เป็นธรรมดาของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ มักจะมีทั้งความเชื่อมั่นและความวิตกกังวล เช่นเดียวกับการก้าวเข้ามาของอาลีบาบา กรุ๊ป ภายใต้การนำของ “แจ๊ค หม่า” เพื่อพลิกโฉมหน้าการค้าของไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ แต่ก็มีบางคนที่วิตกว่าไทยจะถูกล้วงตับเจาะฐานข้อมูล เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรีบทำความเข้าใจ
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ชี้แจงเกี่ยวกับกระแสความวิตกกังวลของบางฝ่าย ต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน ระหว่างหน่วยงานรัฐของไทยกับอาลีบาบา กรุ๊ป ที่เกรงว่าไทยจะเสียเปรียบ ถูกสินค้าจีนเข้ามาตีตลาด และอาจถูกอาลีบาบาเจาะฐานข้อมูลผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในมือหน่วยงานรัฐ



นายกอบชัย ยืนยันว่ารายละเอียดในบันทึกความเข้าใจ ไม่มีช่องทางใดที่อาลีบาบาเข้ามาล่วงรู้ฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประกอบการไทย อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 อย่างเคร่งครัด ในทางตรงกันข้าม ผู้ประกอบการไทยที่เลือกจะทำตลาดออนไลน์กับอาลีบาบาจะได้ประโยชน์จากการวิเคราะห์เป้าหมายการตลาด ผ่านระบบฐานข้อมูลของอาลีบาบา
ส่วนที่กังวลว่าจะเป็นการเปิดช่องให้สินค้าจีนจะเข้ามาตีตลาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมชี้ว่า ตลาดออนไลน์เป็นการค้าเสรี ในปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยก็สามารถเลือกซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านทางเวบไซต์หลากหลายช่องทางได้อยู่แล้ว
การผสานความร่วมมือกันครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มช่องการจัดจำหน่ายให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคชาวจีนที่อยู่ในระบบออนไลน์กว่า 500 ล้านคน จะได้รู้จักและรับรู้ถึงศักยภาพของสินค้าและบริการของไทย อีกทั้ง ปัจจุบันรัฐบาลจีนไม่ได้มุ่งเน้นแต่การส่งออกเหมือนในอดีต แต่มีนโยบายเปิดกว้างในการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

บันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ รัฐบาลไทย-อาลีบาบา
1. ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) กับอาลีบาบา
2. ความร่วมมือด้านการลงทุนสมาร์ทดิจิทัลฮับ (Smart Digital Hub) ในพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ระหว่างสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) กับกรมศุลกากร และ บริษัท Cainiao Smart Logistics Network Hong Kong Limited
3. ความร่วมมือด้านการพัฒนาSMEsและบุคลากรด้านดิจิทัล ระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และวิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา (Alibaba Business School : ABS)
4. ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัลและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอาลีบาบา
นายกอบชัย อธิบายว่าการลงนามความเข้าใจระหว่างหน่วยงานรัฐของไทยกับอาลีบาบา มุ่งพัฒนา SMEs ทุกระดับ รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มธุรกิจเกษตรทั่วประเทศ ให้มีความรู้และทักษะด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้เข้าถึงตลาดออนไลน์ขยายการค้าสู่ประเทศจีนและตลาดสากล โดยอาลีบาบาจะช่วยฝึกอบรมผู้ประกอบการของไทยในด้านตลาดออนไลน์ เพื่อให้เลือกใช้ผู้ให้บริการ (Service Provider) ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองและมีประสิทธิภาพสูงสุด


อาลีบาบาจะนำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาช่วยปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ประกอบการ SMEs ของไทย ในการขนส่งสินค้าไปยังตลาดจีนและตลาดสากลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ประกอบการ SMEs
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้ศึกษาการทำธุรกิจของอาลีบาบา ซึ่งถือเป็นภาคปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ไทย ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
“ความร่วมมือของรัฐบาลไทยกับอาลีบาบา ไม่ได้เน้นการนำเข้าสินค้าจากจีน แต่เป็นการสร้างเครื่องมือเพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าที่มีคุณภาพของไทย สามารถขายออนไลน์เข้าไปยังจีน และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV เพิ่มมากขึ้น” นายกอบชัยกล่าว











