คอเพลง edm แต่ละคนล้วนแล้วแต่มี dj ในดวงใจ และเชื่อเหลือเกินว่า ชื่อของ Avicii ดีเจหนุ่มชาวสวีเดน ผู้มีสไตล์เพลงอันเป็นเอกลักษณ์เป็นอีกชื่อหนึ่งที่เข้าไปนั่งอยู่ในใจคนรักเพลง edm หลายคน


ตัวตนแท้จริงของ Avicii เป็นเด็กหนุ่ม ชาวสวีเดน ชื่อ Tim Bergling (ทิม เบิร์กลิง) ชีวิตรุ่งเรืองในฐานะโปรดิวเซอร์งานเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์หรือ edm เริ่มต้นเมื่อปี 2011 หลังจากส่งเพลง Level ไต่ขึ้นอันดับสูงสุดของชาร์ทเพลงทั่วโลก รวมถึงชาร์ท Billboard อันโด่งดังด้วย

ชื่อของ Avicii เป็นที่รู้จักทั้งในกลุ่มคนฟังเพลง นักร้อง และเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกับเขาในเวลาอันรวดเร็ว กระทั่งผ่านมาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น โลกก็ต้องจารึกชื่อของดีเจหนุ่ม นาม Avicii ซึ่งขณะนั้นอายุเพียง 22 ปี ที่สามารถคว้ารางวัลแกรมมี่อวอร์ดมาครอบครองได้ ติดต่อกันถึง 2 ปี คือ ในปี 2012 และ ปี 2013

นอกจาก เพลง Level ที่กระแทกหูผู้พิจารณารางวัลแกรมมี่อวอร์ดในช่วงเวลานั้นอย่างจัง จนต้องมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้เขาแล้ว เขายังส่งเพลงดังอย่าง Wake me up, The Days และ You Make Me ออกมาเขย่าวงการ edm ที่โด่งดังเป็นพลุแตกแทบทุกเพลง

ไม่ใช่แค่จังหวะเพลงที่ฟังแล้วปลุกทุกโสตประสาทของผู้ฟังได้เท่านั้น แต่เนื้อเพลงแทบทุกเพลงของ Avicii บ่งบอกได้ถึงทัศนคติในการใช้ชีวิตของชายหนุ่มคนนี้ ที่โตกว่าอายุจริงไปมาก ทำให้อดคิดไปไม่ได้ว่า เนื้อเพลงนั้นมาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ หรือไม่ เช่น ท่อน hook จากเพลง Wake me up ที่ว่า


“So wake me up when it’s all over
When I’m wiser and I’m older
All this time I was finding myself, and I
Didn’t know I was lost.

ปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมาเมื่อเหตุการณ์เหล่านี้ได้ผ่านไปแล้ว
เพราะช่วงนั้น ฉันจะฉลาดขึ้น และเติบโตกว่านี้
ที่ผ่านมา ฉันได้ใช้เวลาไปกับการตามหาตัวเอง และฉันไม่รู้เลยว่ากำลังหลงทาง”


ทว่า ชีวิตที่มีชื่อเสียงได้ในช่วงเวลาอันรวดเร็วนี้เอง ที่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายในชีวิต เพราะ Avicii ต้องโหมทำงาน ตระเวนทัวร์แสดงคอนเสิร์ตทั่วโลก ในฐานะดีเจ edm ที่มีค่าตัวสูงที่สุดคนหนึ่งในโลก ซึ่งข้อมูลนี้เปิดเผยออกมาโดยนิตยสาร Forbes ในปี 2014 Avicii มีรายได้ตลอดทั้งปีถึง 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 924 ล้านบาททีเดียว

ผลจากการใช้ชีวิตออนทัวร์ ทำให้สุขภาพของเขาเสีย เพราะพักผ่อนไม่เป็นเวลา และต้องดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอบายมุข ทั้งยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งสถานการณ์นี้ยากเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัย 24 จะต้านทานไหว

วันหนึ่ง Avicii จึงล้มป่วย และตรวจพบว่า จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักตลอดเวลา ทำให้เขามีอาการตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ต้องเข้ารับการผ่าตัดในปี 2016 ส่งผลให้เขาต้องยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตในช่วงเวลานั้นทั้งหมด จนกว่าร่างกายจะฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม

และแล้วในปี 2017 แฟนเพลง Avicii ก็ได้คลายจากความคิดถึงดีเจหนุ่มคนนี้จากผลงานอัลบั้มล่าสุด EP ที่ยังคงจังหวะดนตรีที่เป็น signature ของเขาไว้อย่างครบถ้วน 

โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่า อัลบั้มนี้จะเป็นอัลบั้มสุดท้ายของ Avicii



“มันคือความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่เราต้องประกาศว่าเราได้เสีย Avicii ไปแล้ว”

“เขาถูกพบที่เมือง Muscat เมืองหลวงของประเทศโอมาน เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ทางครอบครัวเสียใจและอยากให้ทุกคนเคารพความต้องการและความเป็นส่วนตัวที่ยากลำบากนี้ด้วย และไม่ต้องการที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น”



หากเป็นฉากจบของหนังสักเรื่อง หลายคนคงบอกตรงกันว่า มันโหดร้ายต่อจิตใจของผู้ชมเกินไป แต่เมื่อมันเป็นเรื่องจริง คงได้แต่บอกว่า “Gone too soon” ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเร็วเกินไปที่จะยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริง

Avicii เคยตอบคำถามบ่อยๆ ว่า ชื่อ Avicii มีที่มาอย่างไร เขาบอกว่ามันพ้องกับคำว่า “อเวจี” หรือนรกขุมที่ต่ำที่สุดตามความเชื่อของหลักศาสนาพุทธ ถึงเวลานี้เราได้แต่ภาวนาให้เด็กหนุ่มดาวรุ่งที่เคยฉายแววสดใสและมีอิทธิพลที่สุดในวงการ edm โลก ไปสู่ในภพภูมิที่ไม่ทุกข์ทรมาน และขอบคุณเหลือเกินกับบทเพลงของเขา ที่เต็มไปด้วยพลังส่งต่อให้ผู้ใดก็ตามที่ได้รับฟังเพลงของดีเจคนนี้ หากไม่เชื่อ ลองไปฟังเพลงของ ‘Avicii’ ดูสิ