ทุกภาคส่วนร่วมผลักดัน EEC เดินหน้าเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พลิกฟื้นประเทศในทุกมิติ สร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาคตะวันออก เชื่อมโยงภูมิภาคด้วยรถไฟความเร็วสูง เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ดึงดูดนักลงทุนสู่ภาคตะวันออกของไทย


ในงาน “Go Thailand : ลงทุนเพื่ออนาคต” นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ประเมินมูลค่าการลงทุนทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ไม่น้อยกว่า 1.7 ล้านล้านบาท เฉพาะใน 5 โครงการหลักของ EEC (EEC Project List) ก็มีมูลค่าลงทุนรวมถึง 6 แสนล้านบาท โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP) ประกอบด้วย โครงการ EEC eec thailand


1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 ท่าอากาศยาน ร่างขอบเขตการลงทุน (TOR) เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะเซ็นสัญญาในเดือนกันยายน 2561 เปิดดำเนินการปี 2566


2. โครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ร่าง TOR เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 เซ็นสัญญาเดือนธันวาคม 2561 ถึงมกราคม 2562 เปิดดำเนินการปี 2566


3. โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) ร่าง TOR เดือนมีนาคม-เมษายน 2561 เซ็นสัญญาเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 เปิดดำเนินการปี 2564


4. โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 ร่าง TOR เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2561 เซ็นสัญญาเดือนพฤศจิกายน 2561 เปิดดำเนินการปี 2567


5. โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ร่าง TOR เดือนสิงหาคม 2561 เซ็นสัญญาเดือนมกราคม 2562 เปิดดำเนินการปี 2568

จากการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน 5 โครงการหลัก คาดว่าจะทำให้การลงทุนของประเทศขยายตัวประมาณ 10% ส่งผลให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 2% ต่อปี เพราะบรรดาบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว จะขยายการลงทุนมากยิ่งขึ้น ขณะที่บริษัทรายใหม่ก็จะเข้ามาลงทุน เชื่อว่าจะส่งผลให้ฐาน GDP ปี 2561 ขยับขึ้นไปที่อยู่ที่ระดับ 4% หรือ 5%

การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานใน EEC เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาเมือง และพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) กับโครงการสนามบินอู่ตะเภา จะต้องเปิดดำเนินการพร้อมกันในปี 2566 ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลกระทบอย่างมาก

เลขาฯ EEC ระบุว่านอกจากรัฐบาลจะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก แล้วยังได้แก้กฎหมาย BOI ในเรื่องสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนชาวต่างชาติ ตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะที่ร่าง พ.ร.บ. EEC ผ่าน สนช. แล้ว รอการประกาศใช้ ส่วน พ.ร.บ.ผังเมืองอยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช. และกำลังแก้ไข พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ในส่วนเรื่องการดึงดูดการลงทุนในอีอีซี จะจัดโรดโชว์ร่วมกับทีมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในจีน ญี่ปุ่นและยุโรปก่อน หลังจากนั้นจะพิจารณาความเป็นไปได้ในประเทศอื่นที่มีศักยภาพ เช่น สหรัฐ คาดว่าจะโรดโชว์ในช่วงครึ่งปีแรกหรือเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนนี้


เร่งร่าง TOR รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

นายจเร รุ่งฐานีย รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) พูดถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ว่ามีความคืบหน้าด้านการร่างเอกสาร TOR คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคม ปี 2561 คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนเอกชนราวต้นเดือนเมษายน เปิดให้เอกชนจัดเตรียมเอกสารยื่นข้อเสนอประมาณ 4 เดือน และคัดเลือกเอกชนพร้อมจัดทำร่างสัญญาช่วงปลายพฤศจิกายน ถึงต้นธันวาคม ปี 2561

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แบ่งออกเป็น 5 ส่วน แบ่งเป็น

งานโยธา 3 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 แอร์พอร์ตลิงค์จากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสถานีพญาไท

ส่วนที่ 2 จากสถานีพญาไทถึงสนามบินดอนเมือง

ส่วนที่ 3 จากสถานบินสุวรรณภูมิไปสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง

งานพัฒนาที่ดิน 2 ส่วน เพื่อส่งเสริมการลงทุนเชิงพาณิชย์ คือ

ส่วนที่ 4 พัฒนาที่ดินบริเวณสถานีมักกะสัน ขนาด 140 ไร่

ส่วนที่ 5 พัฒนาที่ดิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ขนาด 24 ไร่

สำหรับโครงการรถไฟรางคู่วิ่งให้บริการจากกรุงเทพฯ ถึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีแผนจะสร้างต่อไปจนถึง จ.ระยอง เพื่อเชื่อมต่อ 3 ท่าเรือ คือ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด อำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และลดภาระการขนส่งสินค้าทางถนน อีกทั้งลดต้นทุนการขนส่งให้กับเอกชน


ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เพิ่มศักยภาพขนส่งสินค้า

สำหรับความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ทาง ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง บอกว่าจะเน้นใน 2 ทิศทาง คือ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าผ่านระบบตู้คอนเทนเนอร์ จากเดิมรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละ 10.8 ล้าน TEU** จะเพิ่มอีกปีละ 7 ล้าน TEU เท่ากับว่าท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะรองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ได้ปีละประมาณ 18 ล้าน TEU

และเพิ่มขีดความสามารถการส่งออกรถยนต์จากท่าเรือแหลมฉบังอีกปีละ 1 ล้านคัน จากเดิมส่งออกได้ปีละ 2 ล้านคัน รวมแล้วปีละ 3 ล้านคัน ถ้าในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าก็สามารถปรับท่าเรือแหลมฉบังให้ขนส่งสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งออกแบบให้สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ กว้าง 360 เมตร ความลึก 18 เมตร ได้ด้วย

(**Twenty Foot Equivalent Unit : TEU คือ หน่วยนับสินค้าที่บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ความยาว 20 ฟุต ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต เท่ากับ 1 TEU ถ้าตู้คอนเทอนเนอร์ 40 ฟุต เท่ากับ 2 TEU)


ศูนย์ซ่อมอากาศยานทันสมัยระดับโลก

นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บ.การบินไทย ระบุว่าศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (Maintenance Repair and Overhaul : MRO) จะใช้งบประมาณหมื่นล้านบาท มีความทันสมัยระดับโลก สามารถซ่อมบำรุงได้ทั้งเครื่องแอร์บัสและโบอิ้ง เตรียมจะเสนอแผนร่วมทุนกับแอร์บัสเร็วๆ นี้ ขณะที่กองทัพเรือซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่จะลงทุนด้านสิ่งปลูกสร้างและงานโยธา


ภาคธุรกิจมั่นใจ EEC ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่าโครงการพื้นฐานต่างๆ ของ EEC จะพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เช่น โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะก่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำก็จะมีความพร้อมมากขึ้นกว่าเดิมเพราะต้องรองรับการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล (PTTGC) ระบุว่าการที่ร่าง พ.ร.บ. EEC ผ่านการพิจารณาของ สนช. ช่วยให้เกิดความชัดเจนซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน ในส่วนของ PTTGC เตรียมลงทุนในโครงการ EEC โดยได้ลงนามความร่วมมือกับอีก 5 บริษัท เพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ ภายใต้งบประมาณกว่าแสนล้านบาท เช่น ด้านอุตสาหกรรมไบโอเคมีคอล นำปาล์มไปผลิตเป็นไบโอดีเซลและสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและเวชภัณฑ์ คาดว่าใช้งบราว 20,000 ล้านบาท

eec thailand โครงการ eec


บทความน่าที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงการ EEC

EEC FOCUS

ก้าวใหม่ เศรษฐกิจไทยในยุค อุตสาหกรรม 4.0 ผ่านสายตาชาวโลก

10 กฎ เบื้องหลังความสำเร็จ Google’s CEO