เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะด้วยความกลัว ความกังวล ที่สร้างขึ้นเอง หรือเสียงทัดทานจากคนรอบข้างว่าไม่ควรเสี่ยงลงทุน ลงแรง ทำให้ต้องยุติความคิดนี้ไปอย่างน่าเสียดาย


ทั้งที่จริงๆ แล้ว การประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของกิจการไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้น เพียงแต่ผู้ที่จะริเริ่มกิจการของตัวเองต้องมีความเข้าใจในธุรกิจที่จะทำ เข้าใจกลไกการพัฒนา การทำให้ธุรกิจเติบโต มีภูมิต้านทานที่จะรับความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง และมีแรงฮึดที่จะพลิกธุรกิจนั้นขึ้นมาได้ใหม่เท่านั้น แค่นี้ฝันของการเป็นนายตัวเองก็มาให้เห็นอยู่รำไรแล้ว เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ผลักดันให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวออกมาเป็นเจ้าของกิจการ หลุดจากวังวนของการเป็นลูกจ้าง วันนี้เรามี 10 เหตุผลดีๆ ว่าทำไมคุณควรออกมาเป็นนายตัวเองมาบอกกัน


1.

ที่ไหนๆ ก็เป็นห้องทำงานของคุณ

เลือกได้เลยว่าวันนี้คุณอยากจะทำงานที่ไหน จะไปนั่งชิลๆ ส่งอีเมล์จากริมชายหาด หรือจะพิมพ์งานท่ามกลางบรรยากาศดีๆของสวนดอกไม้เมืองเหนือก็ได้ เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ Smart device หรือ Wifi และสัญญาณอินเทอร์เน็ต สามารถตามคุณไปได้ทุกหนแห่งแล้ว


2.

สุขแบบไม่เคยเป็นมาก่อนในสิ่งที่ทำ

คนเราใช้เวลา 1 ใน 3 ของแต่ละวันไปกับการทำงาน หากคุณต้องทนจมอยู่กับงานที่ไม่ได้สร้างสุขให้กับการใช้ชีวิตทุกวัน ชีวิตย่อมจะเหี่ยวเฉา ไร้แรงจูงใจ การเป็นเจ้านายตัวเองสามารถทำให้คุณหลุดจากวัฏจักรที่กล่าวมานี้ เพราะนอกจากจะได้เงินตอบแทนแล้ว ความสุขจะเกิดขึ้นในทุกวันที่คุณได้ทำในสิ่งที่คุณชอบด้วย


3.

สร้างอาชีพ สร้างงานใหม่ๆ ให้ผู้อื่น

เมื่อกิจการของคุณเป็นรูปเป็นร่าง ก็ถึงเวลาที่จะต้องหาคนมาช่วยทำงาน ดังนั้น การเป็นเจ้าของกิจการจึงช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนอีกมากมายได้มีกินมีใช้อย่างสุจริตในอีกทางหนึ่ง


4.

อยากได้เงินเดือนเท่าไร กำหนดเองได้

สิ้นเดือน ไม่ต้องตั้งตารอว่าเงินเดือนจะออกเมื่อไรอีกแล้ว เพราะคุณเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง ทำมากก็ได้เงินเดือนมาก ไม่ต้องรอฝ่ายบุคคลมากำหนดเรทเงินเดือน จริงไหม


5.

ไม่ต้องทำตามคำสั่งใคร

ในฐานะลูกจ้าง ก็จำเป็นต้องทำตามคำสั่งนายจ้างหรือหัวหน้าทั้งๆที่บ่อยครั้งที่คุณก็ไม่ได้เห็นด้วย ซึ่งถ้าปล่อยไป ในระยะยาวอาจส่งผลให้สูญเสียความมั่นใจได้ แต่ปัญหานี้จะหมดไปทันทีเมื่อคุณได้เป็นนายตัวเอง


6.

ได้เข้าคอร์สเพิ่มมีวินัยในตนเอ

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว เมื่อไม่ต้องทำตามคำสั่งใคร นั่นก็หมายความว่าเราต้องบริหารจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด ในเวลานี้เองที่คุณจะต้องใช้ทักษะการวางแผน รวมถึงความมีวินัยก็ต้องเป็นคุณธรรมที่คุณต้องมี เพราะเมื่อใดที่คุณขาดวินัย ธุรกิจที่สร้างมาก็อาจพังทลายลงได้แบบไม่ได้ตั้งตัว


7.

มีภูมิต้านทานความล้มเหลวที่สูงขึ้น

เป็นเรื่องธรรมดาในการทำธุรกิจที่ทุกคนต้องเจอกับความล้มเหลว ต้องลองผิดลองถูก ซึ่งนี่คือโอกาสในการได้เรียนรู้จากความผิดพลาด เป็นช่วงเวลาที่คุณจะได้รู้จักตัวเอง รู้ถึงความเข้มแข็งของตัวเอง ที่สุดแล้วคุณจะแกร่งขึ้นทั้งในเรื่องการงานและชีวิตส่วนตัว


8.

ได้โอกาสเรียนรู้เข้าใจการทำธุรกิจ

ปกติแล้วการทำงานเป็นลูกจ้างมักได้ทำแต่งานในกรอบเดิมๆ ซ้ำไปวนมา ขณะที่หากคุณตัดสินใจทำธุรกิจ สภาพแวดล้อมจะผลักดันให้คุณต้องลงมือทำทุกๆ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาด การขาย บัญชี ลูกค้าสัมพันธ์ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ คุณก็จะค่อยๆ ได้ Learning by doing อันจะนำไปสู่การเข้าใจธุรกิจในฐานะผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าอย่างแท้จริง


9.

สัมผัสกับชีวิตที่มีความหมายมากขึ้น

เพราะความสุขในชีวิตทุกคนมาจากการได้ลงมือทำในสิ่งที่รัก มีความหมายต่อการดำรงชีวิต ดังนั้น เมื่อคุณเป็นนายตัวเองและริเริ่มทำธุรกิจในสิ่งที่คุณชอบ เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ย่อมชัดเจนขึ้น ทำให้คุณใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีเป้าหมายขึ้นนั่นเอง


10.

ได้ประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาบอกต่อ

เปรียบการทำธุรกิจเป็นของตัวเองกับการที่คุณได้ออกผจญภัย ด้วยเหตุนี้คุณจึงมีเรื่องเล่ามากมายมาบอกต่อจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง รวมถึงมีข้อคิดดีๆ ที่มาแบ่งปันให้คนอื่นได้นำไปปรับใช้เพื่อประสบความสำเร็จเหมือนคุณ ที่สุดแล้ว การได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้แบบนี้จะนำพามาซึ่งความสุขใจได้แบบไม่รู้ตัว


เรียบเรียงจาก บทความจากเฟซบุ๊กสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่


ที่มา : https://www.elitedaily.com/money/entrepreneurship/why-you-should-be-your-own-boss-10-reasons-you-should-work-for-yourself

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.109/61
Next articleเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนสาย “เสพติดการทำงาน” จนเสียสุขภาพ
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์