
“สมคิด” ขนทีมเศรษฐกิจ
กล่อมนักลงทุน 300 ชีวิต ขยายธุรกิจใน EEC

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เตรียมขนทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลร่วมงาน “Thailand Taking off to New Heights” จัดโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) วันที่ 19 มีนาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อให้ข้อมูลด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ล่าสุดสำนักงาน BOI ในต่างประเทศทั้ง 14 แห่ง แจ้งว่าได้รับการยืนยันจากบริษัทชั้นนำของโลกและนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายจากต่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชน กว่า 300 คน จะเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อศึกษาข้อมูลการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในโครงการ EEC ของภูมิภาคตะวันออก

กกร. คงเป้าเศรษฐกิจโต 3.8–4.5%
จับตาค่าเงิน–สงครามการค้า
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ยังคงกรอบประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2561 ไว้ที่ 3.8-4.5% ตามเดิม ส่วนการส่งออกอยู่ที่ 3.5-6.0% มีแรงส่งจากช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 ทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวสูงต่อเนื่องในเดือนมกราคม 2561 ประกอบกับการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น แม้ว่าจะยังไม่แข็งแรงนัก
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานการประชุม กกร. ระบุว่ายังต้องติดตามความผันผวนของค่าเงิน และมาตรการปกป้องการค้าของสหรัฐฯ ที่จะก่อให้เกิดการตอบโต้จากหลายประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าต่างๆ ในโลก

ตลท. ทำคู่มือเตือนนักลงทุน
ลดความเสี่ยงเหรียญดิจิทัล

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีหลายบริษัทแสดงความสนใจจะระดมทุนด้วยการเสนอขายเหรียญดิจิทัล (Initial Coin Offering : ICO) ซึ่ง ตลท. ไม่มีหน้าที่อนุญาต แต่หากบริษัทใดต้องการใช้ความน่าเชื่อถือจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในการะดมทุนดังกล่าว ก็จะต้องเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบของ ตลท. ให้ครบถ้วน เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลใช้ตัดสินใจ
ตลท. ยังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเผยแพร่ให้นักลงทุนได้ทำการศึกษา รายละเอียดการลงทุนในเหรียญดิจิทัล เพื่อความรอบคอบและป้องกันความเสี่ยง เบื้องต้นจะต้องพิจารณาว่าบริษัทที่ออก ICO ดำเนินธุรกิจอะไร ระดมทุนไปเพื่ออะไร ความเป็นไปได้มีแค่ไหน และผลตอบแทนที่จะได้รับคืออะไร เป็นเงินปันผลหรือกำไรจากส่วนต่างราคา

กระทรวงพลังงานเร่งศึกษา
โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาใน 9 เดือน

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เผยว่ากำลังจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) ภายในเวลา 9 เดือน เพื่อศึกษาพื้นที่ จ.กระบี่ และ อ.เทพา จ.สงขลา เหมาะสมจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ จากผลการศึกษาและรับฟังรายละเอียดเบื้องต้น พบว่าภาคใต้มีโรงไฟฟ้าหลัก 2 แหล่ง คือที่ อ.จะนะ จ.สงขลา และ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 2,400 เมกะวัตต์ และยังมีสายต่อเชื่อมป้อนกระแสไฟฟ้าจากภาคกลาง จึงเพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ที่มีจุดสูงสุด 2,600-2,700 เมกะวัตต์
มีปัญหาบ้างเรื่องสายส่งที่เป็นคอขวด แต่หากเพิ่มขนาดและปริมาณของสายส่ง เชื่อมจากโรงไฟฟ้าขนอมและจะนะ ไปยังโรงไฟฟ้าในฝั่งอ่าวไทย ต่อไปยังฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ตกับกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีการใช้ไฟฟ้ามาก จะสามารถลดปัญหาคอขวดลงได้

ศาลใช้กำไลติดตามผู้ต้องหา
แก้เหลื่อมล้ำ ลดผู้ต้องขัง

ตั้งแต่ 1 มีนาคม สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกับกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกันใช้กำไลอิเลกทรอนิกส์ (EM) สวมที่ข้อเท้าผู้ต้องหาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แทนการใช้หลักทรัพย์ยื่นประกันตัว เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและลดปริมาณผู้ต้องขัง โดยมีศูนย์ควบคุมติดตามผู้ต้องหาตลอด 24 ชั่วโมง ปีแรกใช้งบ 80.8 ล้านบาท ซื้อกำไล 5,000 ชุด นำร่องใช้ใน 23 ศาล และในปีต่อไปจะเพิ่มเป็น 10,000 ชุด
หลักการพิจารณว่าผู้ต้องหาคนใดจะได้เข้าโครงการนี้ คือ ไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอจะยื่นประกันตัว ไม่มีแนวโน้มจะหลบหนี และสมัครใจ รวมทั้งพิจารณากำหนดพื้นที่เดินทาง โดยพิจารณาว่าตำรวจได้ร้องคัดค้านการประกันด้วยเหตุผลว่าจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือไม่

ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ “ทรัมป์” ลาออก
ขัดแย้งขึ้นภาษีเหล็ก-อลูมิเนียม

นายแกรี คอห์น หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว แจ้งต่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง หลังจากมีข่าวมาตลอดว่าทั้งคู่มักจะมีความเห็นสวนทางกันในหลายเรื่องและได้พูดคุยถึงการลาออกมาแล้วหลายสัปดาห์ แม้จะไม่ระบุสาเหตุที่แน่ชัด แต่คาดว่าฟางเส้นสุดท้ายคือกรณีที่นายทรัมป์จะเดินหน้าปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม ซึ่งนายคอห์นพยายามทัดทานมาตลอดเนื่องจากนโยบายดังกล่าวไม่ผ่านการวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่ออัตราจ้างงานที่อาจเกิดขึ้น
แม้จะไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่นายทรัมป์ก็ยืนยันข่าวดังกล่าวด้วยการทวีตข้อความว่า จะรีบตัดสินใจโดยเร็วในการแต่งตั้งหัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจคนใหม่ ซึ่งมีหลายคนที่ต้องการทำงาน และจะเลือกคนอย่างชาญฉลาด

ซีอีโอ “แอมะซอน” รวยอันดับ 1
เจ้าสัวช้าง-ซีพี ติดทอป 100

นิตยสารฟอร์บส์เผยแพร่อันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2561 นายเจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอบริษัทค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ “แอมะซอน” ชาวอเมริกัน แซงขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ด้วยมูลค่าหุ้นของแอมะซอนที่สูงขึ้น 59% ใน 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สินทรัพย์ของเบซอสเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า มูลค่ารวมประมาณ 1.12 แสนล้านดอลลาร์ (3.5 ล้านล้านบาท)
เขี่ยแชมป์เก่า บิล เกตส์ เพื่อนร่วมชาติ ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ลงไปอยู่อันดับ 2 ด้วยจำนวนสินทรัพย์ราว 9 หมื่นล้านดอลลาร์ (2.8 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นทิ้งห่างระหว่างอันดับ 1 กับ 2 มากที่สุดเท่าที่ฟอร์บเคยจัดอันดับ
อันดับ3 วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชาวอเมริกัน อันดับ4 แบร์นาร์ด อาร์โนลต์ เจ้าของบริษัทแอลวีเอ็มเอช ชาวฝรั่งเศส ซึ่งทยานขึ้นมาจากอันดับที่ 11 ผลจากเงินยูโรแข็งค่า และอันดับ 5 มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าของเฟสบุควัย 33 ปี



ส่วนมหาเศรษฐีไทยที่ติด 100 ดันดับแรก มี 2 คน คือ อับดับ 65 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัทไทยเบฟ สินทรัพย์ 17,900 ล้านดอลลาร์ (567,607 ล้านบาท) และอันดับ 95 นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าสัวเครือเจริญโภคภัณฑ์ สินทรัพย์ 14,900 ล้านดอลลาร์ (467,483 ล้านบาท)













