นอกจากซูชิจะไม่ใช่อาหารที่จัดอยู่ในกลุ่ม fast food ทำลายสุขภาพแล้ว ยังจัดเป็นอาหารสุขภาพที่มีหลากมิติในนิยาม ของ แคทเธอรีน เซราสสกี นักโภชนาการชำนาญการและอาจารย์ จาก Mayo Clinic ที่อธิบายไว้ในเบื้องต้นอีกด้วย

“เพราะหากพิจารณาทั้งวัถุดิบและวิธีการทำซูชิแบบต้นตำรับ จะพบว่าทุกขั้นตอนและแทบทุกวัตถุดิบมาจากของสดและปรุงด้วยกรรมวิธีที่ส่งเสริมให้เกิดสุขภาพแก่ผู้รับประทาน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อปลาสดที่วางอยู่บนข้าวญี่ปุ่น หรือจะเป็นการนำสาหร่ายแบบแผ่นมาวางเป็นชั้นแล้วม้วนเป็นซูชิโรล”

สิ่งที่เห็นว่าเฮลตี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นตามหลักโภชนาการ

ทว่า หากพิจารณาเพียงเท่านี้แล้วคุณจะวางใจว่าสไปซี่ทูน่าที่สอดไส้อยู่ในซูชิโรลจะช่วยรักษารูปร่าง และดีต่อสุขภาพแน่นอนนั้น คุณอาจต้องกลับมาคิดใหม่ให้ถี่ถ้วนก่อน แคทเธอรีนกล่าว ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า อย่างที่เธอบอกว่า ซูชิ เป็นอาหารที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพก็จริง แต่ก็มีอีกหลายมิติให้คิดและศึกษาว่า

“หนึ่งในข้อค้นพบที่ฉันเห็น คือ ซูชิเป็นอาหารที่ยากจะควบคุมและกำหนดสัดส่วนของวัตถุดิบและเครื่องปรุงได้เป๊ะๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้านที่จะใส่วัตถุดิบ เครื่องปรุงลงไป นี่เป็นสาเหตุให้ซูชิกลายเป็นอาหารที่มีปริมาณแคลอรี่สูงได้โดยไม่มีทางล่วงรู้ได้เลย เพราะจากการทดลองนำซูชิโรลที่วางขายตามท้องตลาดมาตรวจหาปริมาณแคลอรี่ พบว่า ซูชิโรลที่ตัดเป็นซูชิคำเล็กๆได้ 6-9 ชิ้นนั้น ให้ปริมาณแคลอรี่แก่ร่างกายถึง 500 แคลอรี่ ขณะที่ ตามรายงานของ USDA เคยบอกว่า ซูชิกุ้งสไปซี่ มีปริมาณแคลอรี่สูงถึง 550 แคลอรี่ ทีเดียว”

และ แคทเธอรีน ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ปริมาณแคลอรี่ส่วนใหญ่มาจากข้าวญี่ปุ่นที่ห่อไส้ซูชินั่นเอง เพราะข้าวญี่ปุ่นที่ใช้ทำซูชินั้นไม่ใช่ข้าวเปล่าแต่ต้องปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู น้ำตาล และกรรมวิธีการทำซูชิที่ต้องม้วนซูชิให้แน่น ทำให้ต้องใช้ปริมาณข้าวญี่ปุ่นปรุงรสนี้ในปริมาณมาก ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อกินเข้าไปแล้วจะรู้สึกอิ่มท้องเหมือนกินข้าวมากกว่าหนึ่งจาน

หลากเทคนิคการกินซูชิให้เฮลตี้

หลังจากชี้ให้เห็นถึงมุมที่ไม่ค่อยเฮลตี้เท่าไรของซูชิที่ใครหลายคนคาดไม่ถึง แคทเธอรีน ก็กลับมายืนยันว่า แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดเมนูซูชิออกจากเมนูไดเอทของทุกคน เพราะเราสามารถเลือกรับประทานซูชิในแบบเฮลตี้ได้ โดยการพิจารณาสัดส่วนและประเภทของซูชิที่ใส่ลงไปเท่านั้นว่าได้สัดส่วนสารอาหารตามหลักโภชนาการที่ต้องการในแต่ละวันหรือไม่ และนี่คือเคล็ดลับที่แคทเธอรีนแนะนำ เพื่อตอบคำถามว่าจะรับประทานซูชิอย่างไรให้เฮลตี้

เลือกซูชิให้ถูกโรล ได้ไส้ซูชิที่ถูกใจ แถมได้สุขภาพด้วย

สิ่งที่สอดไส้อยู่ในซูชิโรลเป็นตัวตัดสินสำคัญว่าคุณได้เลือกซูชิโรลที่ดีต่อสุขภาพหรือไม่ แน่นอนว่า หากข้างในซูชิโรลเป็นไส้ปลาต่างๆ ขั้นแรกถือว่าผ่านแล้ว เพราะปลาส่วนใหญ่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำ โปรตีนสูง และเป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างโอเมก้า 3 ยิ่งในโรลนั้นมีผักสด ร่างกายก็จะได้รับไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย มีอโวคาโด้สด ก็จะดีต่อสุขภาพหัวใจ และซูชิชิโรลนั้นจะเพอร์เฟคกับสุขภาพของคุณยิ่งขึ้นอีก หากสามารถเลี่ยงซอสอย่างมายองเนส ตัวการเพิ่มปริมาณแคลอรี่ร่างกายได้

ตัดใจไม่จิ้มหรือใส่โชยุเพิ่ม

เพราะโชยุ รวมถึงซอสที่ชิจิ้มเพื่อเพิ่มรสชาติให้ซูชิของคุณล้วนมีปริมาณโซเดียมสูง อย่างซอสสไปซี่มาโย ที่เป็นสุดยอดของซอสที่ได้ชื่อว่าเข้มข้นมาก จึงอุดมไปด้วยไขมันและแคลอรี่ แต่อย่างไรก็ตาม หากอยากเพิ่มรสชาติให้กับซูชิจริงๆ แคทเธอรีนแนะนำว่าให้จิ้มเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นสัมผัสรู้รสเท่านั้น ส่วนโชยุ หรือซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่นนั้น จากการตรวจสอบทางโภชนาการ แม้จะเป็นโชยุที่ระบุว่ามีปริมาณโซเดียมลดลงมาแล้ว ก็ยังมีปริมาณโซเดียมถึง 575 มิลลิกรัม คิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณโซเดียมที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันแล้ว และอีกวิธีหนึ่งที่นักโภชนาการแนะนำให้ใช้เพื่อเพิ่มรสชาติให้ซูชิโรล คือการใส่วัตถุดิบธรรมชาติอย่าง ขิงดองหรือขิงสดลงไปในซูชิโรล ก็สามารถเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนให้ซูชิได้แล้ว

ใส่ใจกับการเลือกของสดมาทำซูชิสักนิด

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เลือกกินซูชิด้วยจุดประสงค์เพื่อลดความอ้วน วัตถุดิบอย่างปลาดิบนับเป็นพระเอกของเมนูซูชิที่คุณต้องใส่ใจเลือกหากันเสียหน่อย เพราะตามหลักโภชนาการการกินของดิบอย่างปลาดิบก็ย่อมมีความเสี่ยง เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อปรสิตอื่นๆที่เข้าสู่ร่างกายจากการบริโภคของดิบที่ไม่ได้คุณภาพได้ ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อของดิบมาทำซูชิ ต้องแน่ใจก่อนว่าของดิบหรือปลาดิบนั้นมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และผ่านการเก็บรักษามาในอุณหภูมิที่เหมาะสม อย่างปลาดิบก็ไม่ควรถูกนำออกมาจากตู้เย็นและทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมง  เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังต้องแน่ใจในประเด็นที่ว่าปลาดิบและอาหารทะเลดิบนั้นต้องมาจากแหล่งที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ได้จับมาจากแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนของสารพิษ หรือมีปัญหาสภาพแวดล้อม มลพิษในทะเล เป็นต้น เพราะมิเช่นนั้นร่างกายคุณก็จะได้รับสารพิษที่จะเข้าไปสะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหรืออาการเจ็บป่วยที่ไม่คาดคิดได้ในที่สุด

อัพเกรดเมนูซูชิของคุณให้เฮลตี้ขึ้นได้อีก

เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค ร้านอาหารซูชิหลายร้านก็มีทางเลือกให้กับลูกค้าในการอัพเกรดให้ซูชิเฮลตี้ยิ่งขึ้น อย่าง การเปลี่ยนข้าวญี่ปุ่นขาวเป็นข้าวกล้องซึ่งมีปริมาณไฟเบอร์และสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าข้าวขาวมาก หรือ จะเลือกเปลี่ยนสาหร่ายทะเลที่ใช้ห่อซูชิโรลให้กลายเป็นอโวคาโด้ฟานชิ้นบางๆมาห่อซูชิโรลแทนก็ทั้งครีเอทและดีต่อสุขภาพไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้น อย่ารีรอที่จะเลือกหนทางเพื่อสุขภาพในลักษณะนี้ แม้จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมากหน่อย ก็คุ้มกับสุขภาพดีที่จะได้มา เชื่อสิ

ที่มา : http://time.com/5241681/is-sushi-healthy/

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.108/61
Next articleอเมริกา งัวเงีย หลังเสียโง่ให้ รัสเซีย
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์