ หรือ แทบเล็ตไว้ห่างลูก แล้วใช้เวลากับลูกให้มากขึ้น เล่นกับลูกด้วยของเล่นที่จับต้องได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ของเล่นเสมือนจริงในจอเท่านั้น


ภาพประกอบจาก : Featured Image from Jelleke Vanooteghem on Unsplash