ปัญหาการนอนไม่หลับ นับเป็นปัญหาสุขภาพหนึ่งที่ใครหลายคนแก้ไม่ตก ซึ่งถ้าปล่อยให้การนอนไม่หลับนี้คุกคามชีวิตอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าจะต้องส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างแน่นอน


โดยตามศาสตร์แพทย์แผนจีน มีคำสอนที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นไว้ว่า “ไม่หลับหนึ่งคืน บำรุงร้อยวันก็มิอาจฟื้นกลับมาได้” คำกล่าวนี้ต้องการเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการนอนหลับ

เพราะฉะนั้น ก่อนจะเสาะแสวงหาอาหารเสริม ขอแนะนำให้หันมาปรับพฤติกรรมการนอนให้เหมาะสม ใช้ยาธรรมชาติก่อนย่อมดีกว่า อย่างวิธีที่เรานำมาฝากกันนี้มาจากหนังสือ “เพิ่มพลังชีวิต ด้วยการนอน” โดยแพทย์จีน นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล ที่ได้เสนอภูมิปัญญาจากศาสตร์แพทย์แผนจีน ซึ่งจะทำให้ทุกคนสามารถทำความเข้าใจอาการนอนไม่หลับและวิธีแก้อาการนอนไม่หลับด้วยวิถีธรรมชาติที่นำไปปรับใช้ได้จริง

รู้ทัน ปัญหานอนไม่หลับ เกิดจากอะไร?


ภาวะหัวใจและไตไม่ประสาน

เพราะการใช้ชีวิตของคนเราในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพสังคม อาชีพการงาน วิถีชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พลังชีวิตเสียสมดุล ยิ่งเวลากลางคืน นอนไม่หลับ ก็จะยิ่งทำให้รู้สึกอ่อนล้า เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ภาวะยินของไตทำงานน้อยลง ในทางกลับกัน ความร้อนหรือไฟของหัวใจจะมากขึ้น ก่อให้เกิดภาวะการเสียสมดุลของร่างกายเรื้อรัง


ภาวะเลือดหัวใจบกพร่อง

คนที่มีภาวะเลือดบกพร่องหรือโลหิตจาง เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับได้ เพราะการนอนหลับต้องอาศัยเลือดที่สูบฉีดไปเลี้ยงสมองอย่างพอเพียง ซึ่งการสร้างเลือดตามศาสตร์แพทย์แผนจีนเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับม้ามและกระเพาะอาหาร บวกกับการกินอาหารที่ต้องถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพร่างกาย ด้วย

ส่วนพฤติกรรม การทำงานที่ใช้ความคิดมากเกินไป รวมทั้งมีความกดดันในการทำงาน ทำให้เกิดความเครียดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ส่งผลโดยตรงกับระบบการย่อยอาหารและดูดซึมอาหารทำให้เบื่ออาหาร ร่างกายก็จะดีรับปริมาณอาหารที่เพียงพออีก


กินอิ่มเกินไป

การกินอาหารมื้อดึกเกินไปและกินมากเกินไป ต้องใช้พลัง จงเจียว ทำให้พลังจงเจียวจะต้องมาถูกกักรวมกันเพื่อใช้ย่อยและดูดซึมอาหาร ทำให้พลังที่ไปเลี้ยงสมองลดลง ส่งผลให้นอนไม่หลับ ดังนั้น หลักการกินที่ถูกต้องตามความเชื่อของศาสตร์แผนจีน คือ ไม่ควรกินอาหารกลางดึกเพราะ และกินอาหารแต่ละมื้อควรกินอิ่มเพียงร้อยละ 70-80 โดยเฉพาะมื้อเย็นที่กินแล้วควรเดินเล่นออกกำลังกายเบาๆ เพื่อช่วยให้ย่อยอาหารดีขึ้น เสริมประสิทธิภาพการนอนหลับมากขึ้น


นอนไม่หลับ เกิดผลเสียอย่างไรได้บ้าง

ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนเชื่อว่า การนอนหลับตามเวลาจื่อสือ เหมาะสมที่สุดกับการหลับสนิทเพื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองซึ่งก็คือช่วงระหว่างเวลา 23.00 – 01.00 น. โดยอธิบายว่ากลางคืนเป็นช่วงที่พลังยินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงเที่ยงคืน ดังนั้นระหว่างเวลา 23.00 – 01.00 น. คือช่วงเปลี่ยนผ่านจากพลังยินสูงสุด และกำลังก่อเกิดพลังหยาง เพราะพลังหยางสามารถสะสมมากที่สุดได้ในช่วงที่สงบที่สุด

การตื่นนอนหรือยังนอนไม่หลับในช่วงนี้ ทำให้ร่างกายต้องใช้พลังหยาง ทำให้การเกิดและสะสมของพลังหยางถูกรบกวน สะสมได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้พลังหยางที่ถูกนำไปใช้ในวันรุ่งขึ้นน้อยลง ประสิทธิภาพในการเรียน การทำงาน น้อยลง เพราะจะเหนื่อยง่าย ง่วงนอน หมดพลังเร็ว

และการนอนดึกยังเป็นสาเหตุของโรคอ้วน เพราะเวลา 23.00 น. หากคุณยังไม่นอน ก็จะเริ่มเกิดความรู้สึกหิว ซึ่งแพทย์แผนจีนอธิบายว่าเป็นช่วงที่พลังหยางเริ่มเกิด ดังนั้นถ้ากินอาหารมื้อหนักเข้าไปอีก พลังหยางย่อมถูกดึงมาใช้ในการช่วยย่อยอาหาร ซึ่งช่วงนั้นพลังหยางสำรองยังน้อย การหลั่งของน้ำดีถูกปิดกั้น ทำให้อาหารย่อยไม่ดี ไขมันสะสมเป็นตัวการก่อโรคอ้วนในที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น การนอนดึก ทำให้เกิดความเสี่ยงของการเป็นนิ่วในถุงน้ำดีได้ เพราะแพทย์แผนจีนเชื่อว่า การทำงานของอวัยวะภายในทั้ง 11 ชี้ขาดที่ถุงน้ำดี ซึ่งรวมถึงระบบย่อยอาหารและการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารด้วย โดยการกินอาหารตอนดึก มีผลลดพลังการทำงานของถุงน้ำดี เช่นกันกับการไม่กินอาหารเช้า เพราะน้ำดีที่สะสมไว้จะเกิดบีบตัวหลังจากอาหารเช้าเข้าสู่ร่างกาย 3-5 นาที ด้วยเหตุนี้ หากน้ำดีที่ถูกกักเก็บตอนเช้า ไม่ได้บีบตัวออกมา ก็ย่อมตกค้างอยู่ในร่างกายจนก่อตัวเป็นก้อนนิ่วได้ ยิ่งใครที่เครียด ตับและถุงน้ำดีก็จะยิ่งถูกกดไม่ให้ระบายออกมาได้และก่อตัวเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายขึ้นอีก


ปรับพฤติกรรม เพิ่มพลังชีวิตด้วยการนอน

ปัญหาการนอนไม่หลับจะทุเลาลงได้ หากคุณตั้งใจปรับพฤติกรรมในการนอนหลับใหม่ โดยตำราแพทย์แผนจีน แนะนำไว้ว่า

  • ให้เตรียมตัวนอนก่อน 23.00 น. ยิ่งคนที่หลับยากให้เผื่อเวลาก่อนนอนสักตอน 22.30 – 22.50 น. พยายามให้หลับสักช่วง 23.00 -00.00 น. เพื่อให้สามารถหลับสนิทได้ในช่วง 01.00 – 03.00 น.
  • ไม่ควรกินอาหารหลัง 23.00 น. และอาหารมื้อเย็น ควรกินประมาณ 18.00 น. เพราะถุงน้ำดีที่มีบทบาทในการย่อยอาหารจะไม่ทำงานในช่วงหลัง 23.00 น. ไปแล้ว
  • ถ้ามีงานมาก แนะนำให้หลับก่อน 23.00 น. แล้วตื่นเช้าตอน 04.00 – 05.00 น. มาทำงานต่อ จะได้งานที่มีประสิทธิภาพ และดีต่อสุขภาพ มากกว่านั่งทำงานถึงดึกดื่น ตี 1 – ตี 2
  • ยึดหลักคำสอน “พระอาทิตย์ขึ้นควรต้องตื่นทำงาน พระอาทิตย์ตกควรพักผ่อนนอนหลับ” และ “กลางคืนต้องนอนหลับเพื่อสะสมพลังยิน หลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังหยาง เพื่อให้ร่างกายมีพลังหยางเพียงพอในการใช้ในช่วงกลางวัน”

อ้างอิง : ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล. เพิ่มพลังชีวิตด้วยการนอน. กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน. 2557