กว่า 36 ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจาก เพนตากอน ล้มเหลวไม่เป็นท่า ในการยิงขีปนาวุธ โทมาฮอว์ค หวังถล่มซีเรีย ได้สร้างความยินดีปรีดิ์เปรมแก่เหล่าพลพรรคนักรบเปอร์เซีย และรัสเซีย อย่างยิ่ง ที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองกระสุนดินดำแม้แต่นัดเดียว


เมื่อตอนเช้าวันก่อน วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เคิล โดยบอกว่าบัดนี้ได้สิ้นสุดการปฎิบัติการรุกรานจากชาติตะวันตกในซีเรียแล้ว

นั่นย่อมหมายความว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของ สหรัฐอเมริกา คงจะต้องกลับบ้านไปเลียแผล และรอให้อัยการ โรเบิร์ต มูลเลอร์ ไต่สวนเช็คบิลต่อไป

อย่างไรก็ดี ปูติน ยังคงไม่ค่อยสบายใจในโครงการกระแสเหนือ 2 ของยุโรป เนื่องจากเยอรมนีต้องการกดดันให้วางท่อก๊าซผ่านยูเครน คือต้องการให้การวางท่อลำเลียงก๊าซธรรมชาติ เป็นโครงการเศรษฐกิจการเมืองมากกว่าที่จะเป็นเพียงแค่โครงการเศรษฐกิจ เพื่อต้องการช่วยเหลือยูเครนให้มีรายได้ค่าผ่านทางประมาณปีละ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หาไม่แล้วยูเครนอาจจะต้องถึงขั้นล้มละลายหากปราศจากโครงการวางท่อส่งก๊าซพาดผ่าน  

กรณีนี้ตรงนี้ เป็นสิ่งที่ปูติน ต้องไปคิดใคร่ครวญวางหมากต่อไปว่าจะเอาผลประโยชน์ส่วนใดไปแลกเปลี่ยน

สำหรับซีเรียได้ข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญทางทหารของรัสเซีย หลังจากได้ดีเบทกันไปเมื่อคืนก่อนว่า เรื่องขีดความสามารถของนักรบซีเรียนนั้น มิใช่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากการเตรียมตัวรับสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม

ซีเรียได้ใช้ขีปนาวุธเซนิทต่อต้านอากาศยาน 112 ลูกสามารถสกัดขีปนาวุธของสหรัฐได้ 71 ลูก และ ขีปนาวุธพานซีร์-S1 สามารถล็อกเป้าสอยขีปนาวุธโจมตีจากแนวร่วมพันธมิตรสหรัฐอเมริกาลงได้ถึง 23 ลูก จาก 25 ลูก หรือคิดเป็นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ Buk Complex ก็สอยขีปนาวุธโจมตีจากแนวร่วมพันธมิตรสหรัฐอเมริกาลงได้ 24 ลูกจาก 29 ลูก ทั้งที่รัสเซีย เพียงแค่ติดตั้งระบบซ่อมแซมใหม่ให้เท่านั้น 

ทางด้านคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ก็สื่อสารแสดงความยินดีกับนายอัสซาด ผู้นำซีเรีย ในวาระครบรอบฉลองวันชาติซีเรียปีที่ 72

โอกาสนี้คิมน้อย แห่งดินแดนโสมแดง ได้กล่าวประโยคที่สำคัญว่าการบริหารและมิตรภาพระหว่างชาติทั้ง 2 ทำให้เกิดความสำเร็จครั้งใหญ่ในการต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นเอกราชและความมั่นคงของประเทศ มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานชาวซีเรียในการต่อสู้กับจักรวรรดินิยมตะวันตก และปรารถนาที่จะให้อัสซาดมีสุขภาพแข็งแรง อดทนต่อความสำเร็จยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้นในฐานะประธานาธิบดีซีเรีย

ย้อนเวลากลับไปก่อนฉลองวันชาติ ขีปนาวุธสกัดกั้นของซีเรียถูกท้าทายโดยนักรบยิว อีกครั้งโดยโจมตีสนามบินไชยราทและเมืองโฮลมส์ แต่ถูกกองกำลังป้องกันทางอากาศของซีเรียสามารถสกัดกั้นจรวดได้ถึงเก้าลูก

สถานการณ์ความรุนแรงในซีเรีย ที่มีแนวโน้มคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง โดยไร้วี่แววความสงบสันติ ได้สร้างความหวาดวิตกแก่สหรัฐอเมริกาอย่างหนัก โดยหวั่นเกรงซีเรีย จะถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มก่อการร้ายไอเอส หรือองค์กรก่อการร้ายรัฐอิสลาม

นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ถึงกับออกแรงยกหูโทรศัพท์พูดคุยกับนายพลอับบาส คาเมล ผู้รักษาการแทนหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของอียิปต์ ให้ช่วยยื่นมือเข้าไปสลายภาวะสุญญากาศด้านการรักษาความปลอดภัยในซีเรีย เพื่อป้องกันการเข้ายึดครองจากกลุ่มไอเอส แต่คำร้องขอของโบลตัน ดูจะไม่ได้รับการตอบสนองจากนายพลคาเมล

ทำนองเดียวกันภายหลังประสบความล้มเหลวในการ ”สั่งสอน” ซีเรีย ทรัมป์ ก็มีท่าทีต่อรัสเซียในลักษณะที่เปลี่ยนไป โดยเพิ่มความเยือกเย็นสุขุมมากขึ้น ด้วยการเลื่อนการนำมาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆ ต่อต้านรัสเซียออกไปไม่มีกำหนด

ทั้งนี้และทั้งนั้นเป็นเพราะทรัมป์เพิ่งจะตระหนักว่าขืนหุนหันพลันแล่นใจเร็วด่วนได้เหมือนที่ผ่านมา สุดท้ายแทนที่มาตรการต่อต้านรัสเซีย กลับกลายเป็นมาตรการอำนวยประโยชน์แก่รัสเซียไปเสียฉิบ จึงไม่ต้องการเสียรู้ซ้ำซากอีกต่อไป…


เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย // เรียบเรียง : ตะวันฉาย