คุ้มไม่คุ้ม-ไม่รู้ กับการทำภารกิจล่าสุดของน้อง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายสุดหล่อของหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับการไปจิบกาแฟพบปะพูดคุยกับน้องหนูดี นิสิตจุฬาฯ ปี 3 คนวัยไล่เลี่ยกัน และเป็นคนเดียวกับที่ไปชูป้ายประชดลุงตู่ ในวันเดินทางไปปาฐกถาที่จุฬาฯวันก่อนโน้น


ไม่เพียงแค่ไปเจอ ไอติมยังหยอดคำหวานคล้ายสไตล์นักการเมืองด้วยว่า ชื่มชมในความกล้าหาญ และการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสันติ

ที่บอกว่าคล้าย แทนการใช้คำว่า ด้วยสไตล์นักการเมือง เพราะน้องไอติม ยังไม่ได้เป็นนักการเมืองเต็มตัว ด้วยที่ผ่านมา ยังต้องศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่อังกฤษ แต่เนื่องจากเป็นหลานชายนักการเมืองคนดังซึ่งเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีของไทยมาแล้ว การซึมซับแนวคิดของคนเป็นนักการเมืองที่ใกล้ชิด คงต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

บางครั้งคนไทยก็ได้เสพข่าวน้องไอติมติดสอยห้อยตามนายอภิสิทธิ์ บางครั้งก็ได้เห็นข่าวน้องไอติมสวมบทคนเก็บขยะ ติดสอยห้อยตามรถเก็บขยะในกรุงเทพฯ นัยว่าเพื่อศึกษาชีวิตของการทำวิชาชีพนี้

facebook.com/paritw

แต่ผลพวงที่ตามมาอย่างหนึ่งซึ่งใครปฏิเสธไม่ได้ คือคนไทยได้เริ่มรู้จักน้องไอติมคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ก็ฟันธงล่วงหน้าไว้เลยว่า หนุ่มไทยคนแรกที่ได้เป็นนายกองค์การนักศึกษา ม.อ๊อกฟอร์ด คนนี้ จะเข้าสู่เวทีการเมือง ตามรอยน้าชายอย่างไม่ต้องสงสัย

และด้วยการเป็นนักเรียนนอก มีภาพพจน์ของคนรุ่นใหม่ มีการศึกษา มีความคิดความอ่าน ทำให้เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ คงมอบหมายภาระหน้าที่สำคัญ คือการเป็นสัญญลักษณ์คนรุ่นใหม่ของพรรค ที่ต้องเข้าถึงและหาเสียงจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งประเมินว่า น่าจะมีมากถึง 6-7 ล้านคน ในการเลือกตั้งส.ส.ครั้งหน้า

facebook.com/paritw

ตัวเลขนี้ หากคิดตามกูรูที่ประมาณการกันไว้ว่า คะแนนเสียงที่พรรคการเมืองจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะตกที่ 70,000-75,000 เสียง หรือเท่ากับเสียงของคนรุ่นใหม่ จะสามารถเลือกส.ส.ได้ 80-100 คน

หรือจำนวน 1 ใน 5 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมดในสภา 500 คน และยังเป็นจำนวนที่มากพอ สำหรับการตัดสินชี้ขาด จะให้ขั้วการเมืองไหนได้เป็นรัฐบาล

คนกลุ่มนี้ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของทุกพรรคการเมือง ที่ต้องช่วงชิงหรือดึงมาเป็นฐานเสียงให้ได้ แต่จะสำเร็จหรือเข้าถึงได้แค่ไหน อยู่ที่นโยบาย หรือการกระทำที่โดนใจ กระทั่งทำให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้ เชื่อว่า มีเป้าหมายคล้ายกัน และสามารถเป็นตัวแทนพวกเขาได้

“ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ไม่เพียงพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องเล็งเป้าเพิ่มไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เพิ่งจะลงพื้นที่อีสาน ก็พยายามสร้างแบรนด์เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับพรรคเกรียนของบก.ลายจุด หรือแม้แต่พรรคเก่า แต่เปลี่ยนผ่านสู่ผู้บริหารรุ่นลูกอย่างชาติไทยพัฒนาที่ชูธงผู้นำใหม่อย่างท็อป วราวุธ ก็พยายามเน้นพรรคที่บริหารโดยคนรุ่นใหม่เช่นกัน

บก.ลายจุด
ท็อป วราวุธ

จะว่าไปแล้ว คนกลุ่มนี้ ส่วนมากมักจะมีความคิดต่างไปจากคนรุ่นเก่าๆ หรือแฟนคลับกลุ่มเดิมๆ ของพรรคการเมืองที่มีอยู่เก่าก่อน

โดยมักมองว่า นักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่มีอยู่ จะตกอยู่ภายใต้วังวนเดิมๆ โดยเฉพาะการเมืองแบบน้ำเน่า ไม่โปร่งใส และเต็มไปด้วยผลประโยชน์

การจะเอาชนะใจคนรุ่นใหม่เหล่านี้ จึงต้องกล้าคิดนอกกรอบ ทำในเรื่องที่ใหม่ ต่อต้านการทุจริต และเดินหน้าปฏิรูปการเมืองใหม่

คำถามอยู่ที่ว่า พรรคไหนจะทำได้สำเร็จเท่านั้นเอง เพราะเมื่อถึงเวลาจริง ทฤษฎีกับปฏิบัติ บ่อยครั้งที่สวนทางกัน

ที่สำคัญต้องไม่ลืมสุภาษิตไทยที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน…“คบเด็กสร้างบ้าน” นะจะบอกให้


ผู้เขียน : ประจักษ์ มะวงสา