
ศูนย์ทดสอบยางล้อฯ เฟส 1 สร้างเสร็จแน่นอนปี 61
หนุน EEC ฮับอาเซียน

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้คัดเลือกและลงนามว่าจ้าง บ.ไทยนิปปอน การโยธา เป็นบริษัทร่วมทุนไทย-ญี่ปุ่น ให้เป็นผู้ก่อสร้างศูนย์ทดสอบยางล้อแห่งชาติ เฟส 1 ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นส่วนของสนามทดสอบ มูลค่าการลงทุน 800 ล้านบาท กำหนดเสร็จสิ้นในปี 2561
ในส่วนของการก่อสร้างอาคารสำนักงานยังอยู่ระหว่างคัดเลือกผู้ก่อสร้าง เตรียมจะเปิดซองประมูลในเดือนเมษายนหลังเทศกาลสงกรานต์ มอบหมายให้สถาบันยานยนต์เป็นผู้ดูแล คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างใกล้เคียงกับสนามทดสอบเนื่องจากไม่มีความซับซ้อน ส่วนเฟส 2 มูลค่าการลงทุน 2,900 ล้านบาท คาดว่าจะคัดเลือกผู้ก่อสร้างได้ช่วงเดือน กรกฎาคม และเริ่มก่อสร้างในปี 2561 เสร็จสิ้นในปี 2563
ศูนย์ทดสอบยางล้อแห่งชาติเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของการพัฒนาโครงการ EEC เพื่อรองรับการทดสอบยางล้อทั้งที่ผลิตในไทยและในอาเซียน รวมถึงยางล้อชนิดพิเศษ อาทิ ใช้ในงานเกษตรกรรม ยางล้อเครื่องบิน และส่วนที่เกี่ยวข้องกับอากาศยาน

คปภ. ศึกษาประกันภัยจีน ถกผู้บริหาร “อาลีบาบา”
ยกระดับประกันภัยดิจิทัล

คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการประกันภัยเซี่ยงไฮ้ (CIRC) ของจีน โดยเฉพาะการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว และจีนกำลังปรับปรุงข้อกฎหมายเพื่อยกระดับตลาดประกันภัยเข้าสู่ตลาดดิจิทัลอย่างเต็มตัว
และยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารอาลีบาบากรุ๊ป เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีพัฒนาธุรกิจประกันภัย เช่น สร้างแอพพลิเคชั่นเป็นช่องทางให้ผู้เอาประกันภัยถ่ายรูปรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุส่งมาเป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหม
คปภ. กำลังมุ่งส่งเสริมการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในระบบประกันภัย รวมทั้งส่งเสริมให้บริษัทประกันภัยหาพันธมิตรทางธุรกิจขยายขีดความสามารถของตน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น

TCELS จัดประกวด หุ่นยนต์ทางการแพทย์
กระตุ้นเกิดการพัฒนา

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) จัดการประกวดสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ (i-MEDBOT Innovation Contest 2018) ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อแสวงหานวัตกรรมการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้งานบนฐานเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ผลงานที่จะส่งเข้าประกวดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.เทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา การผ่าตัด 2.การฟื้นฟูทางการแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ และ 3.การบริการทางการแพทย์หรือสุขภาพและการติดตามเฝ้าระวัง ผู้สนใจจะะส่งผลงานไม่จำกัดสัญชาติ และอายุ เปิดรับไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ชิงเงินรางวัล 150,000 บาท
ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ TCELS เผยว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับสากลรุดหน้าไปถึงระดับการทดลองและนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นส่วนหนึ่งของการวินิจฉัย และช่วยผ่าตัดอย่างแพร่หลาย แต่การเติบโตของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในไทยกลับมีเพียง 5 – 10% ต่อปี จึงจัดการประกวดสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์เพื่อสุขภาพ เพื่อหวังกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ให้มากขึ้น
** ผู้สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้ http://www.tcels.or.th/th/Home/ReadMoreContent/30

E-Commerce ไทยโต รั้งอันดับ 2 อาเซียน
จุดเด่นกลยุทธ์โซเชียลฯ

นายรัสเซล รีด กรรมการผู้จัดการ บ.ยูพีเอส ประเทศไทย ให้บริการด้านการรับส่งสินค้า ชี้ว่าตลาด E-Commerce ของไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตปีละ 22% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2563 ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของไทยทั้งขนาดเล็กและกลางมีความโดดเด่นจากการใช้กลยุทธ์การตลาดบน โซเชียลมีเดีย ทั้ง LINE Facebook และ Instagram
จากผลการศึกษาพบว่านักช็อปปิ้งในเอเชียนิยมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการสั่งซื้อผ่านสมาร์ทโฟนที่แพร่หลายอย่างมาก และถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา เห็นได้จาก 77% ของนักช็อปปิ้งในเอเชียสั่งสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงสุดจากทั่วโลก ขณะที่ชาวอเมริกัน สั่งสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนเพียง 48% และภายใต้การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ลูกค้ามีความคาดหวังสูงทั้งด้านบริการ การจัดส่งฟรี รวดเร็ว และรับคืนสินค้า

กสทช. เพิ่งตื่นปัญหาค่า SMS
ปชช. โวยไม่สมัคร แต่เก็บเงิน

กสทช.เตรียมพิจารณาออกแนวทางกำกับดูแลผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือทุกค่าย กรณีมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากว่าถูกเรียกเก็บค่าบริการข้อความสั้น (SMS) ทั้งที่ไม่ได้สมัครใช้บริการดังกล่าว โดยจะให้ผู้ใช้บริการมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการรับ SMS ได้ และมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ก่อนว่าจะมีการเรียกเก็บค่า SMS ทั้งกรณีรายวันหรือรายเดือน ซึ่งสำนักงาน กสทช. ติดตามปัญหานี้มา 7-8 เดือน เตรียมจะเสนอเรื่องให้บอร์ด กสทช. พิจารณาก่อนหมดวาระในเดือนพฤษภาคม

จีน-ญี่ปุ่น กระชับสัมพันธ์ ยุติรอยร้าวในอดีต

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศและมนตรีแห่งรัฐของจีน เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศคนแรกของจีนที่เยือนญี่ปุ่นในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่นายกรัฐมนตีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยได้หารือทวิภาคีกับนายทาโระ โคโนะ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียว หลังจากที่นายโคโนะเคยเยือนปักกิ่งอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี
นอกจากจะหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นแล้ว นายหวังยังเจรจาเพิ่มเติมกับรัฐมนตรีคนอื่นๆ ของรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วย ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น จะพบปะกับคณะนายทหารของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ในงานเลี้ยงรับรองที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ทั้งทางการเมืองและความมั่นคง สะท้อนนัยสำคัญต่อกำหนดการพบปะระหว่างผู้นำของ 2 เกาหลีในเดือนนี้ และระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือกับประธานาธิบดีสหรัฐ ในเวลาอันใกล้ เกี่ยวโยงถึงการหาแนวทางยุติความตึงเครียดจากการพัฒนาอาวุธร้ายแรงของเกาหลีเหนือในอนาคต

ญี่ปุ่นพบแร่ธาตุหายากในทะเล
16 ล้านตัน เล็งขุดมาใช้ใน 5 ปี

ทางการญี่ปุ่นเผยแพร่ผลการศึกษาว่า คณะนักสำรวจประกอบด้วยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ร่วมกับภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ค้นพบแหล่งแร่ธาตุหายากในชั้นโคลนใต้ทะเล ใกล้เกาะมินามิโตะริ มหาสมุทรแปซิฟิก เบื้องต้นประเมินมีแร่ธาตุหายากรวมกันประมาณ 16 ล้านตัน สามารถขุดมาใช้ประโยชน์ได้หลายร้อยปี เพียงพอต่อความต้องการของทั่วโลกในระดับ “กึ่งไม่มีที่สิ้นสุด” คาดว่าจะนำขึ้นมาใช้ได้ภายใน 5 ปี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการจะขุดขึ้นมาใช้ต้องใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายและค่าใช้จ่ายสูงมาก อีกทั้งยากลำบากเพราะอยู่ในชั้นโคลนใต้ทะเลที่ลึกมาก
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้แร่ธาตุหายากมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าจากจีน ขณะที่จีนมีมาตรการควบคุมการส่งออกแร่ธาตุหายาก ญี่ปุ่นจึงต้องเร่งแสวงหาแนวทางพึ่งตนเอง อาทิ หลายบริษัทในญี่ปุ่นทำการวิจัยรีไซเคิลส่วนประกอบของแร่ธาตุหายากเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้แร่ธาตุหายาก รวมถึงลงทุนในเหมืองแร่ต่างแดน
จากการประเมินของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ มีแร่ธาตุหายากบนโลกประมาณ 120 ล้านตัน อาทิ ในจีน 44 ล้านตัน ในบราซิล 22 ล้านตัน และในรัสเซีย 18 ล้านตัน














