อุบัติการณ์พลังโจ๋เปลี่ยนโลก ที่ปะทุในทุกมลรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา และแพร่กระจายไปในอีก 37 ประเทศทั่วโลก เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมย์ ”หยุดภัยคุกคามจากอาวุธปืน” เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา เป็นอุบัติการณ์ที่คู่ควรแก่การจดจารจารึกยกย่องในความกล้าหาญของเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง


โศกนาฏกรรม 17 ศพ…จุดพลุหยุดภัยอาวุธปืน

ปรากฏการณ์ชุมนุมแสดงพลังของเยาวชนอเมริกันเมื่อวันเสาร์ที่ 24 มีนาคม ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมสังหารหมู่ด้วยอาวุธปืนไรเฟิลครั้งล่าสุดในโรงเรียนมาร์โจรี-สโตนแมนดักลาส เมืองปาร์คแลนด์ รัฐฟลอริด้า เมื่อวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ปีนี้ ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียในคราวเดียวกันถึง 17 ศพพร้อมกับจำนวนผู้บาดเจ็บอีก 15 คนภายในเวลาเพียงแค่ 6 นาที 20 วินาที

www.cnet.com

people.com
mylocalnews.us

ตลอดแนวถนนเพนซิลวาเนีย ที่ทอดยาวไปจรดอาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตันดีซี คือจุดศูนย์กลางการนัดหมายชุมนุมแสดงพลังสร้างปรากฏการณ์ March for Our Lives  และแพร่กระจายขยายวงไปอีกหลายเมืองใหญ่ทั้งนิวยอร์ค-ซานฟรานซิสโก-ลอสแองเจลิส และในอีกหลายต่อหลายเมืองทั่วทุกมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมเบ็ดเสร็จแล้วกว่า 800 ขบวน โดยมีเยาวชนตลอดจนมหาชนทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมสมทบนับล้านคน

ปรากฏการณ์ March for Our Lives ได้ระบาดจากสหรัฐอเมริกา กระจายออกไปในเมืองใหญ่อย่างลอนดอน-เจนีวา-ซีดนีย์-โอ๊คแลนด์-โตเกียว-ฮ่องกง และอีกหลายต่อหลายเมืองครอบคลุม 37 ประเทศทั่วโลก

Emma Gonzalez, www.post-gazette.com

เอ็มม่า กอนซาเลซ นักเรียนโรงเรียนมาร์โจรี- สโตนแมนดักลาส ซึ่งรอดตายจากคมกระสุนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และเป็นแกนนำสำคัญในการสร้างปรากฏการณ์ March for Our Lives ในนามกลุ่มเนเวอร์อะเกน (Never Again) ประกาศเจตนารมย์กึกก้องกัมปนาทต่อหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมนับล้านคน…

”ต้องไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นซ้ำอีก”

Ryan Deitsch

ไรอัน ดีทสช์ นักเรียนโรงเรียนมาร์โจรี- สโตนแมนดักลาส อีกคนที่รอดตายจากเหตุโศกนาฏกรรมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างปรากฏการณ์ March for Our Lives ลั่นวาจาท้ารบกับแนวร่วมอุตสาหกรรมอาวุธปืนอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน….

“ขอต้อนรับสู่การปฏิวัติ…นี่คือการเริ่มต้นของจุดจบสำหรับสมาชิกรัฐสภาที่สนับสนุนอุตสาหกรรมอาวุธปืน”

Martin Luther King III, right, with his wife Arndrea Waters, left, and their daughter Yolanda, (Pablo Martinez Monsivais / AP)

โยลันดา เรนี คิง หลานสาววัย 9 ขวบของมาร์ติน ลูเธอร์ คิงจูเนียร์ เจื้อยแจ้วด้วยความเด็ดเดี่ยวกินใจ….

“พอกันทีสำหรับชีวิตที่ต้องตกเป็นเหยื่ออาวุธปืน…นับจากนี้ถึงเวลาแล้วที่โลกต้องเป็นโลกที่ปลอดจากอาวุธปืน”

Naomi Wadler. Photo Credit : Kevin Mazur

นาโอมิ แวดเลอร์ หนูน้อยสายเลือดอัฟริกัน-อเมริกัน วัย 11 ปี เรียกร้องให้เลิกเหยียดผิว..หยุดการใช้ความรุนแรงต่อคนดำ

นอกเหนือจากคำเปิดใจของ ”ขบวนการฟันน้ำนม” ในระหว่างการชุมนุม ก็มีการแสดงออกของคนเด่นคนดังที่โดดลงมาร่วมวงชุมนุมด้วยมากหน้าหลายตา ทั้งจอร์จ คูนีย์-เอมอล คูนีย์-ไมลีย์ ไซรัสส์-อแมนด้า ซีลเลส-เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน-เซอร์พอล แมคคาร์นีย์-เอเรียน่า กรานเด-เดมิ โลวาโต

Amal and George Clooney take to the street to protest gun violence, emirateswoman.com
Jennifer Hudson’s Performance At March For Our Lives, www.romper.com
Demi Lovato, www.click2houston.com
Ariana Grande, March For Our Lives, www.nme.com
Miley Cyrus Performs a Powerful Rendition of “The Climb” at March For Our Lives, www.w3livenews.com

“นี่คือห้วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ ที่ฉันอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมัน”….ไมลีย์ ไซรัสส์ ศิลปินนักร้องนักแสดงที่มีผลงานการแสดงและผลงานเพลงมากมาย เปิดใจถึงสาเหตุที่เข้าร่วมชุมนุมกับเยาวชนวัยโจ๋

Paul McCartney at March For Our Lives, consequenceofsound.net

ทำนองเดียวกันเซอร์พอล แมคคาร์นีย์ อดีตศิลปินเพลงอมตะแห่งวงเดอะบีทเทิล ซึ่งเข้าร่วมการชุมนุมด้วยบอกว่า…“ผมต้องสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดให้กับการฆาตกรรมอย่างบ้าคลั่งด้วยอาวุธปืน การเคลื่อนไหวนี้มีความหมายกับผมมาก”

Barack Obama tweets that he and Michelle are ‘inspired’ by March for Our Lives organizers, www.whas11.com

อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา แม้จะไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวด้วย แต่ก็ได้แสดงท่าทีชื่นชมการกระทำของเด็กๆ เหล่านี้ด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโลกออนไลน์….

“มิเชลและข้าพเจ้าได้รับแรงบันดาลใจอย่างมาก จากพลังอันยิ่งใหญ่ของเยาวชนทั้งหลายที่จัดกิจกรรม…พวกคุณคือผู้ที่นำพาพวกเราให้ก้าวไปข้างหน้า”


เป้าหมายแห่ง March for Our Lives

ปฏิบัติการ March for Our Lives ที่ริเริ่มโดยนักเรียนโรงเรียนมาร์โจรี- สโตนแมนดักลาส เมืองปาร์คแลนด์ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา เพื่อความปลอดภัยจากอาวุธปืน ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นการชุมนุมเคลื่อนไหวที่มีผู้เข้าร่วมมากเป็นประวัติการณ์ และถือเป็นอุบัติการณ์แรกในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของเยาวชน มีเป้าหมายหลักที่ต้องการบรรลุ 3 ประการ

ประการแรก คือ รณรงค์ให้นักการเมืองผลักดันผ่านกฏหมายห้ามพกพาอาวุธปืน

ประการที่สอง คือ รณรงค์ให้นักการเมืองผลักดันผ่านกฏหมายควบคุมการขายแมกกาซีนบรรจุกระสุนปืนประสิทธิภาพสูง ที่มีขีดความสามารถบรรจุกระสุนคราวละมากๆ

ประการที่สาม คือ รณรงค์ให้นักการเมืองปฏิรูปกฏหมายการขอมีอาวุธปืน ที่จะต้องตรวจสอบประวัติผู้ซื้อปืนอย่างละเอียด

เหตุที่เด็กๆ กลุ่มนี้รณรงค์และได้รับการขานรับอย่างมืดฟ้ามัวดินจากคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ อีกทั้งยังได้รับเงินสนับสนุนนับแสนนับล้านดอลลาร์สหรัฐจากบุคคลผู้มีชื่อเสียงก้องโลกอย่างสตีเว่น สปีลเบิร์ก-โอปราห์ วินฟรีย์-จอร์จ คูนีย์-ไมเคิล บลูมเบิร์ก รวมทั้งองค์กรธุรกิจอย่างเบนแอนด์เจอร์รี่-ลีฟท์อิงค์ –กู๊ดมีเดีย น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (US Center for Disease Control-CDC)

twitter.com/ajenglish

สาระสำคัญในชุดข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืน ของ CDC ประกอบไปด้วยข้อมูลที่ชวนขนลุกขนพองหลายประการ….

1). ในแต่ละปีมีปืนกว่า 3 ล้านกระบอกถูกขายให้แก่บุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้ามในการครอบครองอาวุธปืน

2). ในแต่ละปีจะมีคนถูกฆ่าตายด้วยอาวุธปืนกว่า 35,000 คน หรือในแต่ละวันมีคนต้องตายจากอาวุธปืนจำนวน 96 คน หรือทุกๆ 1 ชั่วโมง จะมีคนถูกฆ่าตายด้วยอาวุธปืนจำนวน 4 คน และในจำนวนเหยื่อที่ถูกสังหารด้วยอาวุธปืนจะเป็นเด็ก 7 คน

3). ราคาอาวุธปืนที่ซื้อขายกันเฉลี่ยแค่กระบอกละ 200-1,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6,200-45,000 บาทเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับราคาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค หรือ สมาร์ทโฟนเพียง 1 เครื่อง

อีไล พาริเซอร์ ประธานกลุ่มกู๊ดมีเดีย ซึ่งเป็นนักประพันธ์และนักเคลื่อนไหวในโลกอินเตอร์เน็ทร่วมด้วย แสดงความเห็นวิเคราะห์ปรากฏการณ์ March for Our Lives ของนักเรียน โดยพลังนักเรียน เพื่อหยุดภัยคุกคามจากอาวุธปืน โดยระบุว่าการกระทำของเด็กๆ กลุ่มนี้สะท้อนชัดเจนว่าพวกเขาสิ้นหวังกับผู้ใหญ่ เพราะพวกผู้ใหญ่ล้มเหลวในการทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองชีวิตของพวกเขา และพวกผู้ใหญ่รวมทั้งนักการเมือง มักจะตีค่าเสียงเรียกร้องของพวกเขาเป็นเหมือนเสียงนกเสียงกาไร้ค่า

Eli Pariser, Photo credit : Jen Campbell

“การกระทำของเด็กๆ กลุ่มนี้ มิได้ไร้ค่าอย่างที่ถูกดูแคลน แต่พวกเขากำลังส่งผ่านพลังถ่ายทอดไปสู่เด็กกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ต้องการตกเป็นเหยื่อถูกสังหารรายต่อไป ซึ่งจะมีอานุภาพทำลายล้างทฤษฏีสมคบคิดของนักการเมืองกับกลุ่มทุนอุตสาหกรรมค้าอาวุธให้แหลกละเอียด”

เหมือนกับ อีไล พาริเซอร์ จะอ่านใจของบรรดาเด็กๆ นักเรียนกลุ่มนี้ได้ทะลุปรุโปร่ง เพราะพวกเขามิได้หยุดการเคลื่อนไหวอยู่แค่ March for Our Lives เท่านั้น แต่ได้วางแผนต่อยอด March for Our Lives วันที่ 24 มีนาคม ไปสู่การนัดหมายชุมนุมแสดงพลังครั้งต่อไปในวันที่ 20 เมษายน 2561 ในวาระครบรอบ 19 ปี เหตุการณ์โศกนาฏกรรมสังหารหมู่ที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ ในรัฐโคโรลาโด

กิจกรรมการเคลื่อนไหวกดดันให้เกิดการจัดระเบียบอาวุธปืน เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและทุกๆ ชีวิต โดยเด็กนักเรียนในนามกลุ่มเนเวอร์อะเกน จะมีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยเน้นรณรงค์ให้ ”โหวตขับไล่” นักการเมืองที่สนับสนุนความรุนแรง ไม่ให้มีที่ยืนในรัฐสภาอีกต่อไป

นี่แหละ…อุบัติการปรากฏการณ์พลังโจ๋เปลี่ยนโลก…พลังโจ๋จัดระเบียบอาวุธปืน