
EEC จับมืออาลีบาบา เปิดศักราชธุรกิจยุคดิจิทัล

ผู้บริหารสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จับมือกับอาลีบาบา กรุ๊ป ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน 2 ฉบับ คือ 1.ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ระหว่าง EEC กับ Alibaba.com Singapore E-commerce Private Limited และ 2. ความร่วมมือด้านการลงทุนศูนย์ดิจิทัลอัจฉริยะ (Smart Digital Hub) ระหว่าง EEC กรมศุลกากร และบริษัท Cainiao Smart Logistic Network Hong Kong Limited


นอกจากนั้น ยังมีบันทึกความเข้าใจอีก 2 ฉบับ คือ 1.ความร่วมมือด้านการพัฒนา SMEs และบุคลากรด้านดิจิทัลระหว่าง ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับ Alibaba Business School และ 2.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านดิจิทัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท Zhejiang Fliggy Network Technology Company Limited
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC แสดงความมั่นใจว่าความร่วมมือกับอาลีบาบาจะเปิดศักราชทางธุรกิจสู่ตลาดโลกผ่านการค้าดิจิทัล เป็นการปรับกระบวนการทำธุรกิจและการค้าครั้งสำคัญของไทย ผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce อย่างไร้ขีดจำกัด สอดรับกับการพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

เร่งส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา
ต่อยอดสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงนามความร่วมมือกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เพื่อบูรณาการด้านสินทรัพย์ทางปัญญาในอุสาหกรรมดิจิทัล นำไปสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์ และร่วมกันพัฒนาบุคลากร เพิ่มพูนความรู้ทั้งด้านการสร้างสรรค์ การปกป้อง การคุ้มครอง การใช้ประโยชน์นวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา ให้แก่บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชน ไปจนถึงกิจกรรมสร้างความตระหนักและการรับรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาในวงกว้าง เป็นโอกาสดีสำหรับผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งอาจต่อยอดจากสิทธิบัตรเพื่อตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคในรูปแบบต่างๆ

ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาปรับลดลง

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ ปรับปรุงหลักเกกณฑ์การคำนวณราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยปรับฐานอ้างอิงเป็นเกรดน้ำมันยูโร 4 ตามเกณฑ์สากล ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ส่งผลให้ราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น ลดลง คือน้ำมันดีเซลลดลง 41 สตางค์ต่อลิตร แก๊สโซฮอล91 และแก๊สโซฮอลอี20 ลดลง 61 สตางค์ต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล95 ลดลง 43 สตางค์ต่อลิตร
ส่วนคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และกลุ่มแก๊สโซฮอล ลง 15 สตางค์ต่อลิตร เป็นเวลา 2 ปี จะทำให้ราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นราคาก่อนรวมค่าการตลาดและจัดหน่ายที่สถานีบริการน้ำมัน ลดลงราว 60-80 สตางค์ แต่ราคาขายปลีกจะลดลงเท่าใดและมีผลเมื่อใด ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ค้าน้ำมัน มาตรการดังกล่าวเพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวน

พ.ร.บ.วินัยการเงินฯ บังคับใช้
สกัดประชานิยมหวังผลการเมือง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 รวม 87 มาตรา มีผลบังคับใช้ 20 เมษายน 2561 กำหนดให้รัฐรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งกรอบการดำเนินการทางการคลัง งบประมาณของรัฐ วินัยการคลัง รายได้-รายจ่าย เงินงบประมาณ-นอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐ เงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ อย่างมีวินัยและโปร่งใส
โดยเฉพาะการกำหนดว่าคณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตาม พ.ร.บ.นี้อย่างเคร่งครัด ต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/027/1.PDF

ออมสินเปิดบัญชีเผื่อเรียกฯ หนุนผู้มีรายได้น้อยเก็บออม

ธนาคารออมสินเปิดรับฝากเงินในบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ดอกเบี้ยในอัตราสูงถึง 3% ต่อปี ระยะเวลาฝากเงิน 5 ปี เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายเมื่อจำเป็น คุณสมบัติผู้จะเปิดบัญชีฝากเงินดังกล่าวจะต้องเป็นบุคคลที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดบัญชีเงินฝากได้คนละ 1 บัญชี ต้องฝากเงินเข้าบัญชีทุกเดือน ครั้งละไม่ต่ำกว่า 100 บาท และไม่เกิน 1,000 บาท ยอดเงินฝากแต่ละเดือนจะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกิน 1,000 บาท ห้ามขาดการฝากเงินในช่วง 5 ปี และจะถอนเงินเท่าใดก็ได้เมื่อครบ 5 ปี ซึ่งต้องมียอดเงินฝากคงเหลือไม่เกิน 60,000 บาท และจะได้รับดอกเบี้ยในวันที่ครบระยะฝาก 5 ปี
ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ฝากเงินในบัญชีเผื่อเรียกพิเศษสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่น้อยกว่าแสนราย จำนวนเงิน 6,000 ล้านบาท

จีนปลื้มโสมแดง ยุติทดลองนิวเคลียร์
หนุนพูดคุยลดขัดแย้ง
กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์แสดงความยินดีและเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ในการระงับโครงการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ตลอดจนการระงับภารกิจภายในนิคมนิวเคลียร์ปุงกเย-รี เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนบนคาบสมุทรเกาหลี และจีนพร้อมสนับสนุนแก่ให้เกิดการเจรจากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและฟื้นฟูความสัมพันธ์
ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาสถานที่ใน 9 ประเทศ เพื่อใช้เปิดโต๊ะเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐและเกาหลีเหนือ ประกอบด้วย สิงคโปร์ กรุงอูลานบาตอร์ กรุงเฮลซิงกิ กรุงวอร์ซอ กรุงเจนีวา กรุงออสโล กรุงสตอกโฮล์ม กรุงปราก รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐขนาดใหญ่ที่สุด และยังเป็นหนึ่งในเมืองหลวงของไม่กี่ประเทศในเอเชียที่มีสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือตั้งอยู่

เดโมแครตฟ้องทีมงาน “ทรัมป์”
สมคบรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้ง

คณะกรรมาธิการแห่งชาติเดโมแครต (DNC) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางเขตแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก กล่าวหาแกนนำในทีมงานหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ สมคบคิดกับรัฐบาลรัสเซีย และเว็บไซต์วิกิลีกส์ แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อปี 2559 เพื่อเบี่ยงเบนกระแสนิยมให้โน้มเอียงไปทางพรรครีพับลิกัน ส่งผลให้นายทรัมป์ได้รับชัยชนะ และยังมีการโจรกรรมข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ของ DNC พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายแต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวน
บุคคลที่ถูกฟ้องร้องในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายพอล มานาฟอร์ต อดีตประธานแคมเปญหาเสียงของนายทรัมป์ พร้อมผู้ช่วยอีก 2 คน และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของนายทรัมป์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมแคมเปญหาเสียงออนไลน์ให้พ่อตา
เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ ที่พรรคเดโมแครตฟ้องร้องผู้นำสหรัฐที่มาจากพรรครีพับลิกัน ครั้งแรกคือกรณีฟ้องทีมงานของประธานาธิบดี นายริชาร์ด นิกสัน ฐานบุกรุกเข้าไปภายในอาคารวอเตอร์เกต ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของ DNC กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคดีวอเตอร์เกตที่ทำให้นายนิกสันต้องพ้นจากตำแหน่ง













