ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้มาสบตาเมืองมรดกโลกอย่างหลวงพระบาง ในห้วงเวลานั้น การท่องเที่ยวได้รุกคืบเข้ามายังเมืองนี้ และ หลวงพระบาง ก็ได้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นเมืองท่องเที่ยวไปโดยสมบูรณ์


ถึงกระนั้น ความเนิบช้าและวิถีชีวิตอันงดงามซึ่งเป็นเสน่ห์ของเมืองหลวงพระบาง ก็ยังไม่แปรเปลี่ยนไป… เราสามารถร่วมใส่บาตรข้าวเหนียวยามเช้าในบรรยากาศเย็นสบายกับผู้เฒ่าผู้แก่ ชาวเมืองหลวงพระบาง ต่อด้วยการไปนั่งรับประทานอาหารเช้า โจ๊ก ชา กาแฟโบราณ ที่ร้านเก่าแก่ริมโขง ปั่นจักรยานชมวัดวาอาราม ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ และชมวิถีชีวิตริมน้ำโขงและน้ำคาน ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นริมถนนอย่าง ข้าวเปียกเส้น เฝอหมู – เนื้อ ตกเย็นก็เดินขึ้นไปชมความงามของพระอาทิตย์บนยอดเขา ที่พระธาตุพูสีแล้วมาเดินช้อปของพื้นเมืองกันต่อที่ Night Market

มาในวันนี้ ทุกกิจกรรมที่กล่าวมา ยังคงทำได้ที่หลวงพระบาง เพียงแค่ต้องทำภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น

บริบทที่ว่านี้มีปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง นั่นคือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ล้นทะลักเข้ามาในเมืองนี้ ผสมผสานปนเปกับความเร่งรีบที่จะเสพไฮไลท์จากเมืองงามแห่งนี้ ขณะเดียวกัน ก็มีโรงแรม ที่พัก ผุดขึ้นทุกหัวระแหงในเมือง มีทุกรูปแบบให้เลือกสรร ร้านกาแฟ ร้านอาหารเก๋ๆคูลๆที่แทรกตัวอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวทุกหัวถนน และที่เห็นแล้วอดเสียดายที่ไม่ได้ นั่นคือ การยินยอมที่จะปรับวิถีอันงดงามของชาวเมืองให้สอดคล้องกับวิถีนักท่องเที่ยว เพียงเพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกคนพอใจ สามารถถ่ายรูปและแชร์ลงในโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเมืองหลวงพระบาง ยังคงมีเสน่ห์ควรค่าแก่การไปซึมซับและท่องเที่ยวอยู่หรือ ?

คำตอบ คือ ใช่แล้ว เพราะท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ความวุ่นวายในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่กล่าวมา หลวงพระบาง ก็ยังคงมีเสน่ห์ มีแง่งาม ให้ได้ไปค้นหา ซึ่งถ้าอยากหาเจอ บทความนี้มีทางลัดเพื่อไปพบความสุขในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองเก่าแห่งนี้มาแบ่งปันกัน ถ้าอยากรู้ ต้องตามมา

ใส่บาตรข้าวเหนียว อย่าไปที่ Tourist Street

หากอยากซึมซับวัฒนธรรม ประเพณีการใส่บาตรข้าวเหนียวอันดีงามแบบชาวหลวงพระบางแท้ๆ อย่าเชื่อคำแนะนำของคนที่ที่พักบอกให้คุณเดินไปที่ Tourist Street ใจกลางเมือง เพราะที่นั่น คุณจะได้เจอกับกรุ๊ปทัวร์ที่ใช้เงินซื้อพื้นทีและอาหารใส่บาตร ทุกคนแต่งตัวจัดเต็มมีผ้าพาดไหล่คล้ายกับคนท้องถิ่น และถ่ายรูปกันสนุกสนานเพื่อโพสลงโซเชียลของตน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิด ทว่า หากคุณไม่ชอบบรรยากาศเช่นนั้น เรามีคำแนะนำเพื่อให้คุณได้ซึมซับวิถีอันดีงามนี้แบบคนท้องถิ่นจริงๆ

ควรตื่นเช้าสักหน่อยสักตีห้าครึ่ง แล้วเดินไปยังตลาดเช้าเพื่อซื้อข้าวเหนียวจากชาวบ้านที่ตักแบ่งขาย จากนั้นสอดส่ายสายตามองหาชาวเมืองหลวงพระบางที่จะเอาเก้าอี้ตัวเล็กพร้อมถือกระติ๊บข้าวเหนียวมานั่งรอพระสงฆ์ ใส่บาตรข้าวเหนียว ระหว่างรอก็ชวนชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่พูดคุย พอพระสงฆ์มาก็ใส่บาตรร่วมกันกับชาวเมือง เชื่อว่าวิถีนี้จะเติมเต็มความอิ่มใจให้การใส่บาตรยามเช้า ณ เมืองมรดกโลก ได้อย่างน่าประทับใจ

เดินดูผักท้องถิ่น ของป่า ผลไม้ & หาของกินอร่อยๆ ได้ที่ตลาดเช้า

เมื่อใส่บาตรเสร็จ ขอให้มุ่งหน้ามาที่ตลาดเช้าต่อเลย เพื่อมาเพลิดเพลินกับการเดินชมตลาดท้องถิ่น ที่พ่อค้าแม่ขายชาวเมืองนำมาวางขายกันแบบสดๆ ผัก ผลไม้ ที่นี่วางขายแบกะดินก็จริง แต่กลับดูสะอาดและได้รับการจัดวางแบ่งขายอย่างสวยงาม ผักชีสดๆรวบเป็นกำเล็กๆ 2-3 กำ มัดด้วยตอก สนนราคา 4,000 กีบ หรือประมาณ 15 บาท ขณะที่ ผักน้ำสดๆ นำไปกินคู่กับเฝอ อร่อยอย่าบอกใคร ถูกจัดวางเป็นกองๆ กองละ 2,500 กีบ หรือประมาณ 10 บาท เท่านั้น ส่วนกล้วยน้ำว้า ก็มีให้เลือกซื้อทั้งหวีเล็ก หวีใหญ่ ราคาก็ไม่ต่างจากบ้านเราตั้งแต่ 10-20 บาท

แต่ที่เห็นแล้วออกจะหวาดเสียวปนสงสารก็เห็นจะเป็นการวางขายเนื้อสัตว์หรือของป่า อย่างปลา ที่ยังนอนพะงาบๆ กระรอกกระแตที่เพิ่งจับมาแล้วเอามาวางขายกันสดๆ และไก่ ที่เอาไก่เป็นๆมาวางให้เลือกซื้อกันเลย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกแง่มุมของวิถีชีวิตของคนที่นี่ ที่คุณจะได้เห็นหากมาเดินชมตลาดเช้าที่หลวงพระบาง

ปิดท้ายกันด้วยการหาของกินยามเช้า ที่มีของกินหลากหลายให้ได้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็น หมูปิ้ง ข้าวเหนียว ขนมครก ขนมจีน เฝอ ข้าวเปียกเส้น แต่ที่ขอแนะนำให้ไปลองลิ้มชิมรสกันให้ได้ คือ แหนมข้าว ที่มีวิธีการทำบนหม้อนึ่งคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ แต่ใช้แป้งหนานุ่มกว่า ใส่ใส้หมูสับปรุงรส โรยหน้าด้วยหอมเจียว และกินคู่กับน้ำจิ้มรสแซ่บ อร่อยแบบเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมทีเดียว

ปั่นจักรยานเที่ยวก็ได้ แต่เดินเที่ยวดีกว่า

วิธีการที่ดีที่สุดที่จะซึมซับความงามของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ ทำได้ 2 แบบ นั่นคือการปั่นจักรยานเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานได้ตามร้านและที่พักทั่วไปที่กระจายอยู่ในเมือง โดยค่าเช่ามีตั้งแต่ 20,000 – 25,000 กีบ หรือประมาณ 80-100 บาท ต่อวัน ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนที่เลือกใช้วิธีนี้ รถราบนท้องถนนยังไม่มากเท่าวันนี้ การปั่นจักรยานจึงทำให้ได้สัมผัส Slow life ได้ แต่ในวันนี้ ปริมาณรถบนท้องถนนหลวงพระบางนั้นเพิ่มขึ้นมาก หากใครเลือกวิธีปั่นนจักรยานเที่ยวอาจต้องปั่นด้วยความระมัดระวังเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าใครเลือกเที่ยวด้วยวิธีเดิน นอกจากจะประหยัดค่าเช่าจักรยานแล้ว ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือการได้ออกกำลังกาย และได้สัมผัสกับทุกตารางเมตรของเมืองงามนี้ได้อย่างครบถ้วน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมือง อย่างวัดวาอาราม พระธาตุ ตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟแนะนำ ทางเดินริมน้ำโขง น้ำคาน รวมถึงร้านขายของที่ระลึกพื้นเมือง อย่างเครื่องเงิน ผ้าทอ ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอ เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า ต่างกระจายอยู่ในเมืองและวงรอบที่มีถนนหลักอยู่ 3 เส้น คือ เส้นริมโขง เส้นกลางเมือง และเส้นริมน้ำคาน ดังนั้น หากใครจะไปเที่ยวหลวงพระบาง ลองเปิดโอกาสให้เท้าของตัวเองได้ย่ำไปรอบเมือง รับรองว่าได้สนุก แถมได้สุขภาพด้วยแน่นอน

น้ำตกตาดกวางสี น้ำตกงามที่ต้องห้ามพลาด

เพราะเมืองหลวงพระบางไม่ได้มีแค่วัดวาอาราม Night Market และ ตลาดเช้าเท่านั้น ไปหลวงพระบางทั้งที ต้องอย่าพลาดการซื้อทัวร์ One day trip ไปเที่ยว น้ำตกตาดกวางสี กัน น้ำตกนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงพระบางไปประมาณ 30 กิโลเมตร แต่ด้วยหนทางที่คดเคี้ยวขึ้นเขาจะใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง โดยทุกที่พัก จะสามารถจองทัวร์ One day trip นี้ให้คุณ ในราคาประมาณ 50,000 กีบ หรือ 200 บาท หากคุณแฮปปี้กับราคานี้ คุณจะต้องนั่งรถตู้ร่วมไปกับนักท่องเที่ยวชาติอื่นแบบเต็มคันรถตู้ ถือเป็นโอกาสในการหาเพื่อนใหม่ได้ด้วย

โดยน้ำตกนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นมีความงดงามต่างกันไปและสามารถเดินไปถึงได้โดยง่าย ไม่ต้องป่ายปีนแต่อย่างใด ซึ่งในความเห็นส่วนตัว ชั้นที่ 4 ถือว่าสวยที่สุด เพราะน้ำที่ตกมาจากหน้าผาสูง ไหลแรงเป็นม่านน้ำ อลังการและสดชื่นสุดๆ และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักพลาดที่จะเดินมาชมความงามในชั้นบนสุดของน้ำตกนี้ เพราะมัวแต่ไปเพลิดเพลินกับน้ำตกชั้นล่างๆ ที่ใครใคร่เล่นน้ำก็สามารถเล่นได้

Night Market ต้องคิดก่อนช้อป

ปิดท้ายด้วยการช้อปของฝากที่ Night Market ที่มีให้คุณเลือกแบบละลานตา โดยขอแบ่งของที่จำหน่ายที่นี่เป็น ของฝากทั่วไป หาซื้อได้แบบที่วางขายในภาคเหนือของไทย ซึ่งบางอย่างทำจากเมืองจีน ส่งมาเป็นโหลๆ ซึ่งจะมีราคาถูก เหมาะสำหรับคนที่ซื้อไปฝากคนจำนวนเยอะๆ และของฝากที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของชาวหลวงพระบาง เช่น กระเป๋าทำจากผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าชนเผ่า ผ้าคลุมไหล่ย้อมมือ ไม่ใช้สารเคมี แน่นอนว่าของฝากประเภทหลังนี้จะมีราคาแพงกว่า แต่ขอแนะนำให้ซื้อหาของฝากที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของหลวงพระบางไปฝากคนรู้จักหรือคนที่คุณรัก รับรองว่าจะโดนใจผู้รับมากกว่า

ส่วนเทคนิคการซื้อของที่ Night Market นี้ ต้องรู้ก่อนว่าตลาดนี้รับทั้งเงินบาท เงินกีบ และเงิน US DOLLARS โดยก่อนตัดสินใจซื้อควรถามแม่ค้าให้แน่นอนว่าจะจ่ายด้วยเงินสกุลไหน และคำนวณดูอีกทีว่าราคาที่ตกลงกันนั้น เมื่อจ่ายด้วยเงินสกุลที่คุณสะดวกแล้ว จำนวนเงินนั้นเท่ากับราคาที่ตกลงกันหรือไม่ ซึ่งที่ตลาดนี้ ขอแนะนำกันตามตรงว่า เมื่อแม่ค้าบอกราคาแรกมา ควรถามต่อว่า ถ้าซื้อมากกว่าหนึ่งชิ้น ลดเพิ่มได้อีกไหม เมื่อแม่ค้าบอกว่าได้และลดราคาลงมา ควรต่อราคาอีกครั้ง เพื่อให้ได้ราคาที่คุณพอใจ แต่ขอให้สบายใจได้ว่า ข้าวของที่ตลาดนี้ไม่ได้ตั้งราคาไว้สูงเว่อร์ แค่ตั้งไว้เผื่อต่อเท่านั้น


เรื่องและภาพ : ประอรพิชญ์ คัจฉวัฒนา