เพลียใจจริงๆ กับวลีที่ว่า จิ้มไปตรงไหนก็เจอแต่โกง ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในสื่อโซเชียลขณะนี้

โกงเงินทอนวัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเจอตอ (ม่อ) เดินหน้าต่อยังไม่ได้

เงินช่วยเหลือผู้ยากไร้และติดเชื้อไอชไอวี ของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ก็ปรากฎให้เห็น 30-40 จังหวัดเป็นอย่างน้อย

เงินกองทุนเสมาเพื่อพัฒนาชีวิตนักเรียนของกระทรวงศึกษาฯ ก็โผล่เข้ามาสอดแทรก และมีทีท่าจะลุกลามไปยังกองทุนอื่นๆ

แม้แต่วัคซีนป้องกันโรคสุนัขบ้า ก็ยังอุตส่าห์ไปทำมาหารับประทานส่วนต่างกับหมา



เข้าทางฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ที่รอคอยจังหวะอยู่แล้ว ถือโอกาสจัดหนัก ซัดใส่รัฐบาลบิ๊กตู่ ทั้งบนสื่อหลักและสื่อรองอย่างออนไลน์และโซเชียล แม้ว่าการโกงเหล่านี้ จะมีส่วนหนึ่งมีมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ก็ตาม

นายกฯบิ๊กตู่ ซึ่งตอนนี้ถูกจุดกระแสโหมกระพือว่าอยู่ในช่วงขาลง เจออย่างนี้เข้า ถึงขั้นกุมขมับเหมือนกัน เนื่องเพราะชูธงปราบทุจริตคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่วายโดนเสียเอง

แม้เจ้าตัวจะพยายามอย่างยิ่งที่จะเดินหน้าปราบเรื่องทุจริต โกงกิน เหมือนกับอีกหลายภารกิจที่รัฐบาลเร่งทำ ทั้งเรื่องปัญหาแรงงาน ค้ามนุษย์ ไอเคโอ ปัญหาความยากจน การส่งเสริมทำเกษตรแปลงใหญ่ รวมถึงอีกหลากหลายมาตรการ ที่รัฐทุ่มทั้งงบประมาณและกายใจ หวังให้ประเทศชาติและประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาพื้นฐาน และจากแรงกดดันของประเทศมหาอำนาจ อย่างสหรัฐ หรือสหภาพยุโรป

นายกฯบิ๊กตู่ แทบจะไม่เหลือเวลาให้กับความเป็นส่วนตัวและครอบครัว เพราะแม้แต่เสาร์อาทิตย์ก็ขยันลงพื้นที่ ไปตระเวณต่างจังหวัด หวังกระตุ้นให้ประชาชนตื่นรู้

แต่ฝ่ายข้าราชการหรือแม้แต่ฝ่ายการเมืองเดียวกันที่อยู่ข้างหลัง นั่งโต๊ะเปิดแอร์ กลับยังคงใช้ตำแหน่งหน้าที่กอบโกยผลประโยชน์ใส่ตนและเอื้อพวกพ้องไม่หยุด อย่างไม่ลดราวาศอก จึงมีเรื่องอื้อฉาวโผล่ตามมาเป็นระยะๆ

ความจริงเรื่องปราบโกงปราบทุจริต ใครๆ รวมถึงประชาชนตาดำๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมจะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่รัฐบาลบิ๊กกตู่ ต้องสั่งให้เปิดเผยข้อมูลทุกโครงการ ทุกหน่วยงาน ที่มีการประมูล หรือมีเงินงบประมาณ และต้องจัดตั้งวอร์รูม ที่มีเจ้าหน้าที่จากหลากหลายภาคส่วนที่ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการประจำหรือฝ่ายการเมืองเข้ามานั่งประจำการหรือมอนิเตอร์

รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบประเด็นที่มีการแจ้งเบาะแส หากพบว่ามีมูล หรือต้องสงสัย ต้องมีมาตรการสั่งการหรือตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดอย่างเร่งรีบ ไม่ให้ปล่อยไปตามยถากรรม หรือขั้นตอนปกติธรรมดา ที่เอื้อต่อการทุจริต ไม่โปร่งใส แถมช้าอืดอาดอีกต่างหาก

หากทำได้ และเริ่มตั้งแต่บัดนี้ และไม่มีรายการเลือกปฏิบัติ เหมือนกรณีนาฬิกา รับรองการปราบโกงจะได้ผลอย่างโดดเด่น ชนิดทำได้จริง จับต้องได้เป็นเนื้อเป็นหนัง ซึ่งยังจะส่งผลถึงคะแนนนิยมของบิ๊กตู่บนถนนสายการเมืองอีกต่างหาก

ว่าแต่จะกล้ากดปุ่มเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้หรือไม่ เท่านั้นเอง !!


ผู้เขียน : ประจักษ์ มะวงสา