ผะอึดผะอมไปตามๆ กัน เมื่อสนช. 27 คนเปลี่ยนใจพร้อมเข้าชื่อ ยื่นเรื่องให้ประธานสนช. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ส่งร่างพรป.เลือกตั้งสส. ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขัดต่อรธน.หรือไม่??


ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แสดงท่าทีไม่ติดใจ และมั่นใจว่าเนื้อหาที่กรรมาธิการร่วม 11 คนปรับแก้ ไม่ขัดแย้งรธน.แน่นอน หน้ำซ้ำยังผ่านที่ประชุมใหญ่ของสนช.ฉลุย จนโดนประชดประชันเจ็บๆ คันๆ ว่า ถ้าคิดว่าขัดกับรธน. แล้วไปโหวตให้ผ่านทำไม

ก่อนหน้านี้ ร่างพรป.การได้มาซึ่งสว.ก็เพิ่งส่งให้ศาลรธน.ตีความไปหมาดๆ หลังจากประธานกรธ. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ย้ำเตือนต่อเนื่องให้ส่งวินิจฉัย ป้องกันปัญหาส่งตีความภายหลัง ซึ่งจะยิ่งทำให้เสียเวลาล่าช้าไปอีก

ตอนส่งพรป.ว่าด้วยสว.ไปศาลรธน.ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งรัฐบาลและคสช.โดนถล่มมาแล้วรอบหนึ่งว่าเจตนายื้อเวลาออกไปอีก 90 วัน หลังแก้ไขให้พรป.มีผลบังคับใช้เมื่อประกาศใช้แล้ว 3 เดือน

แต่คราวนี้ พอถึงคิว ร่างพรป.เลือกตั้งสส. เสียงวิจารณ์ก็กลับมาเซ็งแซ่กัันอีกรอบ เพราะการส่งให้ศาลรธน.วินิจฉัย เท่ากับโรดแม็ปจะเลื่อนออกไปอีกจากเดือนกุมภาพันธ์ 62

อย่างน้อยที่สุดก็นานเป็นเดือน ซ้ำร้ายถ้าหากตุลาการศาลรธน.ใช้วิธีเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติม กรอบเวลาอาจเพิ่มเป็น 2-3 เดือนได้

เท่ากับวันเลือกตั้งสส.ครั้งแรกตาม รธน. 60 จะขยับเวลาออกไปตามกรอบเวลาพิจารณาของศาลรธน.

เว้นแต่ว่า รัฐบาลกับคสช. และกกต.ซึ่งมีหน้าที่กำหนดวันเลือกตั้งตามรธน.ใหม่ จะร่นระยะเวลาวันเลือกตั้งเข้ามาเร็วกว่า 150 วัน นับตั้งแต่ พรป. 4 ฉบับมีผลบังคับใช้

แนวทางนี้ แม้จะเป็นไปได้ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ความเป็นไปได้ดูจะน้อยมากๆ

ประเด็นสำคัญ เสียงวิจารณ์รุมถล่มรัฐบาลและคสช.จะมีตามมาเป็นระลอกใหญ่ ว่าเป้าหมายจริงๆ คือต้องการยื้อเวลาเลือกตั้งออกไป เพื่อให้ฝ่ายตนมีเวลาเตรียมการและได้อานิสงส์จากการเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไปอีก

และจะยิ่งโดนหนักมากขึ้น เมื่อปรากฎมีการจัดตั้งพรรคทหาร หรือพรรคการเมืองใหม่ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง สำหรับหนุนบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สู่เก้าอี้นายกฯอีกสมัย

เพราะขณะนี้ แม้จะมีพรรคการเมืองเกิดใหม่หลายพรรคที่ประกาศแนวทางหนุนบิ๊กตู่สู่เก้าอี้นายกฯแต่เมื่อประเมินจากศักยภาพและเป็นไปได้แล้ว เชื่อว่า น่าจะยังไม่ใช่พรรคตัวจริงเสียงจริงสำหรับภารกิจสำคัญนี้

พรรคใหม่ที่ว่า อาจไม่จำเป็นต้องเร่งรีบจดจองชื่อพรรคในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาก็เป็นได้

ระหว่างที่การยื้อเวลาเลือกตั้งผ่านร่างพรป. 2 ฉบับสำคัญยังมะรุมมะตุ้มกันอยู่ จู่ๆ รัฐบาลและคสช.ก็มีงานเข้าชิ้นใหญ่ซัดกระหน่ำใส่อีกดอก เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งรับคำร้องเรียนของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ให้วินิจฉัยคำสั่งคสช.ที่ 53/2560 ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะที่กำหนดให้สมาชิกพรรคต้องยืนยันสถานภาพการเป็นสมาชิกพรรคใน 30 วัน ถือเป็นการลิดรอนสิทธิหรือไม่ ซึ่งมติของผู้ตรวจการที่ออกมาถือเป็นเรื่องที่รัฐบาล คสช. หรือแม้แต่สนช.จะนิ่งเฉยไม่ได้

ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล หนึ่งในกูรูด้านกฎหมายจาก ม.ธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า แม้ในรัฐธรรมนูญ 2560 จะยังให้การรับรองการใช้อำนาจม. 44 ของหัวหน้าคสช.ต่อไป แต่ในส่วนเนื้อหาของคำสั่ง 53/2560 อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญก็เป็นได้ เช่นเดียวกับนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตสส. และหัวหน้าทีมกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งระบุชัดเจนว่า คำสั่งคสช.มีศักดิ์เป็นเพียงพรบ. จึงต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ ดังนั้น จะมีเนื้อหาขัดแย้งรธน.ทั้งในบทหลักและบทเฉพาะกาล ถือว่าไม่ถูกต้อง

ปชป.ดูเหมือนจะเปิดเกมรุกเรื่องนี้เต็มที่ เพราะเป็นพรรคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีสมาชิกพรรคกว่า 2 ล้านคน โดยเรียกร้องให้ผู้ตรวจการส่งมติไปให้คสช.และสนช.ด้วย หวังเพิ่มแรงกดดันให้กับแม่น้ำสายหลักเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลง และรับผิดชอบ

แต่ความคาดหวังดังกล่าว ในเชิงการเมืองแล้ว เป็นไปได้ยาก เรื่องนี้ คงต้องมีการใช้คูเหลี่ยมทางการเมือง ห้ำหั่นเรียกแขกและกองเชียร์แบบไม่มีใครยอมใคร

ความจริง ทั้งรธน.และร่างพรป. 4 ฉบับ ที่ยังยื้อยื้อคาราคาซังไปไม่ถึงไหน เป็นที่ทราบกันทั่วไปในมุมของนักนิติศาสตร์ว่า การร่างของกรธ.ที่มีซือแป๋ชั้นบรมครูอย่างนายมีชัยนั้น เต็มไปด้วยกับดักและหลุมพรางที่ซับซ้อน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อให้บางฝ่ายบางคนไปถึงจุดหมายปลายทางที่กำหนดไว้ โดยอ้างอิงเรื่องความสมานฉันท์ปรองดองยังไม่บรรลุผล

แต่ในทางปฏิบัติจริง ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแค่ประดาบก็เลือดเดือดซะแล้ว!!


ผู้เขียน : ประจักษ์ มะวงสา