
Mazda ยื่นลงทุน EEC ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เผยว่าเอกชนหลายรายตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะมาลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC ทางภาคตะวันออกของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ล่าสุด Mazda Motor ยื่นขอส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) กับ BOI แล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ BMW และ Mercedes-Benz ได้ลงทุนตั้งโรงงานแบตเตอรี EV
รมว.อุตสาหกรรมเน้นย้ำว่าในการลงทุนทุกรูปแบบจะมีกรอบการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน อาทิ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าโครงการ EEC นอกจากจะสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีมาตรการดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม

ครม.เห็นชอบหลักการ
ร่าง พ.ร.ก.ธุรกรรมดิจิทัล
ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ถูกเสนอเป็นวาระจรเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเวลา 5-6 วัน นำร่างกลับไปตรวจถ้อยคำให้รัดกุมยิ่งขึ้นก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสาระสำคัญเกินกว่าหลักการ ก็จะนำกลับมาให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คือมอบอำนาจกำกับดูแลให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และจะเก็บภาษีจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 15% ของรายได้ที่เกิดจากการซื้อขาย เหมือน พ.ร.บ.หลักทรัพย์เเละตลาลหลักทรัพย์

จีนไฟเขียวเป็นครั้งแรก อนุญาตนำเข้าไก่ไทย
ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่าล่าสุดสำนักงานการขึ้นทะเบียนหรือรับรองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (Certification and Accreditation Administration of the People’s Republic of China : CNCA) ประกาศขึ้นทะเบียนบริษัทผู้ผลิตและแปรรูปเนื้อไก่ของไทย 7 ราย ทำให้สามารถส่งออกเนื้อไก่ไปจีนได้ตั้งแต่ 6 มีนาคม
เนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พยายามส่งเสริมการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ โดยเฉพาะการเจาะตลาดใหม่ จึงเชิญคณะเจ้าหน้าที่จีนมาตรวจสอบมาตรฐานของโรงงานเชือดสัตว์ปีกและระบบกำกับดูแลการผลิตเนื้อสัตว์ปีกเพื่อการส่งออกของไทย รวม 19 แห่ง ซึ่งทางจีนมีความพึงพอใจและรับรองโรงงานแล้ว 7 แห่ง ส่วนอีก 12 แห่ง ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงโรงงาน

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ผลไม้ไทยเพิ่ม 3 ชนิด
กรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) เพิ่มอีก 3 รายการ คือ ส้มบางมด ลิ้นจี่บางขุนเทียน ของกรุงเทพฯ และละมุดบ้านใหม่ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้ไทยมีสินค้าขึ้นทะเบียนสินค้า GI รวม 87 รายการ จาก 59 จังหวัด กรมทรัพย์สินทางปัญญามีเป้าหมายจะผลักดันให้ไทยมีสินค้า GI ครบทุกจังหวัดในอนาคต

นักวิชาการ TDRI แนะรัฐใช้โมเดลสีเขียว
พัฒนาไทยอย่างยั่งยืน
นางกรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ นักวิชาการด้านการวิจัยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของ TDRI เสนอแนะรัฐบาลจะต้องนำพาประเทศพ้นจากกับดักการพัฒนาสีเทาที่สร้างมลพิษและปัญหาสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่โมเดลการพัฒนาสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพ และยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ภายในปี 2030

โมเดลการพัฒนาสีเขียวจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เช่น ภาครัฐต้องส่งเสริมนโยบายการเงินและการคลังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ยกเว้นภาษีหรือให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้านผู้ประกอบการก็ต้องนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้ เพื่อลดการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งลดการปล่อยของเสีย ขณะที่ผู้บริโภคต้องหันไปใช้สินค้าฉลากสีเขียว หรือฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

จีนใช้เวลาแค่ 4 ปี ลดมลพิษทางอากาศ

คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโกในสหรัฐฯ เฝ้าติดตามสภาพอากาศกว่า 200 จุดทั่วจีน ตั้งแต่ปี 2556 ถึง 2560 ได้ผลสรุปว่าเมืองต่างๆ สามารถลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ได้เฉลี่ย 32% หากรักษาคุณภาพอากาศระดับนี้ไว้ได้ อายุขัยเฉลี่ยของชาวจีนจะเพิ่มขึ้นจากปี 2556 อีกราว 2.4 ปี เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กส่งผลต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคปอด
รัฐบาลจีนเริ่มปฏิบัติการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจังเมื่อปี 2556 โดยเฉพาะเมืองทางภาคเหนือ โดยย้ายโรงงานก่อมลพิษออกจากเขตเมือง ประกาศเขตปลอดถ่านหินรอบกรุงปักกิ่ง ซึ่งไม่เคยมีประเทศใดแก้ปัญหามลพิษทางอากาศได้เร็วเช่นนี้มาก่อน สหรัฐฯยังต้องใช้เวลากว่า 10 ปี รวมทั้งเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหนึ่งครั้งจึงลดมลพิษทางอากาศลงได้

วิกฤตแรงงานในมาเลเซีย
ร้านอาหารปิดตัวนับพัน
3 สมาคมการค้าในมาเลเซียประกอบด้วย สมาคมคอฟฟีชอปมาเลเซีย-สิงคโปร์ สมาคมร้านอาหารอินเดียในมาเลเซีย และสมาคมร้านอาหารอินเดีย-มุสลิม ร่วมกันออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลมาเลเซีย เรียกร้องให้ออกมาตรการช่วยเหลือโดยเร็ว หลังต้องประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จนคอฟฟีชอปกว่า 2,000 แห่ง ร้านอาหารอินเดีย และร้านอาหารอินเดีย-มุสลิม รวมกว่า 400 แห่ง ได้ปิดกิจการไปเมื่อปี 2560
พร้อมเตือนว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายเนื่องจากแรงงานต่างด้าวหลายพันคนที่เดินทางกลับประเทศเมื่อช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ได้เดินทางกลับมาทำงานในมาเลเซีย จะทำให้ภาคร้านอาหารต้องปิดตัวเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ทางการมาเลเซียตั้งระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวดกับแรงงานต่างด้าว สร้างปัญหาเรื้อรังมานาน












