สงครามการค้าระหว่าง จีน กับ สหรัฐอเมริกา ที่กำลังระอุคุกรุ่นขึ้นมาครั้งล่าสุด โดยเริ่มจากแนวรบผลิตภัณฑ์เหล็ก มีต้นสายปลายเหตุมาจากสหรัฐขาดดุลการค้าแก่จีนเป็นมูลค่ามากมายมหาศาลกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา และยังคงมีแนวโน้มที่จะขาดดุลมหาศาลอย่างต่อเนื่อง


เครื่องมือที่ ฝ่ายสหรัฐอเมริกา เลือกงัดออกมาเป็นอาวุธก่อ สงครามการค้า กับประเทศจีนคือการนำเอามาตรการทั้งที่เป็นภาษี และไม่ใช่ภาษี มาเล่นงานสินค้านำเข้าจากประเทศจีน โดยไม่แยแสใยดีใดๆ ต่อกฏระเบียบการค้าสากล ขององค์การค้าโลก หรือ World Trade Organisation (WTO)

ฝ่ายสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก คิดเองเออเองว่าหากจีนไม่พอใจมาตรการดังกล่าว ก็ควรหันเหไปหาตลาดประเทศอื่นๆ

ปฏิกิริยาของสหรัฐ อาจเป็นชนวนเหตุให้จีนงัดมาตรการตอบโต้แก้เผ็ดสหรัฐ ด้วยการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าเกษตรกรจากสหรัฐได้เช่นกัน

ทำนองเดียวกันรัฐบาลจีน ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐ อาจเรียกชำระคืนหนี้โดยการขายคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐก่อนครบกำหนด

สถานการณ์ดังกล่าว มีความโน้มเอียงที่จะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้ดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อ่อนตัวร่วงลงมา ยิ่งไปกว่านั้นกรณีความตึงเครียดของสัมพันธภาพทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับ จีน อาจส่งผลดีกับรัสเซีย

หากจีนมีมาตรการตอบโต้สหรัฐ ผู้ส่งออกของสหรัฐ ที่ส่งออกเนื้อไก่ น้ำมันดอกทานตะวัน กากเมล็ดทานตะวัน กากข้าวโพด เข้าไปในตลาดจีน อาจถึงคราวต้องสูญเสียตลาดแก่ผู้ส่งออกชาวรัสเซียที่จะเบียดแทรกตัวเข้าไปแทนที่

บรรดากลุ่มผลประโยชน์ผู้สนับสนุนมาตรการป้องกันการค้าของรัฐบาลสหรัฐ อาจลืมไปว่ากำลังผลักดันประเทศสหรัฐไปสู่ความเสื่อม ขณะเดียวกันก็ยังสร้างความอ่อนแอแก่กองทัพ และอุตสาหกรรมทางทหารของสหรัฐที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นวัตถุดิบอย่างคาดไม่ถึง

ในทางตรงกันข้าม รัสเซียกลับจะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์จากมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐ เนื่องจากอุตสาหกรรมการทหารของรัสเซียมีต้นทุนที่ถูกกว่าสหรัฐ มากกว่า 7 เท่าในปัจจุบันและขีดความสามารถในอุตสาหกรรมการทหารนี้ รัสเซียก็ทำได้ดีกว่าสหรัฐ

ล่าสุดรัสเซียขายเครื่องบินรบ Su-35 จำนวน 11 ลำไปยังอินโดนีเซียมูลค่า 11,400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบเคานท์เตอร์เทรด (Counter Trade) โดยทางอินโดนีเซียจะจัดหากาแฟ- ชา-น้ำมันปาล์มและวัตถุดิบต่างๆ ให้แก่รัสเซีย เพื่อแลกกับเครื่องบิน

กลุ่มอุตสาหกรรมทางทหารของสหรัฐ พยายามเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างหนัก เพื่อหวังจะให้รัฐบาลอินโดนีเซีย ระงับสัญญาซื้อขายเครื่องบินระหว่างรัสเซีย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐ ในการใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และแก้ปัญหาเศรษฐกิจของตัวเอง มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบทางลบต่อสหรัฐในประชาคมโลก ตลอดจนประเทศแนวร่วมพันธมิตรของตัวเอง ในระดับความเข้มข้นรุนแรงที่สูงขึ้น

หนทางในการลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐอเมริกา ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อมิตรประเทศน่าจะเหลือเพียงหนทางเดียวคือ การ ”รัดเข็มขัด” ตัวเอง ด้วยการลดการก่อหนี้ พร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ”ใช้จ่ายเกินตัว”


บทความน่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เศรษฐกิจโลก และ สงครามการค้าโลก

BRICS กับเศรษฐกิจจักรวรรดินิยม

สงครามการค้าโลก ? เปลี่ยนภูมิทัศน์ใหม่โดยโตเกียว บรัสเซล

การเผชิญหน้ากับ สงครามการค้า ที่เราทุกคนต้องเตรียมตัว

การแบ่งโลกโดยปูติน & ทรัมป์


เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย // เรียบเรียง : ตะวันฉาย