รมว.อุตสาหกรรมชี้ว่าถึงเวลาที่ไทยต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวข้ามโมเดลเดิมๆ สู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งนาทีนี้ ไทยมีความพร้อมในทุกด้านที่จะปรับโครงสร้างประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมี EEC เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
“เรากำลังเข้าสู่โลกใหม่อย่างแท้จริง มีความซับซ้อนมากขึ้น ไร้เส้นแบ่ง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ต้องเลิกกินบุญเก่า ก้าวข้ามโมเดลเดิม การปรับตัวไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เราต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด”
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดฉากปาฐกถา “Go Thailand : ลงทุนเพื่ออนาคต” ด้วยการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่ไทยต้องเร่งปรับตัวให้ทันโลกยุคใหม่ นาทีนี้มีปัจจัยเอื้ออำนวยในทุกด้าน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลเร่งแก้ไขจนฟื้นตัว ดัชนีทุกตัวเป็นบวก สถานการณ์บ้านเมืองสงบ มีเสถียรภาพ พร้อมที่จะริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม


นาทีนี้ ในเรามีความพร้อมทุกด้าน รัฐบาลจึงเริ่มทำงานใหญ่ ซึ่งไม่ได้มุ่งไปที่เม็ดเงินหรือปริมาณเหมือนในอดีต แต่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน รัฐบาลยึงกำหนดแผน “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” โดยมีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป็นพลังหลักในการขับเคลื่อนไปสู่ประเทศไทย 4.0
4 เป้าหมาย ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
1. แก้ไขอุปสรรค เพราะสังคมไทยปล่อยให้หลายปัญหาสั่งสมมานานจนกลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ซึ่งอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ “ความเหลื่อมล้ำ” โจทย์สำคัญของรัฐบาลคือทำอย่างไรให้เป็นสังคมที่เดินไปด้วยกัน
2. เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง แม้สถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เลวร้าย แต่เราจำเป็นต้องมองไปข้างหน้า เพราะทุกอย่างไม่หยุดนิ่ง ประเทศอื่นนำเทคโนโลยีใหม่มาสร้างความก้าวหน้า หากไทยยังใช้เทคโนโลยีเดิม ๆ ก็จะประสบภาวะถดถอยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
3. พัฒนาคนไทย 4.0 ให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 คือมีทั้งองค์ความรู้ มีทักษะที่จำเป็น พร้อมปรับตัวทำงานในสิ่งแวดล้อมใหม่ ซึ่งวันนี้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้ว เห็นได้จากนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ จึงต้องสร้างคนที่รู้จักใช้นวัตกรรมอย่างเหมาะสม
4. ดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมน่าอยู่ มีทรัพยากรที่สมบูรณ์ เป็นหลักการสำคัญของการพัฒนายุคใหม่ที่ความเจริญต้องเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
การทำงานทั้ง 4 มิตินี้ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี รัฐได้ร่วมกับภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคการศึกษา มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงอย่างสมดุลโดยเริ่มจากภายใน โดยเฉพาะเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ซึ่งผูกโยงไปถึงภาคการส่งออกที่ยังเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ


ก้าวข้ามโมเดลเก่า สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก
นายอุตตมชี้ว่าการส่งออกในปัจจุบัน ต้องย้อนไปดูตั้งแต่ภาคการผลิต ทั้งการเกษตรและอุตสาหกรรม เพราะโลกทุกวันนี้ ทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมด จะทำงานภายใต้โมเดลเดิมๆ อีกไม่ได้ ต้องเริ่มตั้งแต่ดูแลเกษตรกร 11 ล้านคนทั่วประเทศ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ทางการค้า จึงต้องปรับอย่างครบวงจร เมื่อ Local Economy เข้มแข็ง ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างก้าวกระโดด
ขณะที่ธุรกิจ SMEs ก็จะเน้นตั้งแต่ระดับฐานราก คือ Micro SMEs โดยส่งเสริมให้ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน นับจากนี้ ธุรกิจ Start Up จะเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย ไม่ต้องรอกลุ่มทุนขนาดใหญ่เหมือนในอดีต เงื่อนไขสำคัญคือจะต้องเปิดรับนวัตกรรมที่ทันสมัยและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า
ส่วนภาคอุตสาหกรรม รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า ไทยต้องเปลี่ยนจากการเป็นเพียง “ซัพพลายเออร์” ที่คอยผลิตหรือจัดหาสินค้าต้นทางที่ถูกจำกัดผลกำไร ส่งให้กับคนอื่นไปสร้างกำไรที่สูงกว่า ไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้ามูลค่าสูงเพื่อตอบสนองตลาดโลก เพื่อให้ผลประโยขน์ตกอยู่ในมือไทยมากขึ้น ซึ่งจะต้องลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่จึงจะเปลี่ยนโฉมหน้าภาคอุตสาหกรรมไทย
ในโครงการ EEC รัฐบาลได้กำหนด 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย แบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมเดิม ที่จะไม่ถูกทอดทิ้ง แต่จะมุ่งยกระดับเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต เพื่อสร้างมูลค่า และสร้างโอกาสทางการแข่งขันในตลาดโลก

และ 5 อุตสาหกรรมใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ความฝันลอยๆ เพราะสร้างได้จริง และเริ่มเดินหน้าแล้วใน EEC ไม่ใช่แค่ฝันลอยๆ ทั้งการต่อยอดอุตสาหกรรมอาหารไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพ นำผลไม้มาแปรรูปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรืออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตซึ่งทิศทางโลกมีความชัดเจนในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า และทุกค่ายได้เปิดฉากคุยกับไทยแล้วทั้งจากญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งไม่ใช่การลงทุนประกอบตัวถังรถยนต์แบบเดิมอีกต่อไป แต่ก้าวไปสู่การผลิตแบตเตอรีและระบบควบคุมรถ ซึ่งเป็นหัวใจของยานยนต์ไฟฟ้า และมีมูลค่าสูงมากกว่าการประกอบตัวถังหลายเท่า
ขณะที่ภาคบริการซึ่งมีความเข็มแข้งอยู่แล้ว ต้องเพิ่มบทบาทให้มากยิ่งขึ้นควลคู่กับการใช้นวัตกรรมเข้ามาเพิ่มมูลค่า เช่น การใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เนตและดิจิทัลมาสร้างสรรค์นวัตกรรมบริการใหม่ๆ เช่น แอพพลิเคชันต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจได้อีกมากมาย ส่วนการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาไทย 35 ล้านคน ซึ่งเยอะอยู่แล้ว แต่จะต้องสร้างความยั่งยืนและมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองหลักเชื่อมโยงไปยังเมืองรองให้มากขึ้น

ให้สิทธิ์ต่างชาติลงทุน EEC ใต้กรอบกฎหมาย
นายอุตตมแสดงความมั่นใจว่าหลังจากร่าง พ.ร.บ. EEC ผ่าน สนช. แล้ว รอเพียงการบังคับใช้เป็นกฎหมาย จะยิ่งสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ส่วนข้อสงสัยของบางฝ่ายที่ว่ารัฐบาลให้อภิสิทธิ์กับนักลงทุนต่างประเทศมากเกินไปหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการให้เช่าที่ดิน 99 ปี ยืนยันว่าไม่ได้ให้สิทธิพิเศษเกินเลยกว่าที่กฎหมายปัจจุบันกำหนดไว้ เพียงแต่ทำให้ชัดเจนและสะดวกขึ้น
โดย BOI จะพิจารณาอนุญาตภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และต้องอยู่ในพื้นที่ EEC เท่านั้น คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมทั้งให้ความเสมอภาคทั้งนักลงทุนชาวไทยและต่างประเทศ
รมว.อุตสาหกรรม ยืนยันว่าก่อนจะดำเนินการ EEC รัฐบาลได้เทียบเคียงมาตรการต่างๆ กับเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วโลกแล้ว ไม่ได้คิดขึ้นมาเอง ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศต่างกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยอยู่ในภูมิภาคเอเชียถึง 50% ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีเกือบทั้งหมด สะท้อนว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียมองการณ์ไกล











