See Atlantic Ocean Road and died

เชื่อแน่ว่านักเดินทางหลายคนที่เคยได้ไปชมและขับรถเที่ยวบนเส้นทาง Atlantic Ocean Road ประเทศนอร์เวย์ จะต้องเห็นด้วยกับคำกล่าวข้างต้นนี้แน่นอน เพราะความงดงามระดับมาสเตอร์พีชของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ของดินแดนพระอาทิตย์เที่ยงคืนแห่งนี้ได้สะกดใจนักท่องเที่ยวที่ได้เห็นและได้สัมผัสเส้นทางนี้มาแล้วนักต่อนักนั่นเอง

ยิ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในการขับรถเที่ยว หรือ Road Trip คุณยิ่งไม่ควรพลาดการไปเยี่ยมเยือนเส้นทางที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลกแห่งนี้สักครั้งในชีวิตด้วยประการทั้งปวง

ถนน Atlantic Ocean เปิดอย่างเป็นทางการในปี 1989 จากความพยายามในการเอาชนะธรรมชาติ เพราะคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้การคมนาคมทางเรือได้รับความเสียหาย ด้วยเหตุนี้ทางการนอร์เวย์ จึงตัดสินใจระดมสมองนักวิศวกรระดับพระกาฬ เพื่อมาออกแบบและสร้างถนนเชื่อมต่อแผ่นดินใหญ่จาก Eide นอร์เวย์ ข้ามเกาะแก่งต่างๆ ไปยังเกาะ Averøy ที่อยู่ ณ ปลายสุดของเส้นทาง

Cost Bridge in Norway | http://lptraveller.meithailand.com/

สำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลความงดงามทั่วไปก็จะเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งขนาบด้วยผืนน้ำสีครามเข้มของมหาสมุทร แอตแลนติกเป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร มีสะพานข้ามเกาะทั้งหมด 7 สะพาน และมีจุดแวะพักทั้งหมด 4 จุด แถมด้วยการทำกิจกรรมหลากหลายทั้งการตกปลา ดำน้ำ กระจัดกระจายอยู่บนหมู่เกาะในเส้นทางสายนี้

ทว่า สำหรับ ผู้หลงใหล Road trip เส้นทางนี้จะมอบประสบการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม เพราะถนนสายนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น The World’s Best Road Trip เลยทีเดียว การขับรถบนเส้นทางนี้จะปลุกทุกประสาทสัมผัส เหมือนขับรถอยู่บนทางวิบากที่สองข้างทางเป็นมหาสมุทร ถนนที่คดคี้ยว แต่ราบเรียบและปลอดภัยด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมที่คิดมาอย่างดี และยังมีเส้นทางขับไปตามสะพานต่ำๆบิดโค้งลดหลั่นฉวัดเฉวียนไปตามหมู่เกาะเล็กๆถึง 17 เกาะ รับรองมันส์อย่าบอกใคร


ที่มา : https://www.visitnorway.com/places-to-go/fjord-norway/northwest/activities-and-attractions/atlanticroad/

ที่มา รูป : http://lptraveller.meithailand.com/post/4jdOEim-Atlantic_Ocean_%

Previous articleคมคิด 5 มหาเศรษฐีระดับโลก ‘ทำอย่างไรเมื่อทุกอย่างที่สร้างมาพังทลายลงกับตา’
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.106/61
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์