
สหรัฐนำพันธมิตรถล่มซีเรีย
รัสเซียกร้าวต้องมีผู้รับผิดชอบ


พล.อ.เจมส์ แมตทิส รมว.กลาโหมสหรัฐ แถลงว่าได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้รวมปฏิบัติการทางทหารกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส เปิดฉากโจมตีเป้าหมายจำเพาะ 3 จุด ในซีเรียที่เชื่อมโยงกับอาวุธเคมี เพื่อมอบบทเรียนให้แก่รัฐบาลของนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ที่อยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชนในเมืองดูมา ชานกรุงดามัสกัส ของซีเรีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
รัฐบาลดามัสกัสของซีเรียออกแถลงการณ์ประณามปฏิบัติการครั้งนี้ ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่ทุกข้อบนโลกในระดับร้ายแรงที่สุด พร้อมระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ทั้งหมด 13 ลูก และมีพลเรือนบาดเจ็บ 3 คน

ขณะที่นายอนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรงต่อรัสเซีย และต่อประธานาธิบดีรัสเซีย นายวลาดิเมียร์ ปูติน รัสเซียจะไม่มีทางเพิกเฉย และความรับผิดชอบทั้งหมดต้องตกอยู่กับวอชิงตัน ลอนดอน และปารีส

ธุรกิจน้ำมันได้อานิสงส์ EEC
ปรับตัวรับขนส่งอากาศ-ทะเล

นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ มองว่าการที่รัฐบาลส่งเสริมการลงทุนในโครงการ EEC ทางภาคตะวันออก ซึ่งมีการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา พร้อมทั้งยกระดับอุตสาหกรรมการบินและอากาศยาน คาดว่าความต้องการน้ำมันสำหรับอากาศยานและสารทำละลายในอุตสาหกรรมต่างๆ จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งไทยออยล์จะได้อานิสงส์
ไทยออยล์กำลังวางแผนขยายกำลังกลั่นจาก 270,000 เป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน ประเมินเงินลงทุนไว้เดิม 3,700 ล้านดอลลาร์ เตรียมตัดสินใจขั้นสุดท้ายในไตรมาส 3 ปี 2561 โดยจะผลิตน้ำมันดีเซลเป็นหลักเพื่อรองรับทั้ง EEC และการเดินเรือระหว่างประเทศที่กำนดให้ใช้น้ำมันกำมะถันต่ำ ซึ่งจะทำให้เรือต้องเลิกใช้น้ำมันเตาแล้วหันมาใช้ดีเซลมากขึ้น
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าคาดว่าจะเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้นในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเข้ามาทดแทนน้ำมันเบนซินเป็นหลัก แต่รถขนส่งยังจำเป็นต้องใช้ดีเซลต่อไป

สนค.เด้งรับ “สมคิด”
ตั้งวงถกหลังสงกรานต์ เตรียมรับมือสงครามการค้า

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เตรียมเชิญหน่วยงานด้านนโยบายเศรษฐกิจจากกระทรวงอื่นมาร่วมหารือหลังสงกรานต์ เกี่ยวกับผลดีและเสียจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน โดยจะเชิญหน่วยงานหลักระดับกรมจากกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจ คือกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และจากกระทรวงอื่นๆ เพื่อให้เห็นภาครวม รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกันหาแนวทางด้านต่างๆ เพื่อความเป็นเอกภาพในการกำหนดนโยบายทั้งเชิงรุกและรับ ตามแนวทางของนายสมคิด จาตุศรีพิทัพษ์ รองนายกรัฐมนตรี

เร่งส่งหมอประชารัฐสุขใจ
เก็บข้อมูลผู้มีรายได้น้อย อบรมอาชีพ ดูแลภาระหนี้
หลังรัฐบาลเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 2 ลงทะเบียนฝึกอบรมอาชีพ มีผู้สนใจฝึกอาชีพเสริมผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 3.7 ล้านคน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ตั้งทีมหมอประชารัฐสุขใจ ลงพื้นที่สอบถามเน้นกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี ว่ามีความต้องการว่าอยากฝึกอาชีพด้านใดและอาชีพเดิมมีปัญหาอย่างไร คาดว่าจะเริ่มอบรมอาชีพในช่วงเดือนพฤษภาคม
รวมทั้งสอบถามภาระหนี้นอกระบบ เพื่อโอนเข้ามาอยู่ในการดูแลของ ธ.ก.ส. หากเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. อยู่แล้ว ก็จะพิจารณาสภาพหนี้ว่าจะช่วยลดภาระอย่างไรได้บ้าง โดยเสนอให้รัฐบาลช่วยรับภาระหนี้ดอกเบี้ยบางส่วน

แนะ SMEs เร่งปรับตัว ให้ทันเทคโนโลยียุคใหม่

นายสมบูรณ์ หอตระกูล ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชี้ว่าช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เกิดภาวะ Disruptive Technologies หรือผลกระทบจากเทคโนโลยี ขึ้นอย่างมาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงไลฟสไตล์ของผู้บริโภคที่เข้าสู่สังคมยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการ SMEs จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันการแข่งขันในยุคที่เทคโนโลยีมีอิทธิพลในทุกด้าน ซึ่งโชคดีที่รัฐบาลมีโยบายไทยแลนด์ 4.0 ออกมารองรับ
ผู้ประกอบการจะต้องเร่งนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตและงานบริการ ส่วนแรงงานมนุษย์จะต้องอบรมเพิ่มทักษะใหม่ในรูปแบบสหวิทยาการ (Multi Skill) เพื่อให้มีความสามารถหลากหลายและสอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ยุคใหม่ รวมทั้งเร่งพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ ช่างเทคนิค และวิศวกร ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ขยายพื้นที่ขาย OTOP Select
ในดอนเมือง เล็งสร้างรายได้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขยายพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP Select ไปยังสนามบินดอนเมือง บริเวณชั้น 3 ด้านห้องพักผู้โดยสารขาออก คาดว่ายอดจำหน่ายจะมีไม่น้อยกว่าในสนามบินสุวรรณภูมิและภูเก็ต เนื่องจากปี 2560 มีผู้ใช้บริการสนามบินดอนเมืองมากถึง 37,183,617 ล้านคน เตรียมจะขอใช้ประโยชน์พื้นที่ในท่าอากาศยานนานาชาติอื่นเพื่อจำหน่ายสินค้า OTOP Select
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจัดซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP Select 9 ประเภท คือ เสื้อผ้าสำเร็จรูป ผ้าไหมไทย งานศิลปหัตถกรรม ของที่ระลึกท้องถิ่น งานทำมือ เครื่องดื่ม อาหาร เครื่องหอม และสมุนไพร เพื่อจัดจำหน่ายในทำเลที่นักท่องเที่ยวพบเห็นง่ายเลือกและซื้อผลิตภัณฑ์ไปเผยแพร่ในต่างประเทศ
ปี 2557 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเริ่มนำผลิตภัณฑ์ชุมชนและ OTOP เข้าไปจำหน่ายในสนามบินสุวรรณภูมิ 571 รายการ จากกลุ่มผู้ผลิต 147 ราย และขยายความร่วมมือไปสู่สนามบินภูเก็ต จำหน่ายผลิตภัณฑ์ 433 รายการ จากกลุ่มผู้ผลิต 109 ราย รวมทั้ง 2 สนามบิน สร้างรายได้ถึง 324 ล้านบาท

เศรษฐกิจอินโดฯ ฟื้น มูดีส์ปรับขึ้นเรตติง 1 ขั้น
บ.มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ปรับเพิ่มเรตติงตราสารหนี้ระยะยาวของอินโดนีเซียขึ้น 1 ขั้นจาก BAA3 เป็น BAA2 และปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจจากเชิงลบ ขึ้นมาเป็นระดับมีเสถียรภาพ เนื่องจากรัฐบาลจาการ์ตาปฏิรูปเศรษฐกิจให้อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพิ่มแรงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
สอดคล้องกับรายงานของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ที่เพิ่มเครดิตให้อินโดนีเซียไปอยู่ในระดับน่าลงทุน ขณะที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียเผยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2560 ว่าอยู่ที่ 5.1% เพิ่มขึ้น 0.1% จากปี 2559 แม้จะห่างไกลจากเป้าหมายของนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดี ซึ่งกำหนดไว้สูงถึง 7.0% แต่ถือเป็นแนวโน้มที่ดี และคาดว่าจะส่งผลต่อคะแนนนิยมของนายวิโดโด ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562













