จีน-สหรัฐอเมริกา กดปุ่มระเบิดสงครามการค้าใส่กันแล้วแบบ ”ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน-หมัดต่อหมัด” ชนิดไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน


ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ถือฤกษ์ 23 มีนาคม 2561 เปิดฉากขึ้นอากรขาเข้าสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมจากจีน เป็นการนำร่องก่อนที่จะขยับอากรสินค้านำเข้าจากประเทศจีนอีกนับพันรายการ เพื่อหวังจะลดตัวเลขขาดดุลการค้าที่เสียเปรียบจีนอยู่ถึง 375,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นกว่า 66% ของยอดขาดดุลการค้าทั้งหมดของสหรัฐเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

เดิมพันของฝ่ายสหรัฐอเมริกา ในการทำสงครามการค้ากับจีน มีการกำหนดเป้าหมายไว้ที่ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2 เมษายน 2561 ฝ่ายจีน โต้กลับด้วยระดับความเข้มข้นที่เหนือกว่าหลายสิบเท่า โดยดันอากรขาเข้าสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมจากสหรัฐ รวม 128 รายการ ขึ้นพรวดเดียว 15-25 %

อย่างไรก็ดี เดิมพันของฝ่ายจีนในการทำสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา ดูจะเบาบางกว่าฝั่งสหรัฐอเมริกาอย่างมาก โดยตั้งเป้าไว้แค่ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้นเอง

เจตนารมย์ของจีน ในการใช้มาตรการตอบโต้ฝ่ายสหรัฐอเมริกา เป็นไปเพียงเพื่อป็นการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตัวเอง และบังคับให้สหรัฐอเมริกาจะต้องจ่ายชดใช้ ในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไป

กระนั้นก็ตาม ปฏิกิริยาในลักษณะนี้กลุ่มเกษตรกรสหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญความเดือดร้อนแสนสาหัส เนื่องจากสินค้าเกษตรกรรมสหรัฐอเมริกา ต้องพึ่งพาตลาดจีนสูงถึงปีละกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



ก่อนหน้าที่สหรัฐอเมริกา จะเกิดอาการหน้ามืดระเบิดสงครามการค้ากับจีน ได้เคยมีคำเตือนสติจากจีนแล้วว่าหากสหรัฐอเมริกาทำสงครามการค้ากับจีน สหรัฐอเมริกาจะถูกบังคับให้ต้องจ่ายเงินสำหรับการกระทำของตนอย่างสาสม



การเปิดพื้นที่สำหรับประลองยุทธ์ในสงครามการค้า สำหรับจีนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่จีนคิดอย่างครบถ้วนรอบคอบแล้วก่อนลงมือทำ โดยจะสังเกตเห็นชัดเจนจากมการเดินหมากตอบโต้ฝ่ายสหรัฐอเมริกา ด้วยการเลือกเจาะยางเล่นงานรายการสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าจากจีนในระดับสูงเป็นอันดับแรก เช่นเนื้อสัตว์, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, ปลาแซลมอน

ถ้าถั่วเหลือง…ปลาแซลมอนคุณภาพสูงจากสหรัฐอเมริกา ต้องเผชิญแรงเสียดทานในการส่งเข้าตลาดจีน จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อกระแสนิยมทางการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์ เนื่องจากหลายรัฐที่ปลูกถั่วเหลืองได้ลงคะแนนให้ทรัมป์

กุศโลบายสงครามการค้าของจีน จะขยับเป้าหมายการโจมตีจากภาคเกษตรกรรม ไปสู่เป้าหมายภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการในลำดับถัดไป หากฝ่ายสหรัฐอเมริกายังเล่นไม่เลิก

จีน รู้แก่ใจดีว่าตัวเองคือลูกค้ารายใหญ่ที่สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของยอดคำสั่งซื้อทั้งหมดในปัจจุบัน อีกทั้งเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา บรรษัทตลาดพลังงานระหว่างประเทศแห่งเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Energy Exchange Corporation-INE) ได้เริ่มซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าด้วยสกุลเงินหยวน แทนที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นวันแรก หลังจากที่จีนใช้ความพยายามมาตั้งแต่ปี 2536 โดยมีสถิติการตกลงทำสัญญาซื้อขายประเดิมวันแรก สูงถึง 18,000 สัญญา คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งมอบน้ำมันที่ซื้อขายกันด้วยสกุลเงินหยวน ในตลาด INE จะดำเนินการผ่านท่าเรือของประเทศโอมาน กาตาร์ เยเมน อิรัก (บาสรา) และเมืองท่าทางตะวันออกของจีน โดยมีคลังน้ำมันกระจายอยู่ตามหัวเมืองชายฝั่งทะเลของจีน คือมณฑลเจ้อเจียง-มณฑลซานตง- มณฑลกวางตุ้ง-มณฑลเหลียวหนิงและบริเวณท่าเรือน้ำลึกในเขตมหานครเซี่ยงไฮ้

การเปิดโครงการแลกเปลี่ยนน้ำมันเป็นเงินหยวนของจีน ถือเป็นการท้าทายต่ออิทธิพลของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างเปิดเผย และในอนาคตหากนักลงทุนมีความสนใจการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันด้วยสกุลเงินหยวนมากขึ้น ย่อมจะส่งผลกระทบต่ออิทธิพลของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในเวทีเศรษฐกิจโลกให้เสื่อมคลายความขลังลง แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ยังคงมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าการทดแทนเงินดอลลาร์สหรัฐเต็มรูปแบบโดยเงินหยวนจะยังคงไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน


เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย // เรียบเรียง : ตะวันฉาย