นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เปิดเผยปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาต่อยอดการพัฒนาทรัพยากรทางธรรมชาติและทรัพยากรทางวัฒนธรรมบนเกาะสีชัง ภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยระบุว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 ประการคือการจัดระเบียบเรือขนถ่ายสินค้าในทะเล การปรับปรุงท่าเทียบเรือโดยสาร และการจัดการสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งระบบน้ำประปา-ไฟฟ้า


www.marinerthai.net

“ทุกวันนี้เรือขนถ่ายสินค้า ซึ่งหมุนเวียนหน้าเกาะสีชังเฉลี่ยวันละ 400 ลำ ขาดการจัดระเบียบ ขณะเดียวกันท่าเทียบเรือโดยสารยังมีปัญหาด้านความสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานยังขาดแคลน”

นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง กล่าวต่อไปว่าไฟฟ้าที่ใช้บนเกาะสีชัง ซึ่งเชื่อมต่อสายส่งจากบนบกมักถูกสมอเรือทำให้ขาด และต้องใช้เวลานานนับปีในการซ่อมบำรุงให้กลับมาใช้งานได้ อีกทั้งน้ำประปาบนเกาะก็มีปัญหาทั้งคุณภาพและความเพียงพอ โดยที่ชาวเกาะสีชังต้องใช้น้ำประปาในราคาแพงเป็นพิเศษถึงลูกบาศก์เมตรละ 107 บาท และจะต้องจ่ายแพงยิ่งขึ้นไปอีกถึงระดับลูกบาศก์เมตรละ 350 บาท ในยามที่น้ำประปาบนเกาะขาดแคลน ต้องลำเลียงน้ำประปาจากบนบกไปสนับสนุน

twitter.com/hashtag/เกาะสีชัง

นายดำรงค์ ชี้แจงว่าแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาเกาะสีชังที่น่าจะบังเกิดผลโดยเร็ว ควรออกประกาศกำหนดให้เกาะสีชัง เป็นเขตอีอีซี พร้อมๆ กับผลักดันให้เกาะสีชังเป็นเขตปลอดอากร

“มหาวิทยาลัยบูรพา เคยทำการศึกษาเอาไว้ว่าหากเกาะสีชัง ถูกประกาศเป็นเขตปลอดอากร จะทำให้เกิดการจับจ่ายไม่น้อยกว่าปีละ 40,000 ล้านบาท จากการใช้จ่ายของบรรดาลูกเรือเดินสมุทรเฉลี่ยวันละ 30-40 ลำ รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ไปสักการะเจ้าพ่อเขาใหญ่ และไปท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง”