ขณะที่ อเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะเดินหน้าลงทุนทำธุรกิจอีคอมเมิร์ชในเวียดนาม โดยจะร่วมมือกับอาลีบาบา ผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนที่เข้ามาลงทุนก่อนแล้ว พร้อมดำเนินธุรกิจแบบปูพรมเข้าทาง Vietnam E-commerce Association (VECOM) ซึ่งมีสมาชิกผู้ประกอบธุรกิจในเวียดนามกว่า 140 ราย เพื่อประกอบกันเป็นกลุ่มผู้ธุรกิจออนไลน์ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ที่อ้าแขนต้อนรับธุรกิจท้องถิ่นทุกขนาดที่จะมาร่วมค้าขายบนแพลทฟอร์มธุรกิจออนไลน์ที่กำลังจะสร้างขึ้น
เท่ากับว่าฝันหวานของอเมซอนดอทคอมที่จะสยายปีกธุรกิจอีคอมเมิร์ชในเวียดนามจะเป็นจริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่ง Nguyen Thanh Hung ประธานกรรมการกลุ่ม VECOM อธิบายข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า
“อย่างไรก็ตาม อเมซอนยังเข้ามาลงทุนในเวียดนามตามหลังคู่แข่งจากจีนอย่างอาลีบาบาที่มาลงทุนในเวียดนามเมื่อปีที่แล้วและใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็มีธุรกิจเป็นสมาชิกถึง 10,000 ราย เทียบกับจำนวนธุรกิจออนไลน์ก่อนหน้าที่อาลีบาบาจะเข้ามาจากการสำรวจของทางการเวียดนาม ที่ใช้บริการอเมซอนแค่เพียง 200 รายเท่านั้น”
นอกจากนั้น ฐานการค้าขายออนไลน์ในเวียดนาม ไม่ได้มีเพียงแค่อาลีบาบาที่คุมบังเหียนอยู่เท่านั้น แต่ยังมีแบรนด์ธุรกิจค้าขายสินค้าออนไลน์ชื่อคุ้นหูคนไทยอย่าง Lazada ที่ตอนนี้กลุ่มนักลงทุนจีนได้ไปซื้อหุ้นร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจจากเดิม 51 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเป็น 83 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ตอนนี้ Lazada จึงขึ้นแท่นเป็นบริษัท e-tailer ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม กุมยอดขายกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของตลาดสินค้าออนไลน์ในประเทศขณะนี้

จากปรากฎการณ์นี้ ทำให้อาลีบาบาต้องขยับขยายด้วยการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มยอดขายในตลาดอีคอมเมิร์ชเวียดนามด้วยการชักชวนธุรกิจท้องถิ่นมาขยายตลาดเต็มรูปแบบ ในแนวทางการทำการค้าจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค (business-to-consumer model)
หากถามว่าทำไมการแข่งขันในธุรกิจอีคอมเมิร์ชของเวียดนามเติบโตได้ขนาดนี้ ต้องตอบว่าเป็นเพราะในปัจจุบัน ประเทศเวียดนาม กลายเป็นดาวเด่น ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ชสูงที่สุดในโลกตามรายงานของนักวิจัยตลาด Kantar Worldpanel ในปี 2016 โดยรายได้อีคอมเมิร์ซของเวียดนามเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 3 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ค้าปลีกทั้งหมดในประเทศ ขณะที่ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไปถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และจะเพิ่มขึ้นในช่วงสามปีต่อจากนี้อย่างต่อเนื่อง จนรายได้อีคอมเมิร์ซประจำปีของเวียดนามจะสูงแตะ 10 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2563 ทีเดียว
สรุปแล้วกว่า 90% ของการลงทุนอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ปี 2560 ในเวียดนามมาจากแหล่งลงทุนต่างชาติ อย่าง จีน เกาหลีใต้ และไทย ซึ่งรายชื่อที่นิยมในตลาด ก็ได้แก่ Lazada, Tiki, Vatgia, Hotdeal, Shopee, Nguyenkim, Adayroi, Thegioididong, Sendo, ร้าน FPT และ Careerlink
ที่มา : https://asia.nikkei.com/Business/Companies/Amazon-to-enter-Vietnam-to-take-on-Alibaba
ภาพประกอบจาก : http://fortune.com/fortune500/amazon-com/











