
2 บิ๊กการค้ายุโรป สนใจลงทุนไทย
จ่อขนเอกชนดู EEC
ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อ 1 – 2 มีนาคม ผู้บริหารสภาธุรกิจอาเซียน-อียู และสมาคมพันธมิตรธุรกิจยุโรป–อาเซียน ได้เข้าพบคณะของไทย เพื่อหารือถึงโอกาสที่จะเข้ามาขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เผยว่าทั้ง 2 องค์กร ให้ความสนใจไทยอย่างมาก ผลจากอียูมีมติเมื่อธันวาคม 2560 ฟื้นความสัมพันธ์กับไทยในทุกระดับ ส่งผลต่อการพิจารณารื้อฟื้นการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียู
ทั้ง 2 องค์กรมีแผนจะนำคณะนักธุรกิจจากยุโรปเดินทางมาเยือนไทยภายในปี 2561 เพื่อดูลู่ทางการลงทุนในไทย โดยเฉพาะโครงการ EEC ในภาคตะวันออก

ฟอรั่ม 21 ผนึก CAEC
เร่งขุดราก 7 ปัญหา พร้อมรองรับ EEC

ฟอรั่ม21 ร่วมกับ EEC และเครือข่าย CAEC ประชุมเชิงปฏิบัติการศึกษาปัญหาในพื้นที่ภาคตะวันออกที่จะเดินหน้าโครงการ EEC เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน พบว่ามี7 กลุ่มปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข ประกอบด้วย ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในบางพื้นที่ ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาการจัดการขยะ ปัญหาการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาอุตสาหกรรมนอกนิคม ปัญหากลุ่มสังคมและการสื่อสารที่ไม่กระจ่างชัด และปัญหาและแนวทางการบริหารบุคคลากร
นายอภิชาต ทองอยู่ เลขาธิการฟอรั่ม 21 และที่ปรึกษาเลขาธิการ EEC ชี้ว่าทั้ง 7 กลุ่มปัญหาล้วนแต่เป็นปัญหาเก่าที่สั่งสมมานานจนเป็นอุปสรรค์ต่อการพัฒนาประเทศ หากปล่อยไว้ก็จะขัดขวางการเดินหน้าโครงการ EEC จึงกำชับให้เครือข่ายผู้นำท้องถิ่นใน CAEC แบ่งความรับผิดชอบแล้วเร่งศึกษาต้นตอของปัญหา พร้อมทั้งระดมสมองวางแผนบริหารจัดการในแต่ละกลุ่มปัญหาเพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปแก้ไขให้เป็นรูปธรรม



พาณิชย์เร่งปรับลดภาษีนำเข้า
หวั่นเป็นตัวถ่วง RCEP
กระทรวงพาณิชย์หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าเสียภาษีนำเข้าในอัตราสูงกว่า 50% อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน เกษตร และเหล็ก ถึงแนวทางปรับลดภาษีนำเข้าลงมาอยู่ที่ 5-10% เพื่อกำหนดท่าทีของไทยในการร่วมเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) กับชาติสมาชิกคือกลุ่มอาเซียน และคู่เจรจา 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
ปัจจุบันชาติประเทศในกลุ่มอาเซียนและคู่เจรจา 6 ประเทศ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ประมาณ 6-20% มีเพียงไทยที่เก็บสูงกว่า หากไม่สามารถปรับลดภาษีให้ต่ำกว่า 50% อาจทำให้ไทยเป็นอุปสรรคของอาเซียน และ RCEP ส่งผลให้การเจรจาต้องติดขัด
สมาชิก RCEP กำลังอยู่ระหว่างเจรจาลดภาษีนำเข้าสินค้า เป้าคือ 0% ในสัดส่วนสินค้า 92% ของรายการทั้งหมดที่ค้าขายระหว่างกัน ส่วนสินค้าอีก 8% เป็นกลุ่มอ่อนไหวของแต่ละประเทศ จะพยายามปรับลดภาษีให้ต่ำที่สุดคือประมาณ 5-10%

แรงงานไทยต้องเร่งพัฒนา
ก่อนถูกเทคโนโลยีแทนที่

รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2560 ของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สะท้อนให้เห็นว่าจากปี 2560 ต่อเนื่องถึงปี 2561 ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่จะส่งผลต่อการจ้างงานที่เปลี่ยนไป เพราะเทคโนโลยีชั้นสูงจะเข้ามามีบทบาทมากทั้งในกระบวนการผลิตและงานบริการในลักษณะทำซ้ำๆ ถือเป็นกลุ่มอาชีพมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเครื่องจักรแทนที่
กลุ่มแรงงานทักษะสูงจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในอนาคต ขณะที่การทำงานจะมีรูปแบบใหม่ๆ และเกิดอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะอาชีพอิสระและการรับจ้างต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ ทำให้แรงงานไม่อยู่ในระบบ เป็นรูปแบบของ Sharing Economy และ Gig Economy เช่นในสหรัฐฯ ตัวเลขจ้างงานในปี 2560 จึงลดลงเล็กน้อย ขณะที่ผู้ว่างงานมี 450,000 คน หรือ 1.2% ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1% ในปี 2559 แต่เชื่อว่าปี 2561 อัตราการว่างงานจะลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

BNK 48 – บุพเพสันนิวาส
2 แรงบวกปลุกชีพโฆษณา

อานิสงค์สำคัญที่กระตุ้นความคึกคักวงการโฆษณาในช่วงต้นปี คือกระแสความดังของวงเกิร์ลกรุ๊ป “BNK 48” มีสินค้าหลายค่ายดึงสมาชิกวง BNK 48 ไปเป็นพรีเซนเตอร์ อาทิ ทรูมูฟเอส กล้องฟูจิฟิล์ม ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ แม้แต่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยยังดึง BNK 48 มาโปรโมตสินค้าที่ระลึกเอาใจกองเชียร์ทีมชาติศึก
ขณะที่ละครไทยย้อนยุค “บุพเพสันนิวาส” ก็มีส่วนกระตุ้นสินค้าหลายแบรนด์ให้เร่งควักเงินทุ่มโฆษณา เกาะกระแสความดังเอาใจบรรดาออเจ้าแฟนคลับของแม่หญิงการะเกดกับพี่หมื่น

ข้อมูลจาก บ.มีเดียอินเทลลิเจนซ์ (MI) ผู้ให้บริการซื้อ-ขาย สื่อโฆษณาและวางกลยุทธ์สื่อสารการตลาด พบว่าสินค้าค่ายใหญ่พร้อมใจกันอัดเม็ดเงินโฆษณากระตุ้นยอดขายตั้งแต่ต้นปี 2561 คาดว่าจะผลักดันอุตสาหกรรมโฆษณาช่วงครึ่งปีแรกให้กลับมาฟื้นตัว น่าจะเติบโตประมาณ 6-8% หลังจากในปี 2560 ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว ทำให้เอกชนใช้เงินในสื่อโฆษณาเพียง 80,000-90,000 ล้านบาท ซึ่งติดลบ 14% แย่ที่สุดในรอบ10 ปี

“อาเบะ” กดดันหนัก
สื่อแฉคลังแก้เอกสาร ขายที่ดินรัฐเอื้อเมีย

นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกกระแสกดดันอย่างหนัก หลังมีข่าวว่ากระทรวงการคลังสารภาพว่าได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วนในเอกสารการขายที่ดินของรัฐ เอื้อประโยชน์ให้ภริยาของนายอาเบะ ทำให้คะแนนนิยมนายอาเบะลดลง 6% ไปอยู่ที่ 48% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ต่ำกว่า 50% นับแต่ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกสมัยเมื่อตุลาคม 2560
สื่อข่าวท้องถิ่นอ้างว่าสมาชิกพรรครัฐบาลคนหนึ่งเป็นผู้เปิดเผยว่า กระทรวงคลังยอมรับว่ามีการแก้ไขเอกสารเกี่ยวกับการขายที่ดินของรัฐในเมืองโอซากาให้แก่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งกี่ยวข้องกับนางอากิเอะ อาเบะ ภริยานายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2559 ในราคาเพียง 134 ล้านเยน (39 ล้านบาท) จากราคาประเมินที่สูงถึง 956 ล้านเยน (280 ล้านบาท)
กรณีนี้เคยเป็นข่าวครึกโครมเมื่อกุมภาพันธ์ปี 2560 และการแก้ไขเอกสารเพื่อลบชื่อนางอาเบะ รวมถึงนักการเมืองอีกจำนวนหนึ่ง มีขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2560 ก่อนที่เอกสารดังกล่าวจะถูกนำไปเป็นหลักฐานประกอบการชี้แจงในรัฐสภา

พักงานหุ่นยนต์ปิ้งเบอร์เกอร์
เหตุลูกค้าเยอะจนทำไม่ทัน

ร้านแคลิเบอร์เกอร์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สั่งพักงานชั่วคราวเจ้าหุ่นยนต์แขนกล Flippy จากหน้าที่พนักงานพลิกเบอร์เกอร์บนเตาปิ้ง พร้อมป้ายแจ้งว่า Flippy จะกลับมาให้บริการในเร็วๆ นี้ สาเหตุเพราะความโด่งดังของเจ้า Flippy ทำให้ลูกค้าจำนวนมากเดินทางมาซื้อเบอร์เกอร์เกินกว่าทางร้านจะรับไหว
บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์เผยว่ากำลังทดสอบประสิทธิภาพของเจ้า Flippy เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถปรุงอาหารในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมสามารถปิ้งเบอร์เกอร์ได้สูงสุดวันละ 2,000 ชิ้น เหตุที่ทางร้านนำเจ้า Flippy มาให้บริการเพราะพนักงานมนุษย์มีอัตราการลาออกสูง หลังจากทำงานเพียงไม่กี่เดือน ทางร้านต้องสูญเสียเวลาและงบประมาณจำนวนมากไปกับรับสมัครและฝึกอบรมพนักงานใหม่ จึงวางแผนติดตั้งหุ่นยนต์ใน 50 สาขา ทั่วสหรัฐฯ














